โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทร.แจงปมเรือปริศนา พบขยะ-อาหาร เร่งหาที่มาก่อนจม หวั่นเป็นเรือผิดกฎหมาย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ม.ค. 2565 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2565 เวลา 09.48 น.

ทร.เผยพบหลักฐาน ‘ขยะ-อาหาร’ ในเรือปริศนา ด้าน ศรชล.ภาค 2 ตั้ง กก.สอบสวนหาเจ้าของเรือ ประสานสิงคโปร์-สหรัฐหาประวัติ เชื่อยากที่เจ้าของแสดงตัว เหตุต้องจ่ายเงินค่ากู้เรือหลักล้านเอง ยันกองทัพเรือไม่คิดจมเรือ เพราะต้องการสอบสวนข้อเท็จจริง หวั่นเป็นเรือผิดกฎหมาย ระดมเรือทันสมัย-ยานใต้น้ำสำรวจเพิ่ม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 มกราคม ที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.ต.อิทธิพัทธ์ กวินเฟื่องฟูกุล โฆษกศูนย์อํานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) แถลงกรณีที่ตรวจพบเรือ Fin Shui Yuan 2 ลอยตามกระแสน้้ำเข้ามาบริเวณพื้นที่รับผิดชอบของ ศรชล.ภาค 2 ห่างจากฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช ไปทางทิศตะวันออก ระยะทางประมาณ 80 ไมล์ทะเล ว่าเมื่อวันที่ 6 ม.ค. เวลา 15.40 น. เรือ Fin Shui Yuan 2 ได้ถูกตรวจพบห่างจากฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 142 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่ของแท่นผลิตไพลินเหนือ ของบริษัท เชฟรอน (ประเทศไทย) สํารวจและผลิต จํากัด ขณะที่เรือดังกล่าวกําลังลอยตามกระแสน้ำและลมเข้ามาใกล้พื้นที่ปลอดภัยของแทนขุดเจาะตรวจสอบ ซึ่งจากสายตาพบว่าลักษณะตัวเรือเอียงและไม่พบการปฏิบัติงานบนเรือของลูกเรือ หลังจากที่ ศรชล.ภาค 2 ได้รับแจ้ง จึงสั่งการให้ทัพเรือภาคที่ 2 จัดกําลังทางเรือและอากาศยานไร้คนขับ เข้าปฏิบัติการตรวจสอบพบว่า ไม่มีลูกเรืออยู่บนเรือ ชื่อเรือ เลขเรือ และเอกสารทั้งหมดไม่ปรากฏ อุปกรณ์เดินเรือทั้งหมดบนสะพานไม่สามารถใช้งานได้มีเพียงไฟแบตเตอรี่ที่ทํางานได้ ทําให้ไฟยอดเสายังติดอยู่ มีเชือกขนาด 5 นิ้ว ผูกติดที่หัวเรือ ห้องเครื่องจักรใหญ่ และเครื่องไฟฟ้าถูกน้ำท่วมขังทั้งหมด รวมทั้งยังคงมีน้ำเข้าบริเวณระวางห้องเครื่องจักรใหญ่ต่อเนื่อง ไม่เห็นตัวเครื่องและไม่สามารถลงสํารวจได้

พล.ร.ต.อิทธิพัทธ์กล่าวต่อว่า ในขณะเดียวกันได้ทําการตรวจสอบข้อมูลของเรือดังกล่าวในระบบ Sea vision และระบบ MISC แล้วพบว่าไม่มีข้อมูลเรือลําดังกล่าว รวมทั้งได้ตรวจสอบสัญญาณ AIS ย้อนหลังไป 90 วัน ไม่พบว่ามีการส่งสัญญาณ และมีน้ำท่วมระวางขนถ่ายสินค้า มีกลิ่นน้ำมันเชื้อเพลิงกระจายทั่วไป ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 7-8 มกราคม 2565 ศรชล.ภาค 2 ได้แจ้งให้ทัพเรือภาคที่ 2 โดยเรือหลวงตาปีและเรือหลวงหลีเป๊ะ เข้าพื้นที่ดําเนินการกู้ซ่อมเบื้องต้น เพื่อจะทําการตรวจสอบเพิ่มเติม แต่เนื่องจากสภาพคลื่นลมแรง และมีน้ำเข้าตัวเรือ Fin Shui Yuan 2 ต่อเนื่อง จึงแจ้งให้กรมเจ้าท่า โดยสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 พล็อตตําแหน่งเรือและติดตามสถานการณ์ ออกประกาศชาวเรือให้ระมัดระวังในการเดินเรือ เตรียมการเก็บกู้เรือให้ปลอดภัย ประสานประเทศเจ้าของเรือ และดําเนินการ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ต่อมาเวลา 23.20 น. ทัพเรือภาค 2 ได้แจ้งว่า เรือ Fin Shui Yuan 2 ได้จมลงบริเวณห่างจากชายฝั่ง อ.สิชล ประมาณ 28 ไมล์ทะเล ทางทิศตะวันตก ความลึกน้ำประมาณ 30 เมตร

