โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เศรษฐกิจไทยหลังชนฝา 3 โจทย์สำคัญผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 11.10 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 00.50 น.
ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส

แบงก์ชาติมองเศรษฐกิจไทยหลังชนฝา เข้าสู่ภาวะยากลำบากมากขึ้น ฝุ่นตลบปมภาษีทรัมป์ฉุดเศรษฐกิจไทยลากยาว อนาคตไม่ชัด-ธุรกิจขาดความเชื่อมั่นเข้าโหมดระมัดระวังสูง-หยุดลงทุน สะท้อนภาพชัดสินเชื่อหดตัว-ธุรกิจแห่ชำระคืนหนี้ เผย “คลัง-ธปท.” ถกวางมาตรการช่วยปรับตัวให้ไปต่อ-ไม่ใช่ยื้อชีวิต ชี้นโยบายการเงิน-คลังต้องผนึกกำลังพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส เผย 3 โจทย์สำคัญของผู้ว่าฯแบงก์ชาติคนใหม่ ในฐานะแคนดิเดต พาเศรษฐกิจผ่านพ้นพายุ พร้อมเปลี่ยนสมรภูมิการเงิน เพิ่มผู้เล่น-กติกาการแข่งขัน

ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงวิสัยทัศน์ในฐานะแคนดิเดตผู้ว่าการ ธปท. และโจทย์เศรษฐกิจไทยเข้าโซนอันตรายว่า วิกฤตรอบนี้คงไม่ได้เป็นวิกฤตเฉียบพลัน ไม่เหมือนช่วงก่อนโควิด-19 ที่ทุกอย่างชะงักไป แต่ครั้งนี้ก็จะเป็นช่วงหนึ่งที่มีความท้าทาย ทำให้เห็น “ความอ่อนแอ” เดิม เช่น การแข่งขันที่แข่งได้น้อยลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ฉายแววมากขึ้น และมีความยากลำบากมากขึ้น

จากนโยบายภาษีของสหรัฐบีบพื้นที่ให้การค้าโลกเล็กลง ทำให้การแข่งขันในต่างประเทศของไทยยากขึ้น และมีคนอื่นเข้ามาแข่งขันในบ้านเหมือนกัน สินค้านำเข้าทะลักเข้ามา ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจ หรือโครงสร้างการผลิตที่อ่อนแอในบางเซ็กเตอร์ ที่การแข่งขันยากอยู่แล้วมาเจอสินค้านำเข้ามาแข่งเพิ่มขึ้น ต้นทุนที่ต่ำกว่า เพราะขายที่อื่นไม่ได้ ก็ดัมพ์ขายในบ้านเรา ก็เป็นความท้าทายเพิ่มเติมมากขึ้น

ฝุ่นตลบ-ปัญหาลากยาว

โจทย์สำคัญตัวหนึ่งของเศรษฐกิจไทยก็คือ “หนี้ครัวเรือน” แน่นอนว่าหนี้ทำให้ตัวหนัก คือภาพสะท้อนว่า การมีหนี้เป็นการหยิบยืมเงินในอนาคตมาใช้ เพราะที่ผ่านมารายได้โตช้า หรือฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด และทุกครั้งที่เจอวิกฤต บอกว่ารายได้จะฟื้น แต่การฟื้นตัวมักล่าช้ากว่าที่คิด ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่ทำให้แข่งขันได้น้อยลง ศักยภาพในการแข่งขันในโลกที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ในโลกที่คนอื่นปรับตัวเร็วขึ้น ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ช็อกต่าง ๆ มีมากขึ้น ความกระชุ่มกระชวยของเราอาจจะไม่เยอะในช่วงที่ผ่านมา

“การฟื้นตัวเศรษฐกิจหรือสถานการณ์ลากยาวแค่ไหน คงบอกชัดไม่ได้ เพราะต้องยอมรับว่า ช็อกครั้งนี้ที่มากระแทกหลัก ๆ มาจากต่างประเทศ และทุกวันนี้จากข่าวจะเห็นแล้วว่าเปลี่ยนไปรายวัน มีมิติใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นคงไม่สามารถบอกได้ว่าช็อกจะหยุดเมื่อไร และเราจะค่อย ๆ ฟื้นตัวได้เมื่อไร อันนี้คิดว่ายากเกินไปที่จะตอบได้ในวันนี้”

