โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อาณาจักรเจนละ” รัฐแรกเริ่มอุษาคเนย์ ศูนย์กลางที่อุบลฯ-ยโสธร ต้นเค้าขอมเมืองพระนคร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 ส.ค. 2568 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 08.40 น.
ภาพเขียนภายในปราสาทวัดพู จากหนังสือ Voyage d'exploration en Indo-Chine ของ Francis Garnier (ภาพจาก Cornell University Library)

“อาณาจักรเจนละ” รัฐแรกเริ่มอุษาคเนย์ ศูนย์กลางอยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง ลุ่มแม่น้ำมูล-ชีตอนล่าง ต้นเค้าอาณาจักรขอมเมืองพระนคร นักวิชาการฝรั่งเชื่อว่าเจนละมีศูนย์กลางอยู่ที่ปราสาทวัดภู ในเขตจำปาศักดิ์ แต่จริง ๆ แล้วศูนย์กลางอาณาจักรโบราณนี้อาจอยู่ใน “อีสานประเทศ”

รศ. ดร. ธิดา สาระยาอธิบายไว้ในหนังสือ อาณาจักรเจนละ : ประวัติศาสตร์อีสานโบราณ(มติชน : 2540) ว่า อาณาจักรเจนละมีต้นกำเนิดอยู่ในดินแดนอีสาน โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี-ยโสธร ปัจจุบัน อาณาจักรโบราณนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อีสาน ไม่น้อยไปกว่าการเป็นอาณาจักรยุคต้นของชาวกัมพุช หรือกัมพู (กัมพูชา)

ภูมิหลังความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ “เจนละ”หรือเจิ้นละ, เจิ้นลาคืออาณาจักรโบราณก่อนพวกขอมจะตั้งเมืองสำคัญอย่างเมืองพระนคร บ้างจึงเรียกยุคเจนละว่า “ยุคก่อนเมืองพระนคร” ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 6-9 (พุทธศตวรรษที่ 11-14) ในช่วงเวลาดังกล่าว ชาวเจนละมีคติความเชื่อแบบฮินดู นับถือพระศิวะ และรูปเคารพคือ ศิวลึงค์ โคนนทิ

หลักฐานลายลักษณ์อักษรเก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงเจนละคือ เอกสารประวัติศาสตร์ราชวงศ์สุยกล่าวว่า เจนละเป็นอาณาจักรอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของหลินอี้ (จามปา) ซึ่งอยู่บริเวณเวียดนามตอนกลาง-ใต้ในปัจจุบัน แต่เดิมเจนละอยู่ภายใต้อาณาจักรฟูนาน กษัตริย์องค์สำคัญคือ จิตรเสนผู้สืบทอดอำนาจจากบรรพบุรุษของพระองค์ พระเจ้าจิตรเสนทรงยึดฟูนานและปราบปรามให้อยู่ในอำนาจ

นักวิชาการชาวฝรั่งเศสมีความเห็นว่า เจนละเป็นต้นเค้าของประวัติศาสตร์ขอม กล่าวคือ อาณาจักรขอมสืบเนื่องมาจากเจนละ วิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของเจนละอยู่ในลุ่มแม่น้ำโขงเป็นสำคัญ แล้วจึงย้ายอำนาจมาบริเวณทะเลสาบเขมรในกัมพูชา

จอร์จ เซเดส์กำหนดอาณาบริเวณของเจนละอยู่ลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลางเขตจำปาศักดิ์ มี“เศรษฐปุระ” เป็นศูนย์กลาง ศาสนสถานหลักของชุมชนแห่งนี้คือ วัดภูที่ประดิษฐานเทพเจ้าภัทเรศวร และเปรียบได้กับ ลิงคบรรพตในเอกสารจีน

กษัตริย์องค์สำคัญของเจนละคือ ภววรมันทรงมีอำนาจอยู่แถบเมืองภวปุระ ทางตอนเหนือของทะเลสาบเขมร พระองค์เป็นเชื้อสายกษัตริย์ฟูนาน ทรงอภิเษกกับเจ้าหญิงชาวกัมพูนามว่า กัมพูชาราชลักษมีเซเดส์เชื่อว่า พระเจ้าภววรมันทรงเดชานุภาพยิ่ง สามารถปราบปรามฟูนานให้อยู่ภายใต้อำนาจได้

พระญาติองค์สำคัญของภววรมันคือ จิตรเสน เมื่อเป็นกษัตริย์ทรงนาม มเหนทรวรมันทรงขยายอำนาจข้ามพนมดงรักเข้าสู่ลุ่มน้ำมูลถึงสุรินทร์ และแผ่ตลอดลุ่มแม่น้ำป่าสัก

