คลังถกบีโอไอปรับเงื่อนไขอีวี 3.5 แก้เกมรถไฟฟ้าล้นตลาด หลังตลาดจีนเดือดหั่นราคาสู้กัน
คลังถกบีโอไอปรับเงื่อนไขอีวี 3.5 แก้เกมรถไฟฟ้าล้นตลาด หลังตลาดจีนเดือดหั่นราคาสู้กัน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง ได้หารือกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อหาแนวทางการปรับเงื่อนไขมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) 3.5 เนื่องจาก ปัจจุบัน สงครามราคารถอีวี ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในประเทศจีน ที่เป็นแหล่งผลิตรถอีวีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีการใช้กลยุทธ์การตัดราคา จนทำให้บริษัทผู้ผลิตรถอีวีขนาดเล็กหรือที่อ่อนแอกว่าในจีนต้องล้มละลาย เพราะต่อสู้ในสงครามราคาไม่ได้ ซึ่งกลยุทธ์ในการทำสงครามราคาอันหนึ่งที่ถูกนำมาใช้คือการทำให้รถยนต์อีวีป้ายแดงเป็นรถมือสอง โดยนำรถยนต์ใหม่ไปจดทะเบียน แล้วนำออกขายในตลาดรถยนต์มือสองซึ่งเลขไมล์ของรถยนต์ยังเป็น 0ไมล์ หรือใกล้เคียง 0 ไมล์ ซึ่งราคาจะถูกกว่ารถยนต์ป้ายแดงมาก ซึ่งการทำเช่นนี้ทำให้บริษัทผู้ผลิตสามารถเคลมยอดขายได้ ขณะเดียวกันก็ได้สภาพคล่องกลับมา
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าทั้งนี้บีโอไอซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตรอีวีมองอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีผู้ผลิตชิ้นส่วนที่อยู่ในซัพพลายเชนกว่า 2,000 บริษัท และมีการจ้างงานกว่า 9 แสนคน โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2565 -2567) ความนิยมในรถอีวี ไม่ว่าจะเป็น รถอีวีประเภทแบตเตอรี่ (BEV) รถอีวีปลักอิ๊นไฮบริจ (PHEV) และ รถอีวีไฮบริจ (HEV) ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว จากยอดจดทะเบียนรถอีวี 8.45 หมื่นคัน ในปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่าง ก้าวกระโดดเป็น 2.06 แสนคัน ในปี 2567 โดยในส่วนของการลงทุน ในช่วง 3 ปีดังกล่าว มีการขอรับส่งเสริม การลงทุนในการผลิตรถอีวีและชิ้นส่วน จำนวน 644 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 2.8 แสนล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าขณะที่การกำหนดมาตรการการผลิตในประเทศชดเชยการนำเข้าดังกล่าว ภาครัฐคาดไม่ถึงว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมการผลิตรถอีวีจะรุนแรง จนกระทั่งรถอีวีออกมาท่วมตลาด และก่อให้เกิดสงครามราคา ทั้งนี้มาตรการสนับสนุนการใช้รถอีวี โดยที่รัฐให้เงินอุดหนุนแก่ค่ายรถยนต์อีวี ที่นำเข้ามาขายในประเทศ เพื่อให้ค่ายรถยนต์นำไปเป็นส่วนลดให้กับผู้ซื้อนั้น ได้กำหนดเงื่อนไขที่สำคัญคือ จะต้องมีการสร้างโรงงานผลิตรถอีวีภายในประเทศ เพื่อชดเชยการนำเข้า เช่น กรณีมาตรการ อีวี 3.5 ที่กำหนดว่า ภายในปี 2569 จะต้องผลิตลดเชยการนำเข้าในอัตรา 2 เท่าของจำนวนที่นำเข้า และภายในปี 2570 จะเพิ่มเป็น 3 เท่า หากไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขนี้เงินที่ได้รับการอุดหนุนจะต้องคืนแก่รัฐ
