รัฐบาล อัปเดต สถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร ล่าสุด ยังปกติ
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เผย รายงานสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาภาพรวมเหตุการณ์ทั่วไปถึงเช้าวันนี้ ยังคงเป็นปกติ ไม่มีรายงานเหตุการณ์รุนแรงในทุกพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงยังคง เฝ้าระวัง โดยยังวางกำลังตามแนวปฏิบัติการตามแผน เพื่อรักษาอธิปไตยไทยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน
ด้าน เพจเฟซบุ๊ก กองบัญชาการกองทัพไทย Royal Thai Armed Forces Headquarters (ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพไทย) รายงาน ตามรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ดังนี้:
ภาพรวมสถานการณ์ : ปัจจุบันไม่มีเหตุการณ์ แต่ยังคงพบการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายเรายังคงวางกำลังตามแนวพื้นที่ปฏิบัติการตามแผน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ในความห่วงใยต่อกำลังพลและประชาชนของพระองค์ท่านที่ได้รับความเดือดร้อน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพบกร่วมกับส่วนราชการ เร่งดำเนินการสำรวจความเสียหาย และดำเนินการฟื้นฟูโดยเร่งด่วน ในการนี้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 26 และภาคประชาชน ได้ร่วมดำเนินการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัวของ สิบตรี ธีรยุทธ กระจ่างทอง ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ปะทะ ณ ฐานตาฮอง 2 อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยเกษตรกร พระราชทานความช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ ส่งมอบหญ้าแห้งผ่านทางกองทัพบก – มูลนิธิชัยพัฒนา – หน่วยงานปศุสัตว์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ
มเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงพระราชทานถุงยังชีพและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยจังหวัดจัดหาถุงยังชีพจำนวน 1,264 ชุด และวัตถุดิบประกอบอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัย
การดูแลผู้อพยพ : ส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ยังคงให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวกในพื้นที่อพยพใน 4 จังหวัด โดยจัดชุดตรวจสุขภาพกาย จิตใจ และนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นแจกจ่ายให้กับประชาชน รวมถึงการจัดกิจกรรมสันทนาการเพื่อผ่อนคลาย และเป็นการให้กำลังใจกันและกันในห้วงสถานการณ์ปัจจุบัน
สำหรับในพื้นที่ที่ยังคงได้รับความเสียหายจากวัตถุระเบิด ขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด หรือ EOD เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อทำลายวัตถุระเบิดที่ยังตกค้าง ปัจจุบันได้ทำลายไปแล้ว 17 พื้นที่ คงเหลือ 63 พื้นที่ เพื่อทำพื้นที่ให้ปลอดภัย
สรุปสถานการณ์ผู้ได้รับผลกระทบ (ยอดสะสมถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2568)
1. พลเรือน
• เสียชีวิต: 14 ราย
• บาดเจ็บ 38ราย
รวมทั้งสิ้น: 52 ราย
2. ทหาร
• เสียชีวิต: 15 นาย
• บาดเจ็บ: 199 นาย
รวมทั้งสิ้น: 214 นาย
สถานการณ์อพยพ : มีการอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงเข้าสู่ศูนย์พักพิงใน 4 จังหวัด ศูนย์อพยพจำนวน 613 ศูนย์ รวมผู้อพยพทั้งสิ้น 83,766 คน
ล่าสุด (3 ส.ค. 68) กองทัพบกปฏิเสธข่าวที่ “สมเด็จฮุนเซน” อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แชร์โพสต์ของโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ระบุว่ากองทัพบกไทยสั่งอพยพชาวจังหวัดสุรินทร์ภายในคืนนี้ เพื่อเตรียมเปิดฉากโจมตีกัมพูชาก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ว่า “ไม่เป็นความจริง”
ทั้งนี้ กองทัพบกยังคงเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด แต่ก็ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดจากการกระทำของฝ่ายกัมพูชา ที่มีแนวโน้มละเมิดข้อตกลงหยุดยิงบ่อยครั้ง