โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

หนุ่มประจวบคีรีขันธ์ เพาะด้วงสาคูเสริมรายได้ บรรจุภัณฑ์มีมาตรฐาน ช่วยตีตลาดออนไลน์

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 03 พ.ค. 2565 เวลา 00.25 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

“ด้วงสาคู” แมลงที่กำลังได้รับความนิยม ถือเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ซึ่งการเพาะเลี้ยงส่วนมากจะอยู่ในแถบจังหวัดภาคใต้ โดยด้วงสาคูเป็นแมลงที่เพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตได้เร็ว ในระหว่างที่เลี้ยงไม่ต้องดูแลมาก และที่สำคัญการเลี้ยงมีช่วงวงจรชีวิตที่สั้น โดยระยะที่เป็นตัวหนอนมีขนาดตัวที่ค่อนข้างมีน้ำหนักที่ดี จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งแมลงเศรษฐกิจที่น่าสนใจสำหรับเลี้ยงสร้างรายได้ ด้วงสาคู นอกจากชื่อนี้แล้ว ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกด้วย เช่น ด้วงงวงมะพร้าว ด้วงไฟ ด้วงงวง แต่ทางภาคใต้จะนิยมเรียกว่า ด้วงสาคู หรือด้วงลาน เมื่อด้วงสาคูโตได้อายุที่เต็มวัยจะมีขนาดตัวยาวอยู่ที่ 2.2-3.5 เซนติเมตร

คุณสมเกียรติ นุชนงค์ อยู่บ้านเลขที่27 หมู่ที่ 1 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เห็นช่องทางการสร้างอาชีพจากการเลี้ยงด้วงสาคู ทำให้เขาได้ศึกษาวิธีการเลี้ยงและทดลองเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ จากนั้นนำมาต่อยอดสร้างเป็นอาชีพที่ครบวงจร เป็นอีกหนึ่งช่องทางเสริมรายได้ พร้อมทั้งมีการบรรจุภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน เป็นการทำตลาดออนไลน์ที่เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน

พิษโควิด-19 ส่งผลกระทบ

จึงเลี้ยงด้วงสาคูเสริมรายได้

คุณสมเกียรติ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่โควิด-19 จะมาระบาดในประเทศไทย เดิมทีทำงานเป็นสัตวบาลอยู่ในบริษัทเอกชนเกี่ยวกับการส่งจำหน่ายโคเนื้อ ต่อมาเมื่อการส่งออกไม่สามารถทำได้เหมือนเช่นเคย อันเกิดจากการปิดประเทศที่เป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน จึงทำให้ทางบริษัทต้องมีการเลิกจ้างพนักงาน ส่งผลให้เขาต้องมองหาช่องทางการทำอาชีพใหม่ ซึ่งเขามองว่าอาชีพที่ทำต้องไม่ซ้ำกับใครในพื้นที่ในย่านนี้ จึงตัดสินใจเลี้ยงด้วงสาคูเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ในเวลาต่อมา

“ช่วงที่จะตัดสินใจเลี้ยง เรามองว่าตลาดน่าจะไปได้ เพราะในพื้นที่ที่อยู่ยังไม่มีใครเลี้ยง พอดีเห็นรุ่นน้องเขาเลี้ยงอยู่ และสามารถทำตลาดได้ดี ก็เลยไปศึกษาการเลี้ยง พอมาทดลองเลี้ยงก็ประสบผลสำเร็จ เพราะการเลี้ยงไม่ได้ยุ่งยาก ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงก็ไม่นาน ต่อมาก็เพาะพ่อแม่พันธุ์เอง ทำให้ไม่ต้องซื้อจากที่อื่นเข้ามาภายในฟาร์ม เราจึงเลี้ยงครบวงจร มีทั้งทำตลาดขายในพื้นที่ และขายออนไลน์ไปพร้อมๆ กัน” คุณสมเกียรติ บอก

อุปกรณ์ใช้เลี้ยงไม่ยุ่งยาก

หาได้จากท้องตลาดทั่วไป

สำหรับในเรื่องของการเลี้ยงด้วงสาคูนั้น คุณสมเกียรติ เล่าขั้นตอนการเลี้ยงให้ฟังว่า จะมีการสร้างโรงเรือนสำหรับใช้เลี้ยงด้วงสาคูโดยเฉพาะ เพื่อเก็บวัตถุดิบและอาหารของด้วงให้อยู่เป็นสัดส่วน ส่วนกะละมังที่ใช้เลี้ยงเป็นกะละมังเบอร์ 20 ที่สามารถหาซื้อได้จากท้องตลาดทั่วไป โดยบนกะละมังที่เลี้ยงด้วงสาคูจะต้องมีฝาปิดด้านบน เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงอื่นที่เป็นแมลงศัตรูเข้าไปทำลายด้วงที่เลี้ยงอยู่ภายใน