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าดังนั้น ในปรับเงื่อนไขครั้งนี้ คือประเด็นการผลิตชดเชยการนำเข้าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหารถอีวีล้นตลาด จนนำไปสู่สงครามราคา และกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมนี้ ประเด็นหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาหารือก็คือ เรื่องสูตรการคำนวณจำนวนการผลิตชดเชยการนำเข้า เช่น กรณี มาตรการอีวี 3.5 ที่กำหนดให้ผลิตชดเชยการนำเข้าในปี 2569 ในอัตรา 2 เท่าของจำนวนนำเข้า หากค่ายรถยนต์อีวีนำเข้าอีวี มา 100 คัน แล้วผลิตภายในประเทศในปีนี้ได้เพียง 50 คัน เมื่อโอนย้ายจากมาตรการ อีวี 3.0 มาเป็นอีวี 3.5 ซึ่งกำหนดให้ภายในปี 2569 จะต้องผลิตชดเชย 2 เท่า ซึ่งเป็นการคิด 2 เท่าของ 100 คัน หมายความว่าต้องผลิตชดเชย รวม 200 คันแล้วหัก 50 คันที่ผลิตแล้ว ดังนั้นต้องผลิตชดเชยอีก 150 คัน ,ไม่ใช่ 2 เท่าของจำนวนที่ยังไม่ได้ผลิตชดเชย คือ อีก 50 คัน ซึ่งคำนวณได้ 100 คัน
“การเปลี่ยนวิธีการคำนวณยอดการผลิตชดเชย น่าจะช่วยบรรเทาปัญหาของรถ อีวีที่ออกมาสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในขณะนี้ได้ระดับหนึ่ง”แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าสำหรับในกรณีค่ายรถยนต์ บริษัทเนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ไม่สามารถผลิตรถ EVภายในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าตามเงื่อนไขของ อีวี 3.0 นั้น ทางเนต้า ได้แจ้งมาขอเข้ามาตรการอีวี 3.5 เพื่อขยายระยะเวลาการผลิชดเชยแล้ว ซึ่งจะต้องนำเข้าบอร์ดอีวีเพื่ออนุมัติ เนื่องจาก บริษัทเนต้าได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทใหม่ เป็นเนต้า ไทยแลนด์ซึ่งถือว่าเป็นคนละคู่สัญญาที่เคยทำไว้กับกรมสรรพสามิตในการเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้รถอีวี ดังนั้นจำเป็นต้องให้บอร์ด อีวีอนุมัติ
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าอย่างไรก็ตามบีโอไอก็มีความเป็นห่วงสถานการณ์ตลาดรถยนต์ของไทยในปัจจุบันที่อาจมีความเสี่ยงจากภาวะอุปทานล้นตลาด (Oversupply) ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามราคาที่รุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ บอร์ดอีวีเมื่อปลายปีที่แล้ว จึงมีมติให้ปรับปรุงเงื่อนไขมาตรการ อีวี3 ที่เดิมกำหนดให้ต้องผลิตรถยนต์เพื่อชดเชยการนำเข้าในอัตราส่วน 1 : 1 เท่า (นำเข้า 1 คัน ผลิตชดเชย 1 คัน) ภายในปี 2567 หรือ 1 : 1.5 เท่า ภายในปี2568 โดยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายเวลาผลิตชดเชยตามมาตรการอีวี3 ไปผลิตชดเชยภายใต้เงื่อนไขของมาตรการ อีวี 3.5 ได้ (ผลิตชดเชย 2 เท่า ภายในปี 2569 หรือ 3 เท่า ภายในปี 2570)
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าโดยรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการขยายเวลาข้างต้นจะไม่ได้รับเงินอุดหนุน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าในส่วนที่นำเข้าหรือผลิตภายใต้มาตรการ อีวี3.5 ก็จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนเช่นเดียวกัน จนกว่าจะผลิตชดเชยได้ครบตามจำนวนที่ได้รับสิทธิขยายเวลา และอนุญาตให้นำรถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ที่นำเข้าภายใต้ อีวี3 ที่ยังไม่จำหน่าย ส่งออกไปต่างประเทศ โดยไม่นับเป็นยอดที่ผลิตชดเชย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลังถกบีโอไอปรับเงื่อนไขอีวี 3.5 แก้เกมรถไฟฟ้าล้นตลาด หลังตลาดจีนเดือดหั่นราคาสู้กัน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th