โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ล็อกซเล่ย์”ลดขยะตั้งแต่ต้นทาง แปรรูปสู่ “ปุ๋ยอินทรีย์” คุณภาพสูง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 01.10 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 08.07 น.

แต่ยังเป็นต้นตอสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กำลังผลักดันให้โลกของเราร้อนขึ้นทุกวัน

ตัวเลขจากกรมควบคุมมลพิษชี้ให้เห็นว่า ขยะเศษอาหารในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของขยะทั้งหมด และส่วนใหญ่ถูกนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งนอกจากจะสูญเสียทรัพยากรที่มีค่าอย่างน่าเสียดาย เศษอาหารที่ถูกฝังกลบเหล่านี้ จะเกิดกระบวนการย่อยสลายในสภาพปราศจากอากาศ ส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทน (CH₄) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีความรุนแรงมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่าในการกักเก็บความร้อน

จากปัญหาเรื่องขยะที่เป็นปัญหาหลัก ทั้งขยะพลาสติก ขยะกระดาษ โดยเฉพาะขยะเศษอาหารที่มีมากกว่า 50,000 กิโลกรัมต่อปี (50 ตัน) ที่เป็นภาระในการบริหารจัดการ บมจ.ล็อกซเล่ย์ ที่เป็นหน่วยเล็กๆ ในสังคม พยายามเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคม ได้เดินหน้าพยายามในการลดปริมาณขยะที่จะนำสู่การฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด

บมจ.ล็อกซเล่ย์ ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง ด้วยแนวคิดลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น สนับสนุนการนำกลับมาใช้ซ้ำ และคัดแยกขยะเพื่อนำสู่กระบวนการรีไซเคิลในปีที่ผ่านมาเราสามารถนำขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้กว่า 10,000 กิโลกรัม ทั้งขยะพลาสติก ขยะกระดาษ และขยะรีไซเคิลอื่น และที่สำคัญคือการเดินหน้าจัดการคัดแยกขยะเศษอาหาร ที่มากกว่าเดือนละ 2,000 กิโลกรัม ซึ่งขยะเศษอาหารเหล่านี้มาจากการบริโภคของพนักงานในสำนักงาน การจัดเลี้ยง การขายอาหารในแคนทีนและร้านอาหารของบริษัทในบริเวณอาคารสำนักงานใหญ่ ถือเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 50 ของขยะทั้งหมดในองค์กร

ภายใต้แนวคิดที่ว่า เศษอาหารไม่ใช่ “ขยะ” แต่เป็น “ทรัพยากร” ที่รอการใช้ประโยชน์ ที่สามารถแปรรูปกลับคืนสู่ธรรมชาติในรูปแบบของปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงได้

ล็อกซเล่ย์จึงเลือกแนวทางการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการติดตั้งเครื่องแปลงขยะเศษอาหารเป็นปุ๋ย ด้วยกระบวนการชีวภาพเพื่อย่อยสลายขยะเศษอาหารแปลงเป็นปุ๋ยอินทรีย์ พร้อมจัดทำโรงเรือนที่ติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนในหลายมิติ คือ (1) สร้างวัฒนธรรมและสื่อสารเรื่องการคัดแยกขยะให้กับพนักงานของเรา เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (2) กระตุ้น สนับสนุนความร่วมมือของคนในองค์กรผ่านกิจกรรม (3) สามารถลดปริมาณขยะสู่การฝังกลบ เพียงแค่ระยะเวลา 4 เดือนของการเริ่มโครงการ สามารถลดปริมารขยะสู่การฝังกลบได้ถึง 33% ของปริมาณขยะทั้งหมด (4) เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในองค์กรจากการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ผ่าน Solar Rooftop และ (5) ส่งต่อความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม จากปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้รับจากการย่อยสลายขยะเศษอาหารเพื่อประโยชน์ทางการเกษตร บำรุงต้นไม้และคืนความเขียวให้กับชุมชนโดยรอบ

ภายในระยะเวลาเพียง 9 เดือนหลังจากติดตั้งเครื่องแปลงขยะเศษอาหารเป็นปุ๋ย บริษัทสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้แล้ว 4,250 กิโลกรัม หรือเฉลี่ยประมาณ 473 กิโลกรัมต่อเดือน แปรรูปมาจากเศษอาหารกว่า 16,000 กิโลกรัม หรือ 16 ตัน ซึ่งปุ๋ยอินทรีย์เหล่านี้เป็นวิตามินบำรุงพืชมีประสิทธิภาพมากสูง ที่ได้รับการตรวจประเมินปริมาณแร่ธาตุสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตของพืช สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

ที่ผ่านมา บริษัทได้ส่งมอบปุ๋ยอินทรีย์ให้กับหน่วยงานต่างๆไปแล้วหลายแห่ง อาทิ กรุงเทพมหานคร จำนวน 2,300 กิโลกรัม สำนักงานเขตคลองเตย จำนวน 2,500 กิโลกรัม วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ สวนฟุ้งขจร จังหวัดปทุมธานีจำนวน 1,100 กิโลกรัม โรงเรียนสาธิตบางนา จำนวน 300 กิโลกรัม และจัดทำเป็นของที่ระลึกสำหรับประชาสัมพันธ์ ส่งมอบเป็นของขวัญสำหรับเทศกาล โอกาสต่างๆ ในนามบริษัทและบริษัทในเครือ เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านความยั่งยืน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมสีเขียว ไปพร้อมๆกับสนับสนุนให้พนักงานปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโลกของเรา

นอกจากนี้ ล็อกซเล่ย์ยังสนับสนุนสินค้ากรีนต่าง ๆ จากเกษตรอินทรีย์ ผ่านกิจกรรมกรีนมาร์เก็ต ที่จัดขึ้นทุกไตรมาส เพื่อเป็นช่องทางให้สินค้าเกษตรอินทรีย์จากวิสาหกิจชุมชน จากสำนักงานเขตที่ใช้ปุ๋ยวิตามินบำรุงพืช ได้เข้ามาจำหน่ายในตลาดนัดกรีนมาร์เก็ต

ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยายความร่วมมือด้านความยั่งยืนไปสู่พันธมิตรผู้มีส่วนได้เสียภายนอกเพิ่มเติม ทั้งการทำกิจกรรมให้ความรู้ด้านการคัดแยกขยะในโรงเรียน และชุมชนโดยรอบ การจัดกิจกรรมร่วมกับคู่ค้า พันธมิตรธุรกิจด้านการบริหารจัดการขยะ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพราะเราเชื่อว่า โลกแห่งความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือและการเดินหน้าไปด้วยกันของทุกฝ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...