ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนพ.ค.2568 ลดลงอยู่ที่ระดับ 88.1
ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนพ.ค.2568 ลดลงอยู่ที่ระดับ 88.1 แนะรัฐเร่งมาตรการเชิงรุก หนุนความเชื่อมั่นภาคอุตฯ กลับสู่ทิศทางบวก
วันที่ 18 มิ.ย.2568 นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ค.2568 อยู่ที่ระดับ 88.1 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 89.9 เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย และการรั่วไหลของสารเคมีในภาคเหนือ กระทบต่อภาคเกษตร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
ประกอบกับคู่ค้าในต่างประเทศมีแนวโน้มชะลอการสั่งซื้อสินค้า จากการเร่งสต็อกสินค้าในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น
ส่วนความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดน ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการค้าชายแดนในระยะสั้น อีกทั้งค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค ส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ส่งออก รวมถึงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ อาทิ ข้าว ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง กระทบกำลังซื้อในภูมิภาค
ภาวะอุปทานส่วนเกินในจีนและความไม่แน่นอนของการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐ ยังคงส่งผลให้เกิดการทะลักเข้ามาของสินค้าจีนเพิ่มขึ้นกระทบยอดขายผู้ผลิตในประเทศ และปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจ ส่งผลให้เกิดการชะลอการลงทุน
ส่วนดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงเช่นกัน อยู่ที่ระดับ 91.7 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าคาดการณ์อยู่ที่ 93.3 เนื่องจากผู้ประกอบยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับ Reciprocal Tariff จากความไม่แน่นอนการเจรจาทางภาษีกับสหรัฐ อาจกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว และแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนที่คาดว่าจะมาจากมาตรการลงทุนภาครัฐ 1.57 แสนล้านบาท ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และท่องเที่ยว คาดว่าจะหนุนจ้างงาน สร้างรายได้ และเสริมศักยภาพการเติบโตเศรษฐกิจในระยะยาว
นายนาวา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทาง ส.อ.ท. มีข้อเสนอแนะนำต่อภาครัฐ ให้เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายและออกมาตรการป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าไทย เช่น พัฒนาระบบข้อมูลติดตามข้อมูลการนำเข้าและส่งออกไปยังสหรัฐ การตรวจสอบย้อนกลับโรงงานที่ยื่นขอใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) และการทบทวนเงื่อนไขการประกอบกิจการในเขตปลอดอากร (Free Zone) เป็นต้น
นอกจากนี้ ขอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการจากสงครามการค้าและการขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐ รวมถึงธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) อาทิ การขยายตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง การลดต้นทุนการผลิต
ขณะเดียวกัน ขอให้ภาครัฐจัดสรรงบประมาณในการส่งเสริมผลิตภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ สำหรับบเอสเอ็มอีและการนําเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนพ.ค.2568 ลดลงอยู่ที่ระดับ 88.1
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th