โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พท.จ่อปราม สส.หลับมีท่าทีไล่ ภท.เป็นฝ่ายค้าน รับกังวลแต่มั่นใจนายกฯคุยได้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 05.25 น.

พท.จ่อปราม สส.หลับมีท่าทีไล่ ภท.เป็นฝ่ายค้าน รับกังวลแต่มั่นใจนายกฯคุยได้ บอกห่วงชายแดนมากกว่าการเมืองภายใน

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2568 นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสส.พรรค พท.ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ว่า เป็นการประชุมปกติที่พรรคจะมีการประชุมเดือนละ 1 ครั้งในช่วงเวลาที่มีการปิดสมัยประชุมสภาฯ เพื่อนำปัญหาของประชาชนมาพูดคุยกันในพรรคเพื่อรวบรวมปัญหาส่งให้รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อไป เมื่อถามว่า ต้องกำชับสส.ในพรรคอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากช่วงนี้มี สส.ของพรรคออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะไล่ พรรคภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน นายดนุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องมีการพูดคุยแน่นอน ทราบว่าเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานสส.พรรค พท.ก็ออกมาปรามแล้ว ส่วนตัวในฐานะโฆษกพรรคก็ได้เช็กมาในหลายทางแล้ว ขอเรียนว่าเป็นความเห็นของสส.แต่ละคน พรรคไม่ได้มีการสั่งให้ใครออกไปไล่ใครออกจากการเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งสส.แต่ละคนอาจไปรับความรู้ความรู้สึกของประชาชนหรือแฟนคลับพรรคมา จึงอาจทำให้มีอารมณ์ได้ เรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยกันว่าการร่วมรัฐบาล มารยาทในการร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องสำคัญมาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้บริหารพรรคทุกคนคำนึงถึงเรื่องนี้มาก ฉะนั้น คงจะต้องมีการปรามสส.ของเราเองว่าการออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่พรรคใดจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วมรัฐบาลนั้น ควรต้องระมัดระวังมากขึ้น ไม่ควรให้มีภาพการแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่า หลังจากมีสส.ของพรรคออกมาพูดในลักษณะดังกล่าว มองว่าจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายดนุพร กล่าวว่า หากถามว่ากังวลหรือไม่ ก็กังวล แต่เมื่อไปสอบถามว่าที่สส.แต่ละคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์นั้น ไม่ใช่คำสั่งของคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคคนใด ซึ่งก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้ให้ใครออกไปไล่คนอื่นเด็ดขาด เมื่อถามว่า กังวลอะไรหรือไม่หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกจากพรรคร่วมรัฐบาลไปเป็นฝ่ายค้านจริง นายดนุพร กล่าวว่า กังวลแน่นอน หากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล แน่นอนว่าการที่เสียงหายไป 70 กว่าเสียงมีผลมากในการประชุมสภาฯ เราก็ต้องมีการจัดทัพกันใหม่ ซึ่งอาจจะเหนื่อยหน่อย อีกทั้งยังมีรัฐมนตรีหลายคนที่เป็นสส.อยู่ด้วย ในการโหวตทุกสัปดาห์สส.ที่เป็นรัฐมนตรีก็ต้องกลับเข้ามาในสภาฯ เพื่อที่จะทำหน้าที่สส. ฉะนั้น หนึ่งเสียงของทุกคนมีค่ามาก แต่ในมุมของพรรคเอง วันนี้เราเชื่อมั่นว่านายกฯ จะสามารถประสานรอยร้าวต่างๆ ในพรรคร่วมรัฐบาลได้ และเชื่อว่านายกฯ จะนำปัญหานี้ไปพูดคุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกคน เชื่อเรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เมื่อถามย้ำว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถพูดคุยกับนายอนุทินและหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคได้อยู่ใช่หรือไม่ นายดนุพร กล่าวว่า วันนี้ขอยังเชื่อแบบนี้ก่อน เพราะนายอนุทินก็บอกเองว่านายกรัฐมนตรียังไม่ได้มีการมาพูดคุยในเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นเพียงแค่การคาดเดาของหลายฝ่ายว่าหากจะปรับออกหรือหากเป็นเช่นนั้นหากเป็นเช่นนี้ รวมถึงนายกรัฐมนตรีก็บอกทุกครั้งว่าหากจะมีการปรับครม.จะต้องมีการเรียกหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคมานั่งพูดคุยกัน

นายดนุพร กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ว่า ตนเป็นห่วงเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชามากกว่าเรื่องเสียงรัฐบาล การเมืองระหว่างประเทศที่มีข้อพิพาทกันเป็นเรื่องที่น่ากังวลกว่าการเมืองภายในประเทศ เพราะเป็นเรื่องที่กระทบต่อประเทศชาติ ชายแดน และเศรษฐกิจ รวมถึงอีกหลายมุม และตอนนี้ทางพรรคเพื่อไทยกำลังประสานกับกระทรวงการต่างประเทศว่ามีใครสามารถเป็นตัวแทนในการเข้ามาพูดคุยในการประชุมพรรคในวันที่ 17 มิ.ย. ได้ เพื่อให้ข้อเท็จจริงกับทางสส.ไปสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ และหลายคนก็มีข้อกังวลเรื่องศาลโลก ซึ่งในวันนี้เฟคนิวส์เยอะทั้งในแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รู้ความจริงครึ่งเดียวแล้วออกมาวิพากษ์วิจารย์ในทางที่ผิดเยอะมาก ทำให้ผู้รับสารมานั้นรับมาไม่ครบ เขาจึงเกิดความวิตกกังวลและมีการวิพากษ์วิจารย์ในทางที่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าทางฝั่งไทยมีการสื่อสารล่าช้ากว่าทางกัมพูชา นายดนุพร กล่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาสื่อสารโดยผู้นำ และอดีตผู้นำ ซึ่งระบบการเมืองประเทศเขากับเราไม่เหมือนกัน การที่ผู้นำประเทศเขาสื่อสารนั้นสามารถทำได้ แต่ประเทศเราทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะจะกระทบกับหลายฝ่ายทั้งต้องคำนึงถึงชายแดน เศรษฐกิจหรือประเทศในกลุ่มอาเซียน และประเทศไทยคำนึงถึงมารยาททางการเมืองหรือทางการทูตสูง ฉะนั้น ต้องยอมรับว่าเราช้าจริงแต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเรียนรู้และนำไปปรับปรุงว่าให้สื่อสารเร็วกว่านี้ แต่การสื่อสารที่เป็นข้อมูลผิดก็เป็นเรื่องที่อันตราย เชื่อว่าการที่กระทรวงการต่างประเทศเลือกที่จะสื่อสารช้านั้น อาจจะเป็นการเช็คข้อมูลให้รอบด้านแต่อย่างไรก็ต้องมีการปรับปรุงต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...