เศรษฐกิจไทย “หลังชนฝา”

รองผู้ว่าการแบงก์ชาติกล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ถือว่าเศรษฐกิจไทยหลังชนฝา ความท้าทายใหญ่ คือเราต้องปรับตัว แต่จะปรับไปไหน ปรับอย่างไร และเราต้องช่วยผู้ประกอบการไทยปรับยังไง เป็นโจทย์ใหญ่ “ถ้าเราไม่ปรับครั้งนี้ เราก็คงไปต่อได้ แต่จะเป็นคนไม่แข็งแรง เพราะเราเป็นเศรษฐกิจพึ่งพาการค้าโลก และ Domestics Demand ไม่ได้ใหญ่เพียงพอ ดังนั้น เราต้องชิงพื้นที่การส่งออกในต่างประเทศ นักท่องเที่ยวมาในประเทศของเรา”

จะเห็นว่าดัชนีภาคการผลิตโตน้อยลง ทั้งที่การบริโภคยังขยายตัวได้ ทั้งนี้เพราะการเบียดเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ฉะนั้นไม่ปรับครั้งนี้ไม่ได้ เพราะยังไงก็ต้องเปลี่ยนแปลง เพราะโลกไม่กลับไปเหมือนเดิมแล้ว จากเกมนี้ต่อให้ท้ายที่สุดภาษีสหรัฐไม่ได้สูงมาก หรือมีการเจรจาได้ระดับหนึ่ง แต่ในเรื่องความไม่แน่นอนต่าง ๆ อะไรก็เกิดขึ้นมาได้อีก ยังไงก็ต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับทุกคนในประเทศ

“ถ้าถามว่าจะต้องปรับตัวยังไง บางเซ็กเตอร์อาจจะเห็นเส้นทางปรับตัวเร็วกว่าบางเซ็กเตอร์ เพราะไม่ได้พึ่งพาสหรัฐมาก แต่กลุ่มที่พึ่งสหรัฐเยอะจะต้องคิดแล้วว่าจะทำอย่างไร แต่ไม่ใช่จะต้องหยุดรอทุกคนพร้อมกัน”

ทุกเซ็กเตอร์เข้าโหมดระวังสูง

ดร.รุ่งเล่าว่า ปัจจุบันธุรกิจในทุกเซ็กเตอร์อยู่ในโหมดระมัดระวัง จากเดิมไทยมีการลงทุนภาคเอกชนไม่มากอยู่แล้ว คือขยายตัวต่ำ จึงเป็นที่มาของการลงทุนไม่ได้เยอะ และล่าสุดเห็นสัญญาณความเชื่อมั่นน้อยลงไปอีก จากตัวเลขมีการคืนสินเชื่อมากกว่าปกติ คือระมัดระวังไม่อยากมีหนี้มาก และโดยเฉพาะที่ยังไม่มีกิจกรรมหรือโครงการอะไรที่จะต้องเอาเงินไปใช้ ก็จะคืนหนี้เพื่อเบาตัวขึ้น อยู่ในโหมดความระมัดระวัง

ส่วนภาคประชาชนก็เห็นความระมัดระวังในจุดนี้ ผ่านการถือสินทรัพย์ต่าง ๆ จะเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย เช่น ตราสารหนี้ หรือเงินสด เพราะคนไม่ค่อยมีความมั่นใจ เป็นสัญญาณว่าคนช่วงนี้มีความระมัดระวังสูง แต่ก็ไม่ใช่ไม่ดีทั้งหมด เพราะอย่างน้อยก็มี Buffer สำรองอยู่ แทนที่จะใช้จ่ายทั้งหมด