โอรสของจิตรเสนคือ อีสานวรมันเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่อีกพระองค์หนึ่ง ทรงดำเนินรอยตามพระราชบิดาขยายอำนาจลงทางใต้ แผ่ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ (ถึงจันทบุรี) พระองค์ทรงตั้ง “อีสานปุระ”เป็นเมืองหลวง ซึ่งเชื่อว่าอยู่ที่สมโบร์ไพรกุก ทางเหนือของนครธม

นักวิชาการเชื่อกันว่า ในระยะแรกเจนละเป็นอาณาจักรที่มีเอกภาพทางการเมือง แต่ภายหลังแบ่งออกเป็น 2 ส่วน เรียกชื่อ เจนละบก และ เจนละน้ำ

ประวัติศาสตร์ราชวงศ์ถัง กล่าวถึงการจลาจลวุ่นวายเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 8 (พุทธศตวรรษที่ 13) เซเดส์ประมาณว่าตรงกับหลังสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 ซึ่งสวรรคตโดยไม่มีรัชทายาท จึงเกิดจลาจลขึ้นในอาณาจักรจนกลายเป็น 2 ส่วน คือ

เจนละบกมีพื้นที่บริเวณทางตอนเหนือ เป็นดินแดนแห่งขุนเขาและลุ่มน้ำ เซเดส์ชี้ว่าเจนละบกอยู่แถบลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง มีเศรษฐปุระในจำปาศักดิ์เป็นเมืองหลวง และเชื่อว่าเจนละบกคือต้นกำเนิดของเจนละ (แต่นักวิชาการบางคนว่าคือ เหวินถาน หรือเวินตาน ซึ่งก็คือ เวียงจันทน์)

จารึกภูเขียวเก่าจากชัยภูมิเป็นหลักฐานยืนยันความเก่าแก่ของชุมชนที่เกิดขึ้นบริเวณลุ่มน้ำโขงตอนกลางของเจนละบก อย่างไรก็ตาม อายุของจารึกดังกล่าวระบุถึงชัยสิงหวรมัน ซึ่งอยู่หลังยุคเจนละมาแล้ว

เจนละน้ำมีพื้นที่อยู่ทางใต้ใกล้กับทะเลสาบเขมร ทะเลโอบล้อม เป็นดินแดนลุ่มหนองคลองบึง แต่เกิดเมืองเล็กเมืองน้อยขึ้นมามากมาย กระทั่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 2สถาปนาลัทธิเทวราช รวมบ้านเมืองแถบนี้เข้าด้วยกันเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 9 (พุทธศตวรรษที่ 14) จึงถือว่าเป็นการรวมเจนละบกกับเจนละน้ำเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ และเป็นรากฐานความเป็นปึกแผ่นของอาณาจักรขอมหรืออาณาจักรเมืองพระนครในสมัยต่อมา

จากเรื่องราวตรงนี้ จะเห็นว่าประวัติศาสตร์เจนละนำไปสู่การตั้งอาณาจักรของชาวกัมพู-กัมพุชเทศ เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์กัมพูชาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่จริง ๆ แล้วเจนละเริ่มต้นจากบริเวณลุ่มน้ำโขงตอนกลาง ลุ่มแม่น้ำมูล-ชี ใน “อีสานประเทศ” หรือภาคอีสานของประเทศไทย ตลอดลงมายังลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ตั้งแต่สมโบร์ไพรกุก ตอนเหนือของทะเลสาบเขมร ขยายไปทางตะวันตกเฉียงใต้ถึงจันทบุรี ก่อนเจนละน้ำจะกลายเป็นศูนย์กลางอาณาจักรขอมเมืองพระนครในเขตเขมรต่ำ ผนวกดินแดนตอนในโดยมีช่องทางติดต่อกับที่ราบสูงโคราชคือช่องเขาต่าง ๆ ของเทือกเขาพนมดงรัก เช่น ช่องโอบก แบแบก ไซตะกู ตาเมียน

รศ. ดร. ธิดา เผยว่า ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเจนละส่งผลต่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคโบราณอย่างมาก เพราะก่อให้เกิดเพดานความคิดว่า เจนละเป็นประวัติศาสตร์ของอาณาจักรขอมโบราณ (เท่านั้น) เมื่อพบหลักฐานเกี่ยวกับเจนละในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคตะวันออกของไทย ก็ตีความรวมไปว่าดินแดนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ขอม ราวกับชุมชนบ้านเมืองในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีประวัติความเป็นมาของตนเอง

“แท้ที่จริงเรื่องของเจนละทำให้เราสามารถมองประวัติศาสตร์อีสานโบราณย้อนกลับไปได้ไกล เป็นประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง เท่า ๆ กับที่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสธารแห่งประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคโบราณ”

