โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลังถกบีโอไอปรับเงื่อนไขอีวี 3.5 แก้เกมรถไฟฟ้าล้นตลาด หลังตลาดจีนเดือดหั่นราคาสู้กัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 13.07 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 01.15 น.

คลังถกบีโอไอปรับเงื่อนไขอีวี 3.5 แก้เกมรถไฟฟ้าล้นตลาด หลังตลาดจีนเดือดหั่นราคาสู้กัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง ได้หารือกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อหาแนวทางการปรับเงื่อนไขมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) 3.5 เนื่องจาก ปัจจุบัน สงครามราคารถอีวี ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในประเทศจีน ที่เป็นแหล่งผลิตรถอีวีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีการใช้กลยุทธ์การตัดราคา จนทำให้บริษัทผู้ผลิตรถอีวีขนาดเล็กหรือที่อ่อนแอกว่าในจีนต้องล้มละลาย เพราะต่อสู้ในสงครามราคาไม่ได้ ซึ่งกลยุทธ์ในการทำสงครามราคาอันหนึ่งที่ถูกนำมาใช้คือการทำให้รถยนต์อีวีป้ายแดงเป็นรถมือสอง โดยนำรถยนต์ใหม่ไปจดทะเบียน แล้วนำออกขายในตลาดรถยนต์มือสองซึ่งเลขไมล์ของรถยนต์ยังเป็น 0ไมล์ หรือใกล้เคียง 0 ไมล์ ซึ่งราคาจะถูกกว่ารถยนต์ป้ายแดงมาก ซึ่งการทำเช่นนี้ทำให้บริษัทผู้ผลิตสามารถเคลมยอดขายได้ ขณะเดียวกันก็ได้สภาพคล่องกลับมา

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าทั้งนี้บีโอไอซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตรอีวีมองอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีผู้ผลิตชิ้นส่วนที่อยู่ในซัพพลายเชนกว่า 2,000 บริษัท และมีการจ้างงานกว่า 9 แสนคน โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2565 -2567) ความนิยมในรถอีวี ไม่ว่าจะเป็น รถอีวีประเภทแบตเตอรี่ (BEV) รถอีวีปลักอิ๊นไฮบริจ (PHEV) และ รถอีวีไฮบริจ (HEV) ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว จากยอดจดทะเบียนรถอีวี 8.45 หมื่นคัน ในปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่าง ก้าวกระโดดเป็น 2.06 แสนคัน ในปี 2567 โดยในส่วนของการลงทุน ในช่วง 3 ปีดังกล่าว มีการขอรับส่งเสริม การลงทุนในการผลิตรถอีวีและชิ้นส่วน จำนวน 644 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 2.8 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าขณะที่การกำหนดมาตรการการผลิตในประเทศชดเชยการนำเข้าดังกล่าว ภาครัฐคาดไม่ถึงว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมการผลิตรถอีวีจะรุนแรง จนกระทั่งรถอีวีออกมาท่วมตลาด และก่อให้เกิดสงครามราคา ทั้งนี้มาตรการสนับสนุนการใช้รถอีวี โดยที่รัฐให้เงินอุดหนุนแก่ค่ายรถยนต์อีวี ที่นำเข้ามาขายในประเทศ เพื่อให้ค่ายรถยนต์นำไปเป็นส่วนลดให้กับผู้ซื้อนั้น ได้กำหนดเงื่อนไขที่สำคัญคือ จะต้องมีการสร้างโรงงานผลิตรถอีวีภายในประเทศ เพื่อชดเชยการนำเข้า เช่น กรณีมาตรการ อีวี 3.5 ที่กำหนดว่า ภายในปี 2569 จะต้องผลิตลดเชยการนำเข้าในอัตรา 2 เท่าของจำนวนที่นำเข้า และภายในปี 2570 จะเพิ่มเป็น 3 เท่า หากไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขนี้เงินที่ได้รับการอุดหนุนจะต้องคืนแก่รัฐ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าดังนั้น ในปรับเงื่อนไขครั้งนี้ คือประเด็นการผลิตชดเชยการนำเข้าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหารถอีวีล้นตลาด จนนำไปสู่สงครามราคา และกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมนี้ ประเด็นหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาหารือก็คือ เรื่องสูตรการคำนวณจำนวนการผลิตชดเชยการนำเข้า เช่น กรณี มาตรการอีวี 3.5 ที่กำหนดให้ผลิตชดเชยการนำเข้าในปี 2569 ในอัตรา 2 เท่าของจำนวนนำเข้า หากค่ายรถยนต์อีวีนำเข้าอีวี มา 100 คัน แล้วผลิตภายในประเทศในปีนี้ได้เพียง 50 คัน เมื่อโอนย้ายจากมาตรการ อีวี 3.0 มาเป็นอีวี 3.5 ซึ่งกำหนดให้ภายในปี 2569 จะต้องผลิตชดเชย 2 เท่า ซึ่งเป็นการคิด 2 เท่าของ 100 คัน หมายความว่าต้องผลิตชดเชย รวม 200 คันแล้วหัก 50 คันที่ผลิตแล้ว ดังนั้นต้องผลิตชดเชยอีก 150 คัน ,ไม่ใช่ 2 เท่าของจำนวนที่ยังไม่ได้ผลิตชดเชย คือ อีก 50 คัน ซึ่งคำนวณได้ 100 คัน