“อย่างไรก็ดี คิดว่าถึงจุดจุดหนึ่งที่ต้องไปต่อ และกลับมาทบทวนการดำเนินธุรกิจ การดำเนินชีวิต วิธีการตัดสินใจอะไรต่าง ๆ เราในฐานะที่เป็นกลจักรเศรษฐกิจคงจะต้องเปลี่ยน ต้องปรับ เพื่อให้ก้าวไปสู่โลกใหม่ เพียงแต่เราจะลงทุนอะไร และสภาพแวดล้อมมันเป็นจังหวะที่เหมาะสมหรือยัง”

ปลดล็อกให้แบงก์ปล่อยกู้

ดร.รุ่งเล่าต่อว่า สำหรับมาตรการที่จะเข้ามาช่วยนั้น เบื้องต้นคงต้องดูก่อนว่าปัญหาเศรษฐกิจที่มาจากต่างประเทศในครั้งนี้ ไม่ได้กระทบทุกคนเท่ากัน และประเทศมีทรัพยากรจำกัด ดังนั้น คนที่ถูกกระทบมากก็ควรจะได้รับการช่วยเหลือมากกว่า บางธุรกิจแค่หาตลาดใหม่ หรือพัฒนาโปรดักต์ และรัฐบาลช่วยนิดหน่อยไปต่อได้แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ยาแรง แต่บางธุรกิจต้องลงทุนเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต คิดค้นสินค้าใหม่ จะต้องมีการให้สินเชื่อกลุ่มนี้มากขึ้น อาจจะใช้ในลักษณะของซอฟต์โลน รวมถึงรัฐบาลต้องมีมาตรการด้านอื่น ๆ ช่วยเพื่อให้การทำธุรกิจคล่องตัวมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจปรับตัวได้

โดยขณะนี้ ธปท.คุยอยู่กับแบงก์ เพื่อจัดกลุ่มแยกแยะปัญหาของแต่ละเซ็กเตอร์ รวมถึงสอบถามว่า “คุณคิดว่าเซ็กเตอร์ไหนต้องการอะไร เพื่อที่จะได้ไปรอด” และคำถามว่า ถ้าแบงก์จะพร้อมปล่อยสินเชื่อใหม่ ไม่ใช่เลี้ยงสินเชื่อเก่า แต่เป็นสินเชื่อ Transformation Loan ใหม่ แบงก์ต้องการเห็นอะไรบ้างในตัวลูกค้า ต้องการเห็นอะไรในมาตรการรัฐ ที่จะมาประกอบกันเพื่อที่แบงก์จะมั่นใจและกล้าปล่อยสินเชื่อ อันนี้เป็นคำถามที่ ธปท.กำลังเวิร์กเพื่อมาสู่คำตอบในการช่วยเหลือแต่ละเซ็กเตอร์

ไม่ใช่ยื้อชีวิต-ต้องปรับให้ไปต่อ

รองผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือเพื่อฟื้นเศรษฐกิจนั้น ธปท.ก็กำลังหารือกับกระทรวงการคลัง โดยรัฐมนตรีมีนัดหมายพูดคุยอยู่ ซึ่ง ธปท.ต้องมีการเตรียมพร้อม และหาคำตอบให้เร็วที่สุด ซึ่งคำตอบข้อมูลอาจจะเป็นบางส่วนก่อน ไม่จำเป็นต้องเป็นทุกเซ็กเตอร์ และต้องมีมุมมองอื่น องค์กร และภาคส่วนอื่นมาประกอบด้วย โดยสินเชื่อซอฟต์โลนไม่จำเป็นต้องเป็นของ ธปท. เพราะก็มีซอฟต์โลนของออมสิน ส่วนหากเป็นซอฟต์โลนของ ธปท.จะต้องออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)

“ประเด็นเงินมาจากไหน อาจจะไม่สำคัญเท่าจะเอาเงินไปทำอะไร เป้าหมาย และองค์ประกอบอื่นที่สำคัญจะต้องมาพร้อมกับเงิน เพราะมีแต่เงิน เหมือนการให้เลือด ยื้อชีวิต แต่ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลงอย่างอื่น ร่างกายมันไม่สามารถจะแข็งแรงขึ้นมาได้ ไม่ใช่งานขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง จะต้องช่วยกันทุกฝ่าย”