อ.ธิดา เน้นย้ำถึงหลักฐานวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านเมืองในอีสานว่ามีมาก่อนที่อื่นในบริเวณใกล้เคียง และสืบเนื่องไปถึงชุมชนบ้านเมืองที่มีร่องรอยเรื่องของเจนละที่เก่าที่สุด ซึ่งพบในแถบจังหวัดอุบลราชธานี-ยโสธร

“ประวัติความเป็นมาของเจนละขึ้นอยู่กับการสั่งสมอำนาจของผู้นำท้องถิ่นในเขตลุ่มน้ำมูล-ชีตอนล่าง เพราะมีจารึกกล่าวพาดพิงถึงกษัตริย์พื้นเมืองในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6-7 ซึ่งตรงกับระยะเริ่มแรกของอาณาจักรเจนละ เจ้าเมืองตามที่กล่าวไว้ในจารึกพบที่เมืองเตย จึงน่าจะมีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับเจนละยุคเริ่มแรก

หรืออีกนัยหนึ่งคือ เขตอุบลราชธานี-ยโสธร มีหลักฐานความเก่าแก่เกี่ยวกับเจนละ ตั้งแต่เรื่องราวของกษัตริย์สมัยต้น ทับหลังแบบสมโบร์และไพรกเมงตลอดจนจารึกของพระเจ้าจิตรเสนซึ่งหนาแน่นที่สุดในแถบนี้”

แม้หลักฐานดังกล่าวจะโต้แย้งความสำคัญของศาสนสถานวัดภูที่จำปาศักดิ์ ซึ่งนักวิชาการฝรั่งเศสเชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเจนละ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหลักฐานในเขตอุบลราชธานี-ยโสธร จะปฏิเสธความสำคัญของบ้านเมืองในจำปาศักดิ์ต่อวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของเจนละ ดังที่ อ.ธิดาทิ้งท้ายว่า

“ถึงแม้จารึกที่พบควบคู่ไปกับงานประติมากรรมจะกระจายอยู่ในขอบเขตกว้างขวางครอบคลุมบริเวณลุ่มแม่น้ำมูล-ชี หลักฐานที่เป็นสถาปัตยกรรมติดที่ เช่น ปราสาท และทับหลัง กลับพบอยู่ในเขตอุบลราชธานี ยโสธร และสุรินทร์ แต่อายุของหลักฐานที่เก่าที่สุดคือทับหลังและปราสาทนั้นอยู่ในเขตอุบลราชธานีใกล้ปากน้ำมูล (เช่นเดียวกับที่จันทบุรี)

ชวนให้เชื่อว่าเขตอุบลราชธานี-ยโสธร คือหัวใจสำคัญของเจนละ”

เมื่อเจนละแตกแยกเป็น 2 ส่วน ในขณะที่เจนละน้ำเป็นเรื่องของแว่นแคว้น กลุ่มเมือง เรื่องอธิราช เจนละบกกลับเป็นเรื่องปริมณฑลทางอำนาจของชนเผ่า-ชนชาติมากมาย (กัมพู ข่า จาม สยาม ไท ลาว) ที่ไม่ค่อยมีอำนาจรวมศูนย์ พอพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ครองราชบัลลังก์เจนละน้ำ ยุติภาวะการแบ่งแยกของเจนละ อารยธรรมในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง (เจนละน้ำ) จึงแผ่กลับสู่ภูมิภาคส่วนใน (เจนละบก) อีกครั้งพร้อม ๆ กับพระราชอำนาจของมหาราชขอม

อย่างไรก็ตาม ร่องรอยของอาณาจักรเจนละยังช่วยยืนยันความต่อเนื่องของชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งพบหลักฐานการทำโลหะสำริดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สะท้อนให้เห็นว่าอีสานโบราณไม่ใช่ภูมิภาคอันโดดเดี่ยว มืดมน หรือห่างไกลอารยธรรม แต่ติดต่อสัมพันธ์กับภายนอก และมีศักยภาพมากพอที่จะเป็นศูนย์กลางอารยธรรมโบราณได้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ธิดา สาระยา. (2540). อาณาจักรเจนละ : ประวัติศาสตร์อีสานโบราณ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มติชน.

สุภัทรดิศ ดิศกุล, ม.จ. อาณาจักรเจนละ. วารสารเมืองโบราณ, ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 ต.ค.-ธ.ค. 2519.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 สิงหาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อาณาจักรเจนละ” รัฐแรกเริ่มอุษาคเนย์ ศูนย์กลางที่อุบลฯ-ยโสธร ต้นเค้าขอมเมืองพระนคร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...