โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เดือดต่อ! อิสราเอล-อิหร่าน ยิงขีปนาวุธตอบโต้กันเป็นวันที่สอง

PostToday

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 22.07 น.

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากอิสราเอลและอิหร่านต่างเปิดฉากโจมตีทางทหารซึ่งกันและกันเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ทำให้ทั่วโลกกังวลว่าอาจบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาค

การโจมตีสนามก๊าซธรรมชาติจุดชนวนสถานการณ์

การเผชิญหน้าระลอกใหม่นี้เริ่มต้นจากการที่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีสนามก๊าซ South Pars ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในจังหวัดบุชเฮอร์ทางตอนใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้ต้องมีการระงับการผลิตบางส่วน เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้จากการโจมตี

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลเตหะรานประกาศยุติการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ที่มีกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศโอมานในวันอาทิตย์ โดยระบุว่าไม่อาจดำเนินการเจรจาใดๆ ได้ในขณะที่ถูก “โจมตีอย่างป่าเถื่อน” จากอิสราเอล

การตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรน

ทางการอิสราเอลแถลงว่า มีขีปนาวุธจำนวนหนึ่งถูกยิงจากอิหร่านเข้ามายังดินแดนอิสราเอลในคืนวันเสาร์ ขณะที่อิสราเอลเองก็ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารภายในกรุงเตหะราน

รายงานจากสื่อทางการของอิหร่านระบุว่า มีการยิงขีปนาวุธและปล่อยโดรนไปยังอิสราเอลเช่นกัน โดยมีการพบเห็นวัตถุพุ่งผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือกรุงเยรูซาเล็ม แม้จะไม่มีสัญญาณเตือนภัยในเมืองหลวง แต่ได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศในเมืองไฮฟาทางตอนเหนือของอิสราเอล

มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากทั้งสองฝ่าย

บริการรถพยาบาลของอิสราเอลเปิดเผยว่า มีหญิงวัยประมาณ 20 ปีเสียชีวิต และอีก 13 คนได้รับบาดเจ็บจากการที่ขีปนาวุธพุ่งใส่บ้านสองชั้นในภาคเหนือของประเทศ

ทางอิหร่านก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 78 รายในวันแรกของการโจมตี และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีกจำนวนมากในวันที่สอง รวมถึงเหตุการณ์สำคัญเมื่อขีปนาวุธลูกหนึ่งพุ่งใส่อาคารที่พักอาศัยสูง 14 ชั้นในกรุงเตหะราน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 60 ราย โดยในจำนวนนั้นเป็นเด็กถึง 29 ราย

อิหร่านยังระบุด้วยว่า จุดเก็บน้ำมันชาห์รานในกรุงเตหะรานตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีจากอิสราเอล แต่อ้างว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการทหารในระดับภูมิภาค

การโจมตีสนามก๊าซ South Pars ของอิสราเอลยังส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นทันที 9% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นอิสราเอลยังไม่แตะต้องโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

พลเอกเอสมายิล โคซารี ของอิหร่าน ระบุว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก อันอาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการค้าพลังงานระหว่างประเทศ

ปฏิกิริยาและคำเตือนจากนานาชาติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา เตือนอิหร่านว่าอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่านี้ หากยังคงเดินหน้าโต้กลับอิสราเอล พร้อมระบุว่ายังไม่สายเกินไปที่อิหร่านจะยอมเจรจาโดยแลกกับการจำกัดโครงการนิวเคลียร์อย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะเดียวกัน องค์กรสิทธิมนุษยชน B’Tselem ของอิสราเอลได้ออกแถลงการณ์ตำหนิรัฐบาลของตนว่า “เลือกที่จะเปิดฉากสงคราม” แทนที่จะใช้ช่องทางการทูตอย่างถึงที่สุด ซึ่งเป็นการนำพาทั้งภูมิภาคเข้าสู่ความเสี่ยงร้ายแรง

ความขัดแย้งยังไม่มีวี่แววยุติ

กองทัพอิสราเอลจะระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวอาจใช้เวลายาวนานหลายสัปดาห์ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลอิสลามของตนเอง ขณะทางการเตหะรานยังยืนกรานจะตอบโต้กลับ หากพันธมิตรของอิสราเอลมีส่วนร่วมในการสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน

อย่างไรก็ดี ความสามารถในการตอบโต้ของอิหร่านถูกลดทอนลงอย่างมากหลังสงครามในฉนวนกาซาและเลบานอนในช่วง 20 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มพันธมิตรอย่างฮามาสและฮิซบอลเลาะห์อ่อนกำลังลง

ข้อขัดแย้งหลัก: โครงการนิวเคลียร์

อิสราเอลระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นความพยายามที่จะหยุดยั้งอิหร่านไม่ให้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ แต่ทางอิหร่านยังคงยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีเป้าหมายเพื่อการพลเรือนเท่านั้น ถึงกระนั้น รายงานของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่า อิหร่านได้ละเมิดพันธกรณีตามสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) อย่างชัดเจนในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...