พล.ร.ต.อิทธิพัทธ์กล่าวต่อว่า จากนั้นในวันที่ 9 มกราคม เวลา 10.00 น. ศรชล.ภาค 2 ได้รายงานเพิ่มเติมจากเรือหลวงตาปี ตรวจพบคราบน้ำมันลอยเหนือผิวน้ำ บริเวณกว้างประมาณ 500 เมตร โดยคราบน้ำมันดังกล่าวมีลักษณะเจือจาง ไม่มีแผ่นหนามาก และสามารถกําหนดจุดเรือจมลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้ คราบน้ำมันดังกล่าวไม่น่าจะสร้างความเสียหายและจะสลายไปจากคลื่นลมธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ขอให้ติดตามการเคลื่อนตัวกับทิศทางและระยะทางที่อาจเข้าเกาะมัดสุมไปจนถึงเกาะสมุย หากมีแนวโน้มส่งผลกระทบทางสํานักงานเจ้าท่า สาขานครศรีธรรมราช พร้อมปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันต่อไป

โฆษก ศรชล.กล่าวว่า การดําเนินการติดตามของ ศรชล. กรณีเรือ Fin Shui Yuan 2 ได้ประสานให้กรมเจ้าท่า พิจารณาออกคําสั่งกู้เรือตาม พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย ถ้าเกินกําหนดระยะเวลา 15 วันแล้วยังไม่มีเจ้าของเรือมาแสดงตัวและกู้เรือ กรมเจ้าท่าอาจจะพิจารณาในการกู้เรือ และแจ้งให้ ศรชล.ภาค 2 ร่วมกับ สํานักสืบสวนและสอบสวนกลาง ศรชล. ร่วมกับ สปก.6 ศรชล. (ตํารวจน้ำ) จัดตั้งคณะทํางานสืบสวนสอบสวนที่มาที่ไปของเรือดังกล่าวต่อไป โดยยังคงติดตามสถานการณ์ และการปฏิบัติของหน่วยปกติต่อไป สําหรับประวัติของเรือ Fin Shui Yuan 2 นั้น จากข้อมูลในระบบ SEA Vision และ MISC นั้น มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นเรือ Jin Shui Yuan 2 สัญชาติเรือประเทศจีน เป็นเรือสินค้า มีความยาว 56 เมตร ตรวจพบครั้งล่าสุดในปี 2020 จากการรายงานในระบบ AIS ทั้งนี้ หากได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนจะได้นําเสนอต่อไป

“กระแสข่าวที่ออกมาว่าเรามีเจตนาที่จะทิ้งเรือหรือทำให้เรือจม ไม่เป็นความจริง ไม่เช่นนั้นเราคงไม่นำเรือหลวงตาปีออกไปลากจูงเข้ามา แต่บังเอิญเรือหลวงตาปีเสียก่อน ยังไปไม่ถึง ไม่ได้ไปสัมผัสตัวเรือลำดังกล่าวเลย” โฆษก ศรชล.กล่าว และว่า จากการสำรวจในเบื้องต้นโดยมนุษย์กบของศูนย์สงครามพิเศษทางเรือที่ดำน้ำลงไป 30 เมตร จุดที่เรือจมทำการผูกทุ่นลอยผิวน้ำ พบระยะห่างจากผิวน้ำกับเรือ 18 เมตร ห่างจากชายฝั่ง อ.สิชล 28 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 50 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงไม่อยากมีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ เพราะต้องชดเชยเงินในการกู้เรือเป็นหลักล้าน แต่เราก็ต้องสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป

