โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SCGCลั่นรง.LSPเดินเครื่องผลิตอีกครั้งปลายส.ค.-ก.ย.นี้

Manager Online

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 12.38 น. • MGR Online

SCGC ลั่นโครงการLSP ที่เวียดนามเดินเครื่องจักรผลิตอีกครั้งในปลายสิงหาคมหรือต้นกันยายนนี้ หลังจากสเปรดปิโตรเคมีดีขึ้น คาดครึ่งปีหลังเฉลี่ย 340-370เหรียญสหรัฐต่อตัน ห่วงผู้ประกอบการไทยได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีตอบโต้สหรัฐฯ

นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCGC เปิดเผยว่า SCGCตัดสินใจกลับมาเดินเครื่องจักรโครงการ Long Son Petrochemicals (LSP)ที่เวียดนามในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นกันยายน 2568 เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์HDPEกับวัตถุดิบคือแนฟทา(สเปรด)อยู่ในระดับ340-370เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสม

ทั้งนี้ SCGC ได้หยุดเดินเครื่องจักรโครงการLSPเมื่อเดือนตุลาคม 2567 หลังเดินเครื่องผลิตได้เพียง1เดือน เพราะสเปรดต่ำมาก ยิ่งผลิตยิ่งขาดทุนจึงตัดสินใจหยุดผลิตชั่วคราว และลงทุนเพิ่มเติม 500ล้านเหรียญสหรัฐในโครงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบด้วยก๊าซอีเทนป้อนในโรงงานLSP โดนบริษัทเซ็นสัญญาจัดหาอีเทนจากสหรัฐฯ 1ล้านตันต่อปี ระยะยาว 15ปี พร้อมก่อสร้างถังเก็บวัตถุดิบ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี2570 ทำให้โครงการLSP มีต้นทุนแข่งขั้นได้จากการใช้วัตถุดิบที่มีราคาถูกอย่างอีเทน

นายศักดิ์ชัย กล่าวว่าสถานการณ์อุตสาหกรรมปิโตรเคมีในช่วงครึ่งปีหลังยังมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ(สเปรด)ในไตรมาส3/2568 จะสูงกว่าไตรมาส1/2568 นับว่าอุตฯปิโตรเคมีได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว

อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมปิโตรเคมียังมีกำลังการผลิตที่ล้นตลาด เนื่องจากประเทศจีนยังคงมีโครงการปิโตรเคมีใหม่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570-71 ทำให้โรงงานบางแห่งต้องหยุดผลิตลงและความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น สุดท้ายตลาดเข้าสู่ภาวะสมดุลในอนาคต

ส่วนปัจจัยความท้าทายที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีครึ่งปีหลัง ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ล่าสุดสหรัฐฯ ปิดดีลเก็บภาษีนำเข้าตอบโต้กับเวียดนามที่ 20% นั้น มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจปิโตรเคมีของบริษัทในเวียดนาม เพราะว่าสินค้าที่ผลิตส่วนใหญ่จำหน่ายในประเทศ แทบจะไม่ได้ส่งไปสหรัฐฯเลย ส่วนอีเทนภาษีนำเข้าเป็น 0% อยู่แล้ว

ขณะที่ทีมไทยแลนด์เดินทางไปสหรัฐเพื่อเจรจาภาษีนำเข้าตอบโต้กับสหรัฐฯนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าประกาศตัวเลขภาษีออกมา แต่เชื่อว่าบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะไม่ได้ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ แต่กังวลว่าจะกระทบทางอ้อมจากปริมาณเม็ดพลาสติกจากจีนที่จะทะลักเข้าตลาดอาเซียนรวมทั้งไทย และหากไทยถูกเรียกเก็บอัตราภาษีตอบโต้สหรัฐฯในอัตราที่สูงกว่าคู่แข่งอย่างเวียดนาม จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยเสียเปรียบเวียดนาม ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่ภาครัฐจะต้องช่วยกันปกป้องเพื่อให้อุตสาหกรรมในประเทศอยู่รอด

ทั้งนี้ SCGC มีแผนธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว แบ่งเป็น แผนระยะสั้น ดำเนินการลดต้นทุนวัตถุดิบ ,ลดเงินทุนหมุนเวียน ,ลดค่าใช้จ่ายโดยการนำดิจิทัลและ AI มาใช้,เร่งพัฒนาสินค้า HVA และสินค้า Green ,เร่งขยายธุรกิจ บริการและโซลูชั่นแบบครบวงจร

ส่วนระยะยาว มีการนำเข้าวัตถุดิบอีเทนเพื่อลดต้นทุนในโครงการ LSPในเวียดนาม

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...