โดยก่อนที่จะนำด้วงสาคูไซซ์พ่อแม่พันธุ์เข้าไปเลี้ยงภายในกะละมัง ขั้นตอนแรกจะต้องเตรียมวัตถุดิบสำหรับการเลี้ยงใส่ลงไปในกะละมังเสียก่อน ประกอบด้วย ต้นสาคูบด 2 กิโลกรัม อาหารหมู 400 กรัม น้ำ 2.5 ลิตร และเปลือกมะพร้าว โดยใส่ดูตามความเหมาะสม ซึ่งวัตถุดับทั้งหมดจะอยู่ด้วยกันและมีความชื้นภายในกะละมังพอสมควร จากนั้นนำพ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูมาใส่ภายในกะละมังละ 3-5 คู่

“หลังจากใส่พ่อแม่พันธุ์ลงไปแล้ว ปิดฝาบนกะละมังให้สนิท อย่าให้แมลงอื่นเข้าไปภายใน ปล่อยอยู่แบบนี้ประมาณ 20 วัน เราก็จะเอาพ่อแม่พันธุ์ออกจากกะละมัง และเติมอาหารใหม่เข้าไป เป็นต้นสาคูบดและอาหารหมูเหมือนเดิม เพราะว่าในระยะนี้ จะมีตัวอ่อนกินอาหารหมดแล้ว หลังจากนี้นับไปอีก 7 วัน ก็เติมอาหารเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งสุดท้าย โดยในช่วงวันที่ 27 ถ้าตัวไหนใหญ่ก็คัดออกมาได้เลย แต่ถ้ายังไม่ได้ไซซ์ ก็เลี้ยงต่อไปอีก 7-9 วัน หนอนด้วงทั้งหมดก็จะโตเท่ากันหมด สามารถจับขายยกทั้งกะละมังได้เลย” คุณสมเกียรติ บอก

ซึ่งพ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูสามารถนำมาเพาะพันธุ์ได้ประมาณ 5 ครั้ง ก็จะทำการปลดระวางและเพาะพันธุ์หนอนด้วงตัวอื่นขึ้นมาเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป ส่วนแมลงศัตรูอื่นๆ ที่ต้องระวังก็จะเป็นแมลงวันเข้ามาไข่ เพราะหนอนแมลงวันจะเข้ามากัดกินด้วง และที่ต้องระวังเป็นพิเศษอีกชนิดหนึ่งคือมด เพราะชอบเข้ามากัดกินตัวหนอนด้วง วิธีที่ป้องกันที่ดีที่สุดคือ อย่าปล่อยให้ภายในกะละมังแห้ง ต้องทำให้ภายในกะละมังมีความชื้นและแฉะอยู่เสมอ

การบรรจุภัณฑ์ที่ดี

ช่วยให้ทำตลาดง่ายขึ้น

ในเรื่องของตลาดเพื่อจำหน่วยด้วงสาคูที่เลี้ยงนั้น คุณสมเกียรติ เล่าว่า เมื่อมีผลผลิตใหม่ๆ ก็จะโพสต์ตามหน้าเฟซบุ๊กเพื่อจำหน่ายเป็นหลัก ทำให้เพื่อนๆ ที่รู้จักสนใจเข้ามาสั่งซื้อ จากที่บางคนไม่เคยกินด้วงสาคูมาก่อน ถึงกับติดใจในรสชาติและบอกกันไปปากต่อปาก ทำให้เวลานี้ด้วงสาคูที่เขาเลี้ยงมีออกจำหน่ายไม่ทันกันเลยทีเดียว ต่อมาเริ่มมีลูกค้าจากต่างจังหวัดสนใจ จึงได้ทำการบรรจุภัณฑ์ด้วงให้ได้มาตรฐานมากขึ้น และมีระบบขนส่งรถห้องเย็นที่ทันสมัย ช่วยให้การจำหน่ายทั้งในพื้นที่และออนไลน์สะดวกมากขึ้น

โดยด้วงสาคู 1 กะละมัง ที่ผ่านการเลี้ยง 1 รอบการผลิต จะได้ด้วงที่มีน้ำหนักอยู่ที่ 1-1.2 กิโลกรัม ซึ่งราคาที่จำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ส่วนจำหน่ายให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดจะมีการจัดส่งด้วยรถห้องเย็นที่มีมาตรฐาน โดยลูกค้าเป็นผู้ออกค่าขนส่งเอง

“ตอนนี้ผมก็ถือว่าด้วง เป็นแมลงที่เลี้ยงแล้วสร้างเงินได้ดี เพราะตอนนี้ผมเองก็ทำแบบครบวงจร มีพ่อแม่พันธุ์ไว้ใช้เอง ซึ่งต่อไปในอนาคต จะมีการผลิตชุดทดลองสำหรับผู้ที่สนใจเลี้ยง เพราะด้วงสาคูเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย สามารถทำอาหารได้หลายเมนู ก็ฝากถึงคนที่อยากทำเป็นอาชีพนะครับ เกษตรกรถ้าอยากทำให้ประสบผลสำเร็จ สิ่งแรกเลยต้องมีใจรัก จากนั้นก็ศึกษาว่าเราอยากทำอะไร ตลาดไปได้ไหม เท่านี้ก็ประสบผลสำเร็จได้ไม่ยาก” คุณสมเกียรติ บอก

สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องของการเลี้ยงด้วงสาคู หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณสมเกียรติ นุชนงค์ หมายเลขโทรศัพท์ 082-607-2234

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...