ดร.รุ่งกล่าวว่า ที่สำคัญคือ สินเชื่อที่ให้ ณ โมเมนต์นี้ คงไม่ได้ให้ไปเยียวยา หรือ “ยื้อชีวิต” การยื้อชีวิตอาจมีความจำเป็นบ้าง แต่คำตอบที่แท้จริง คือการให้สินเชื่อเพื่อให้ปรับตัว เพื่อให้ไปต่อได้ ซึ่งการปรับครั้งนี้ต้องมาพร้อมองค์ประกอบอื่น เพราะแค่ว่าการให้สินเชื่อ ไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน ต้องปรับรูปแบบในการทำธุรกิจ ปรับโปรดักต์ การหาตลาดใหม่ ๆ และอื่น ๆ ประกอบกันไปด้วย และสินเชื่อจะเป็นตัวที่ทำให้สิ่งเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ไปต่อได้ง่ายขึ้น

เพราะฉะนั้นนอกจากไปรู้แล้วว่าแต่ละคนต้องปรับเปลี่ยนอะไร พร้อม ๆ กับให้ภาคการเงินเข้าไปเสริม รวมถึงคนตัวเล็กจริง ๆ อาจจะต้องมีเรื่องของเครดิตการันตีที่เข้าไป เพราะการปล่อยกลุ่มนี้ของธนาคารอาจจะมองว่ายังมีความเสี่ยงเยอะ ภาครัฐก็อาจต้องเข้าไปทำเครดิตการันตีเพิ่ม

“มาตรการการเงินเป็นมาตรการที่เสริม เป็นมาตรการที่จำเป็น เป็นมาตรการที่ส่วนหนึ่งก็คงต้องมีสำหรับคนจำนวนมาก แต่มันไม่ใช่ตัวเดียวที่จะทำให้ใครรอดได้ในระยะยาว”

วิสัยทัศน์แคนดิเดตผู้ว่าการ

และในฐานะเป็นแคนดิเดตผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ ดร.รุ่งกล่าวว่า ในบทบาทของผู้ว่าการ ธปท. มีอย่างน้อย 3-4 เรื่อง ที่มีความจำเป็นต้องทำ อย่างแรกที่สุดที่สำคัญในระยะสั้นมาก ก็คือเรื่องการนำพาให้เศรษฐกิจไทยผ่านพ้นพายุช่วงนี้ให้ได้ เพราะเป็นช่วงที่มีพายุเข้ามารุมเร้าประเทศไทยค่อนข้างเยอะ สิ่งที่สำคัญก็คือ ไม่ทำให้น้ำกระเพื่อมมากจนทำให้ประชาชน หรือธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีความสามารถในการต้านทานแรงลมพายุได้น้อย จนทำให้เขายืนไม่อยู่ อันนี้เป็นเรื่องการรักษาเสถียรภาพในภาพรวมยังคงมีความสำคัญ

ธปท.ต้องดูแลไม่ให้มีอย่างอื่นมาซ้ำเติม อย่างในระยะสั้นต้องระมัดระวังไม่ให้โดน “Credit Downgrade” เพราะจะเป็นต้นทุนการกู้ยืมของทั้งประเทศเลย ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง

“ในส่วนของ ธปท.อย่างน้อย การทำนโยบายการเงินต้องอธิบายได้ ถ้าเราก็เพลี่ยงพล้ำไม่สามารถจะอธิบายได้ ว่าทำไมที่ผ่านมาลดดอกเบี้ยเท่านี้ ไม่ลดมากกว่านี้ ไม่ลดเร็วกว่า ไม่ลดช้ากว่านี้ อันนั้นก็จะยิ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือ”