“การเปลี่ยนวิธีการคำนวณยอดการผลิตชดเชย น่าจะช่วยบรรเทาปัญหาของรถ อีวีที่ออกมาสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในขณะนี้ได้ระดับหนึ่ง”แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าสำหรับในกรณีค่ายรถยนต์ บริษัทเนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ไม่สามารถผลิตรถ EVภายในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าตามเงื่อนไขของ อีวี 3.0 นั้น ทางเนต้า ได้แจ้งมาขอเข้ามาตรการอีวี 3.5 เพื่อขยายระยะเวลาการผลิชดเชยแล้ว ซึ่งจะต้องนำเข้าบอร์ดอีวีเพื่ออนุมัติ เนื่องจาก บริษัทเนต้าได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทใหม่ เป็นเนต้า ไทยแลนด์ซึ่งถือว่าเป็นคนละคู่สัญญาที่เคยทำไว้กับกรมสรรพสามิตในการเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้รถอีวี ดังนั้นจำเป็นต้องให้บอร์ด อีวีอนุมัติ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าอย่างไรก็ตามบีโอไอก็มีความเป็นห่วงสถานการณ์ตลาดรถยนต์ของไทยในปัจจุบันที่อาจมีความเสี่ยงจากภาวะอุปทานล้นตลาด (Oversupply) ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามราคาที่รุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ บอร์ดอีวีเมื่อปลายปีที่แล้ว จึงมีมติให้ปรับปรุงเงื่อนไขมาตรการ อีวี3 ที่เดิมกำหนดให้ต้องผลิตรถยนต์เพื่อชดเชยการนำเข้าในอัตราส่วน 1 : 1 เท่า (นำเข้า 1 คัน ผลิตชดเชย 1 คัน) ภายในปี 2567 หรือ 1 : 1.5 เท่า ภายในปี2568 โดยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายเวลาผลิตชดเชยตามมาตรการอีวี3 ไปผลิตชดเชยภายใต้เงื่อนไขของมาตรการ อีวี 3.5 ได้ (ผลิตชดเชย 2 เท่า ภายในปี 2569 หรือ 3 เท่า ภายในปี 2570)

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่าโดยรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการขยายเวลาข้างต้นจะไม่ได้รับเงินอุดหนุน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าในส่วนที่นำเข้าหรือผลิตภายใต้มาตรการ อีวี3.5 ก็จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนเช่นเดียวกัน จนกว่าจะผลิตชดเชยได้ครบตามจำนวนที่ได้รับสิทธิขยายเวลา และอนุญาตให้นำรถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ที่นำเข้าภายใต้ อีวี3 ที่ยังไม่จำหน่าย ส่งออกไปต่างประเทศ โดยไม่นับเป็นยอดที่ผลิตชดเชย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลังถกบีโอไอปรับเงื่อนไขอีวี 3.5 แก้เกมรถไฟฟ้าล้นตลาด หลังตลาดจีนเดือดหั่นราคาสู้กัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...