รถไฟฟ้า vs รถน้ำมัน ใครคุ้มกว่าในปี 2025 ? | เงินทองของจริง
Ch7HD News - ข่าวช่อง7
อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.56 น. • TEROASIAในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าได้กลายเป็นหัวข้อร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในปี 2025 ที่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในตลาดรถยนต์ไทย
คำถามสำคัญที่หลายคนกำลังตัดสินใจคือ "ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแล้วหรือยัง ? " การตอบคำถามนี้ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์ตลาด ข้อดี-ข้อเสีย ค่าใช้จ่าย และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน
สถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยปี 2025
ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า มาดูสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยในปัจจุบันกันก่อน ตามข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2568
ยอดการผลิตรถยนต์ลดลง 14.88% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้
- รถยนต์นั่ง คิดเป็น 34% ของยอดผลิตทั้งหมด แต่ลดลง 22.69%
- รถยนต์โดยสาร ขนาดต่ำกว่า 10 ตันและมากกว่า 10 ตัน ไม่มีการผลิตเลย
- รถยนต์บรรทุก ลดลง 10.20%
- รถกระบะ 1 ตัน (ทุกประเภท) ลดลง 8.08%
- รถบรรทุก ขนาด 5-10 ตัน ลดลง 70.55%
สำหรับการส่งออก ยอดผลิตเพื่อส่งออกคิดเป็น 67.18% ของยอดผลิตทั้งหมด แต่ลดลง 13.48% ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศคิดเป็น 32.82% ลดลง 17.62%
รถยนต์ไฟฟ้า vs รถน้ำมัน การเปรียบเทียบที่ครอบคลุม
ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า
1. ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
- ต้นทุนการเดินทาง: 0.4-0.8 บาท/กิโลเมตร
- รถน้ำมัน: 2-2.5 บาท/กิโลเมตร
- ประหยัดได้มากกว่า 60-80%
2. ความยืดหยุ่นในการใช้พลังงาน
- สามารถชาร์จด้วยไฟบ้าน
- ใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์
- ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า
3. การสนับสนุนจากภาครัฐ
- มาตรการลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า
- ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
- ราคารถยนต์ไฟฟ้าแนวโน้มลดลง
ข้อจำกัดที่ยังต้องพิจารณา
1. โครงสร้างพื้นฐาน
- สถานีชาร์จยังมีจำนวนจำกัด
- ศูนย์ซ่อมบำรุงเฉพาะทางยังน้อย
- ระบบสนับสนุนยังอยู่ในช่วงพัฒนา
2. ระยะทางการเดินทาง
- ระยะวิ่งเฉลี่ย 400 กิโลเมตร/การชาร์จ (เช่น Tesla)
- ต้องวางแผนการเดินทางไกลอย่างรอบคอบ
- เวลาชาร์จนานกว่าการเติมน้ำมัน
ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา
ค่าใช้จ่ายที่รถไฟฟ้าประหยัดได้
1. น้ำมันเครื่อง
- รถน้ำมัน: เปลี่ยนทุก 8,000-10,000 กม. หรือ 6 เดือน
- รถไฟฟ้า: ไม่ต้องเปลี่ยน
2. ระบบเครื่องยนต์
- รถน้ำมัน: ชิ้นส่วนมากมาย ซ่อมบ่อย
- รถไฟฟ้า: มอเตอร์ง่าย ซ่อมน้อย
ค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณา
1. การเปลี่ยนแบตเตอรี่
- แบตเตอรี่รถไฟฟ้า (Tesla): 162,000-220,000 บาท
- ถังน้ำมัน + มอเตอร์ใหม่: ประมาณ 97,000 บาท
- ข้อได้เปรียบของรถน้ำมัน
2. ค่าใช้จ่ายที่เท่าเทียมกัน
- ยาง: ต้องดูแลเหมือนกัน
- เบรก: เปลี่ยนทุก 80,000 กม.
- การบำรุงรักษาทั่วไป
สรุป: ปี 2025 ควรซื้อรถไฟฟ้าหรือไม่ ?
เหมาะสำหรับคนที่
- ใช้รถในเมือง ระยะทางไม่ไกล
- มีที่ชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงาน
- ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว
- ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ยังไม่เหมาะสำหรับคนที่
- เดินทางไกลบ่อย ข้ามจังหวัด
- ไม่มีที่ชาร์จที่สะดวก
- ต้องการความรวดเร็วในการเติมพลังงาน
- งบประมาณซื้อรถจำกัด
คำแนะนำ ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า ถ้าการใช้งานของคุณเหมาะสม และพร้อมปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจ อาจรอดูการพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐานอีกสักระยะก่อนตัดสินใจ
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่