ภูมิทัศน์การเงินใหม่

เป้าหมายระยะกลาง สิ่งที่ต้องการสานต่อคือเรื่อง “ภูมิทัศน์ใหม่การเงินไทย” เพราะเป็นการทำให้ภาคการเงินของประเทศไทย ภาคสถาบันการเงินตอบโจทย์ภาคสังคมไทยได้มากขึ้น ที่ผ่านมามีการพูดกันว่ายังมีคนที่ยังเข้าไม่ถึงภาคสถาบันการเงิน หรือเข้าได้น้อยเกินไป หรือด้วยต้นทุนที่แพงเกินไป

อย่างเช่น การถูกชาร์จดอกเบี้ยที่แพงเกินไป มองไปยังไง ๆ ก็ต้องเพิ่มการแข่งขัน ต้องเพิ่มความหลากหลายของคนที่จะเข้ามาเล่น คนใหม่ ๆ อาจจะนำพามาซึ่งเทคโนโลยีใหม่ ๆ และต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง โดยเฉพาะถ้าเข้าโฟกัสในบางเซ็กเมนต์ของลูกค้า อันนี้เราได้ปูพื้นมาแล้ว 2-4 ปี แต่ยังคงต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นของที่จะทำสำเร็จ แต่หลัก ๆ เป็นเรื่องของ 3 Open

อย่างแรกก็คือ Open Data ข้อมูลต่าง ๆ จะต้องไหลเวียนมากขึ้น เพื่อที่จะได้เป็นเครื่องมือในการที่ทุกคนเอาไปใช้ในการวิเคราะห์ได้มากขึ้น อันที่สอง ก็คือ Open Infrastructure มีโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าในโครงสร้างพื้นฐานนั้นได้เท่าเทียมกัน หากเข้าไม่ได้มากพอก็ไม่ได้นำพาให้การแข่งขันที่ยังไม่ค่อยเสมอภาค หรือแข่งขันไม่เต็มที่

เปิดเวทีผู้เล่น-แข่งขันมากขึ้น

และสาม Open Competition นอกจากการเปิดให้มีแบงก์ใหม่ ๆ อย่าง Virtual Bank ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ไม่มีต้นทุนสาขาพนักงานทำให้ต้นทุนทำความรู้จักลูกค้าน้อยกว่าธนาคารดั้งเดิม อีกกลุ่มหนึ่งน่าจะมีบทบาทมากขึ้นคือ “น็อนแบงก์” สถาบันการเงินที่ไม่ได้รับเงินฝาก แต่อาจจะปล่อยกู้ หรือทำกิจกรรมอย่างอื่น ก็อยากเห็นบทบาทของคนกลุ่มนี้ ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ทำได้มากขึ้น

ส่วนหนึ่งน่าจะต้องมีการแก้เรื่องของกฎระเบียบ เพราะการให้ไลเซนส์ของ ธปท.ที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มน็อนแบงก์ทำงานเป็นไซโล คืออยู่ในกระบอกแคบ ๆ ของธุรกิจ ซึ่งตามแนวคิดก็อยากจะเห็นน็อนแบงก์ทำอะไรได้คล่องตัว ประกอบธุรกิจในวงที่กว้างขึ้นได้ ซึ่งอันนี้จะช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทางการเงินได้มากขึ้น

“เราอาจจะต้องกลับมาดูเรื่องของไลเซนส์ หรือการให้ใบประกอบธุรกิจ ซึ่งทุกวันนี้เราให้ตามกิจกรรม เราก็ต้องมาพิจารณาว่าเป็นไลเซนส์ที่สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายมากขึ้น อันนี้ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีความคล่องตัวมากขึ้น ใช้สมองไปคิดอะไรใหม่ ๆ ได้มากขึ้น”

ดร.รุ่งกล่าวว่า ขณะที่มีเสียงสะท้อนว่าแบงก์กำไรเยอะ ส่วนหนึ่งก็มาจากที่มีการแข่งขันน้อยเกินไป การทำภูมิทัศน์การเงินใหม่เป็นการแก้ปัญหาระยะยาว คือไม่ได้มองแค่แบงก์กำไรดูเยอะ แต่เพราะว่าแข่งขันน้อยเกินไปมั้ย จะมีอะไรที่กระตุ้นให้เขาแข่งได้มากขึ้น อันหนึ่งเพิ่มผู้เล่น พร้อมเปิดเรื่อง Open Data เพราะถ้าไม่เพิ่มข้อมูลก็ไม่อาจจะทำให้ผู้เล่นคนใหม่แข่งขันได้