ด้าน น.อ.ยอดรัก ศิลปดุริยางค์ ตัวแทนกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กล่าวว่า กรมอุทกศาสตร์ฯจะทำแผนสำรวจเรือหลังจากพบว่าเรือไม่มีการเคลื่อนตัว ซึ่งในกรณีที่คลื่นลมแรง เราจะส่งเรือลำใหญ่ที่เรียกว่าเรือหลวงพฤหัสบดี ซึ่งเป็นเรือสำรวจที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอุปกรณ์สำรวจที่เรียกว่า “มัลติบีม” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทางด้านอุทกศาสตร์และสมุทรศาสตร์ในการสำรวจได้อย่างสมบูรณ์ ข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลสามมิติ ถูกต้องแม่นยำ ในกรณีที่ลมไม่แรงก็จะใช้เรือลำเล็กกว่า นอกจากนั้นยังมียานยูเอวีส่งไปใต้น้ำในการพิสูจน์ทราบอีกด้วย

ขณะที่ น.อ.เบญจมาพร วงศ์นครสว่าง ตัวแทนกรมยุทธการทหารเรือ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่มีเรือไม่ทราบสัญชาติลอยเข้ามาในน่านน้ำทะเล กองทัพเรือดำเนินการตามนโยบายผบ.ทร.ที่มอบหมายให้แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน กองทัพเรือได้บูรณาการกับหน่วยงานต่างๆอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ส่งเรือ ต.113 เรือหลวงตาปี เรือหลวงหลีเป๊ะ และเรือหลวงท้ายเมืองออกไป ซึ่งต่อมาเรือ FIN SHUL YUAN 2 ได้จมลงไปเองแล้ว กองทัพเรือก็จะประสานตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งจากสิงคโปร์ และสหรัฐ เพื่อตรวจสอบว่าเรือมาจากไหน และติดตามตรวจสอบย้อนหลังว่ามีเรือลำนี้ในระบบหรือไม่ มีทิศทางมาจากไหน ทำผิดกฎหมายเรื่องใดหรือไม่ และพร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ กองทัพเรือไม่นิ่งนอนใจ เราจะต้องดำเนินการให้ชัดเจนและเป็นที่เรียบร้อยว่าเรือมาจากไหนอย่างไร

นายพิทักษ์ วัฒนพงศ์พิศาล ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำกรมเจ้าท่า กล่าวว่า เมื่อได้รับการประสานจาก ศรชล.ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม เราก็ให้ความร่วมมือประสานหาตำแหน่งที่ตั้งเรือ โดยคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของการเดินเรือ และสิ่งแวดล้อม พร้องทั้งประกาศให้เรือสินค้าที่ใช้เส้นทางใกล้เคียงระมัดระวัง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติการเข้า-ออกเรือในประเทศ ไม่พบประวัติเรือดังกล่าว และเรือดังกล่าวเป็นเรือขนส่งสินค้า ไม่ใช่เรือน้ำมัน ส่วนการจัดการคราบน้ำมันนั้น ประเทศมีมาตรการดำเนินการอยู่แล้วตามลำดับในระดับต่างๆ ซึ่งต้องประเมินอีกครั้ง เรือนี้เป็นเรือที่ถูกปล่อยร้างมา มีสินค้าและน้ำมันคงคลังไม่มาก เมื่อเรือจมลงก็ได้ประเมินพบคราบน้ำมันบางๆ ซึ่งเมื่อเจอคลื่นลมน้ำมันจะแตกตัว และเมื่อเจอความร้อนของแดดน้ำมันก็จะระเหยไปเอง

เมื่อถามถึงการสืบค้นที่มาของเรือจะดำเนินการอย่างไร โฆษก ศรชล.กล่าวว่า กองทัพเรือได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบโดย ศรชล.ภาค 2 เร่งดำเนินการทุกทางโดยเร็ว และรายงานให้รับทราบต่อไป แต่จะเร็วแค่ไหนยังตอบไม่ได้

เมื่อถามว่า เศษอาหารและเศษขยะบนเรือบ่งบอกอะไรได้บ้าง โฆษก ศรชล.กล่าวว่า ศรชล.จะนำไปเป็นข้อมูลเพื่อขยายผลต่อไป ซึ่งเรือที่ปรากฏไม่มีฐานข้อมูล มีแต่ชื่อคล้ายๆ กัน ทั้งนี้ เราไม่ทิ้งประเด็นว่าเป็นเรือผิดกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นเรือใด เพราะเรากลัวเป็นเรือผิดกฎหมายจึงพยายามจะนำลากเข้าฝั่ง แต่ยังไม่ทันได้ลากเรือก็จมเองไปเสียก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...