SET ชี้หุ้นไทยเห็นแสงปลายอุโมงค์ หลังสถานการณ์โลกผ่อนคลาย พร้อมเปิดแผนร่วมมือ Nasdaq ยกระดับการกำกับดูแลรอบด้าน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ชี้ตลาดหุ้นไทยส่งสัญญาณผ่านวิกฤติต้นเดือนเมษายน หลังการเจรจานโยบายการค้าโลกเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมเผยแผนการร่วมมือกับ Nasdaq เพื่อยกระดับการกำกับดูแลรอบด้าน
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ตลาดหุ้นไทยได้ส่งสัญญาณว่ากำลังจะเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว โดยได้เห็นเงินทุนผู้ลงทุนต่างชาติที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยน้อยลงเรื่อยๆ โดยนับตั้งแต่วันที่ 1-9 พฤษภาคม มีเงินไหลออกราว 400 ล้านบาท เทียบกับ 2.2 หมื่นล้านบาท และ 1.5 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยได้ผ่านจุดที่ต่ำที่สุดในช่วงต้นเดือนเมษายน ที่ความไม่แน่นอนทางการค้าโลกสู ไปแล้ว
สำหรับเดือนพฤษภาคมนี้ไปจนถึงระยะข้างหน้า มองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น (1) สถานการณ์การค้าโลกที่ดูผ่อนคลายมากขึ้น หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และประเทศใหญ่ๆ เช่น จีน หรือ อังกฤษ เป็นไปในทิศทางที่ดี (2) Valuation หุ้นไทยที่ยังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่ลดลง (3) กองทุน Thai ESGX ที่ได้เปิดขายไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ที่มีแนวโน้มดึงดูดเม็ดเงินเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้น และ (4) มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐที่คาดว่าจะมีความชัดเจนขึ้นในช่วงนี้
นอกจากนี้ SET ยังมีการร่วมมือกับตลาดหุ้น Nasdaq เพื่อยกระดับด้านกำกับดูแลการซื้อขายและการบริหารความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานให้ตลาดทุนไทยด้วย โดยแผนการหลักในการร่วมมือครั้งนี้ได้แก่ (1) เสริมสร้างศักยภาพ AI ในงานการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสของตลาด (2) นำเสนอ Nasdaq's Risk and Surveillance system ให้บริษัทสมาชิกร่วมใช้งาน เพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ของอุตสาหกรรมให้เป็นมาตรฐานสากล
และ (3) นำ Solutions ที่พัฒนาโดยทีม IT ของ SET ไปนำเสนอให้ลูกค้าของ Nasdaq โดยปัจจุบัน SET ได้มีการพัฒนาระบบที่สามารถทำงานร่วมกับระบบซื้อขายของ Nasdaq เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของห้องค้าและการบริหารจัดการระบบ Nasdaq (เช่น ทำให้ trading hour ตลอดช่วง 9.00 น. - 3.00 น. ของ SET และ TFEX สามารถให้บริการซื้อขายได้อย่างราบรื่น) ซึ่งลูกค้ารายอื่นของ Nasdaq จะได้ประโยชน์จาก solutions ที่พัฒนานี้ด้วย
ด้านสภาะตลาดในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดเงินโลกมีความอ่อนแอมากขึ้น โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 เหลือ 2.8% และ 3.0% ในปี 2569 ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง สวนทางกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.0-4.5% เนื่องจากนักลงทุนเริ่มลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากความกังวลต่อผลกระทบจากสงครามการค้า นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้มีการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25-4.50% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน
สำหรับตลาดพันธบัตรไทยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรสูงสุดตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2565 รวมประมาณ 60,000 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจาก (1) ความกังวลต่อเงินดอลลาร์ (2) ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และ (3) แนวโน้มดอกเบี้ยไทยที่คาดว่าจะลดลงจากเศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าคาด ด้านตลาดหุ้นไทย กลับมามีเสถียรภาพมากขึ้นหลังสหรัฐฯ เลื่อนเก็บ reciprocal tariff ไป 90 วัน บวกกับมาตรการดูแลเสถียรภาพของตลาดหลักทรัพย์ ที่ทำให้ SET Index มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆในภูมิภาคและเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่กลางเดือนเมษายน โดยหุ้นในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัว
สำหรับตัวเลขผลการดำเนินงานตลาดหลักทรัพย์ไทยในเดือนเมษายน 2568
• SET Index ปิดสิ้นเดือนที่ 1,197.26 จุด เพิ่มขึ้น 3.4% จากเดือนก่อนหน้า แม้ตั้งแต่ต้นปีจะลดลง 14.5%
• กลุ่มอุตสาหกรรมที่ดีกว่า SET Index ได้แก่ การเงิน, เกษตรและอาหาร, ทรัพยากร, และสินค้าอุปโภคบริโภค
• มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมอยู่ที่ 39,410 ล้านบาท ลดลง 11.3% จากปีก่อน
• มีหุ้นใหม่เข้าตลาด mai 2 บริษัท ได้แก่ LTMH และ BKA
• Forward P/E ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 13.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 11.5 เท่า ขณะที่ Historical P/E อยู่ที่ 15.8 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 11.4 เท่า
• อัตราเงินปันผลตอบแทนอยู่ที่ 4.00% สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 3.40%
สำหรับตลาด TFEX
• ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนเมษายนอยู่ที่ 433,408 สัญญา ลดลง 16.6% จากเดือนก่อน
• ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยทั้งปี 2568 อยู่ที่ 456,561 สัญญา ลดลง 5.6% จากปีก่อน โดยการลดลงหลักมาจาก Single Stock Futures และ Gold Online Futures