เพราะฉะนั้นต้องดูด้วยว่าคนใหม่ที่เข้ามา ก็ต้องสามารถแข่งขันได้ อยู่แล้วยั่งยืน เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาพวกนี้ต้องทำให้เป็นระบบ และต้องเดินอย่างมีขั้นมีตอน และต้องไม่เดินช้าเกินไป

สนับสนุนการเติบโตของ ศก.

โจทย์ข้อ 3 คือประเทศไทยต้องมีการเติบโตใหม่ (Growth Engine) และ ธปท.เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานภาครัฐต้องมีส่วนช่วยเรื่องนี้ และสำคัญที่สุด คือ เสถียรภาพ (Macro Stability) เป็นหน้าที่พันธกิจหลักของเรา และเรื่องของความยากง่ายของการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) ซึ่ง ธปท.ดูแลภาคการเงินกว้างขวางพอสมควร ดังนั้น การลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น การพิจารณาขอบเขตการทำธุรกิจได้คล่องตัวมากขึ้น มีต้นทุน Acquisition น้อยลง และการมีส่วนร่วมในการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน

และเรื่องของ “ระบบการชำระเงิน” ที่ไทยมีระบบการชำระเงินที่ดี แต่ผลิตภัณฑ์ที่ควรมียังมีน้อยเกินไป การดูแลในเรื่องของความทนทาน การไม่เสี่ยง การพึ่งพาต่างประเทศน้อยลง รวมทั้งเอื้อให้เกิดนวัตกรรมต่าง ๆ ให้มากขึ้น เป็นสิ่งที่อยากจะผลักดัน

เชื่อมการประสานงาน “ธปท.-คลัง”

ดร.รุ่งกล่าวถึงการประสานงานนโยบายการเงินและการคลังว่า การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ในภาครัฐของ ธปท. ดูเหมือน “เหินห่าง” แต่ในมุมมองของตัวเองก็คิดว่า จริง ๆ มีการประสานงานกันอยู่ในระดับคนทำงานในหลายเรื่องด้วยกัน แต่หลาย ๆ ครั้งอาจมีการ “พูดน้อยเกินไป” ทำให้ความเข้าใจไปคนละทิศคนละทาง หรือไม่ตรงกัน จึงต้องมีการ “พูดคุยบ่อยขึ้น” และต้อง “พูดคุยกันเร็วขึ้น” เพราะที่ผ่านมาอาจจะคุยกันช้าเกินไป แทนที่จะไปปรึกษาหารือกันตั้งแต่ต้น ๆ

“ต่อไปก็จะคุยกันมากขึ้น คุยกันเร็วขึ้น และคุยกันเงียบ ๆ ไม่ต้องผ่านสื่อ จะทำให้ประสิทธิภาพการประสานงานดีกว่าเดิม”

นอกจากนี้ สิ่งที่อยากเห็นคือ ไม่ใช่แค่การประสานงานในระดับใดระดับหนึ่งเท่านั้น แต่อยากให้น้อง ๆ มีโอกาสไปพูดคุยกับคนทำงานในองค์กรอื่น ๆ เพื่อให้คน Connect กัน ไม่จำเป็นต้องเป็นงานอย่างเดียว แต่อาจจะเป็นโครงการที่จะมาทำให้เราร่วมกันคิด หรืออะไรที่ช่วยกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รู้จักกัน เป็นอะไรที่ทำให้ความสัมพันธ์ในระยะยาวแข็งแรงขึ้น

“เป็นจุดที่ปรับปรุงเพิ่มเติมได้ ถ้าหากได้มีโอกาสรับตำแหน่ง และสามารถเป็นคนที่สามารถกำหนดการพูดคุยต่าง ๆ ได้มากขึ้น ก็อยากที่จะ Proactive มากขึ้น ในการที่จะออกไปคุยตั้งแต่ต้นมือ ตั้งแต่ยังไม่เกิด Issue อะไร เพราะก็อยากจะเข้าใจด้วยว่ามุมมองของคนอื่นเป็นอย่างไร มุมมองของเราเป็นอย่างไร เราจะได้มีโอกาสอธิบายข้อจำกัดต่าง ๆ หรือความกังวลในด้านต่าง ๆ ที่เรามีให้กับเขา”

“กองหลัง” ที่พร้อมดันสูง

แคนดิเดตผู้ว่าการแบงก์ชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า หน้าที่ของ ธปท. หรือธนาคารกลางทั่วโลก ทำงานเหมือน “กองหลัง” ที่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดวิกฤต เพราะต้องดูแล “เสถียรภาพ” ซึ่งในบางครั้งเศรษฐกิจมีความจำเป็นต้องการ “กองหลัง” ที่ต้องสนับสนุน “กองหน้า” ในลักษณะ Active มากขึ้นในภาวะไม่ปกติ เป็นเรื่องที่ต้องมีการพูดคุยกัน

โดยจะต้องมี “โค้ช” ที่จะเป็นคนบอกว่า “กองหน้า” ทำอะไรอยู่ และต้องให้กองหลังได้ยินด้วย ไม่ใช่แค่มาบอก “กองหลัง” ต้องดันสูง แต่ต้องบอกด้วยว่ากองหน้าทำอะไรอยู่ เราในฐานะกองหลังก็ต้องรู้บทบาทของผู้เล่นทุกตัว เพื่อที่จะได้เข้าใจว่าทำไมช่วงนี้ต้องดันสูง แต่ก็ต้องเหนื่อยเพราะต้องดูแลประตูด้วย และ “โค้ช” หรือผู้นำด้านเศรษฐกิจจะต้องรู้ เป็นคนประสานความสัมพันธ์ของผู้เล่นทุกตัว

“อิสระ” เพื่อดูแล ศก.ระยะยาว

นอกจากนี้ ดร.รุ่งอธิบายถึงความ “อิสระ” ของธนาคารกลางว่า คือ อิสระในการตัดสินใจที่จะบอกได้ว่า “ฉันมองเศรษฐกิจในระยะที่ยาวกว่าคนอื่น” แต่ท้ายที่สุดเราก็มองเศรษฐกิจเดียวกัน เพียงแต่ว่าไม่ได้ถูกกำหนดโดยวัฏจักรของ “การเมือง” เพราะไม่อย่างนั้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จะอยู่ในวังวน “ระยะสั้น” ซึ่งอย่างน้อย ธปท.จะไม่มีแรงกดดันระยะสั้นเท่ากับหน่วยงานในราชการอื่น ๆ และมีโอกาสพูดในมุมมองของตัวเอง อย่างไรก็ดี ธปท.ยังสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่การเติบโตจะต้องยั่งยืนด้วย

ทั้งนี้การทำงานยังยึดโยงเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น และดีขึ้นในระยะยาว ทุกคนมีหน้าที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโต เพียงแต่ว่า “อิสระ” ในที่นี้เพื่อที่จะให้สามารถแสดงความคิดเห็นที่ให้มุมมองในระยะยาวมากกว่าคนอื่น เพราะท้ายที่สุดเศรษฐกิจไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งอยู่แล้ว เราต้องทำงานไปด้วยกัน ไม่ใช่คำว่า “อิสระ” ที่จะทำอะไรก็ได้

“การทำงานของธนาคารกลางต้องอธิบายได้ คือถ้าเราจะมีอิสระแสดงความเห็น อธิบายได้ว่าที่ฉันเห็นอย่างนี้ เพราะฉันมีเหตุผล การสื่อสาร และการอธิบายให้คนเข้าใจ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐกิจไทยหลังชนฝา 3 โจทย์สำคัญผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...