3 กลยุทธ์ลงทุน สไตล์ Warren Buffett
ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…
Facebook| Line| Youtube | Instagram
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลยุทธ์การลงทุนของWarren Buffett ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การคัดกรองหุ้นที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว พูดง่ายๆ คือ ซื้อแล้วรอรับผลตอบแทนกันไปยาวๆ เพราะจากข้อมูลพบว่าตลอด30 ปีที่ผ่านมา(ตั้งแต่1 มีนาคม2536 – 31 มีนาคม2566) พอร์ตลงทุนของเขาสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี9.26% จึงไม่แปลกที่ทุกคนรอเขาออกมาให้ข้อมูลว่าตอนนี้กำลังซื้อหรือขายหุ้นอะไร
อย่างเมื่อ30 ปีที่แล้วWarren Buffett ซื้อหุ้นบริษัทCoca Cola และAmerican Express บริษัทละ1,300 ล้านดอลลาร์ ล่าสุดวันนี้หุ้นCoca Cola และAmerican Express มีมูลค่า25,000 ล้านดอลลาร์ และ22,000 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ขณะเดียวกันได้รับเงินปันผลรวมๆ แล้วประมาณ1,000 ล้านดอลลาร์อีกด้วย
จะว่าไปแล้วนักลงทุนอื่นๆ ก็สามารถนำกลยุทธ์การลงทุนของWarren Buffett ไปปรับใช้กับสไตล์ลงทุนของตัวเองได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวน ลองนำกลยุทธ์เลือกหุ้นสไตล์ของWarren Buffett ไปใช้ เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ตลงทุน
เน้นหุ้นราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
การลงทุนสไตล์เน้นคุณค่าของWarren Buffett จะมองหาหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง(Undervalued Stock) ด้วยการประเมินราคาหุ้นจากการวิเคราะห์มูลค่าทางบัญชี อัตราส่วนทางการเงิน โดยคาดหวังผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาหุ้นที่ปรับขึ้นไปสู่ระดับที่ควรจะเป็น เช่น หากซื้อหุ้นที่ราคา200 บาท และเชื่อว่ามูลค่าที่แท้จริงอยู่ที่250 บาท ก็ตัดสินใจซื้อหุ้นตัวนี้ และหากประเมินถูกต้อง แสดงว่าจะได้กำไรจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น(Capital Gain) อย่างน้อย25% ขณะเดียวกันก็เน้นหุ้นที่จ่ายเงินปันผล(Dividend Stock) อีกด้วย
หากมองสถานการณ์ตลาดหุ้นปี2566 ที่มีความผันผวนและตลาดโดยรวมเป็นขาลง พบว่ายังมีหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงให้เลือกลงทุนอีกมาก สำหรับหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอยู่ในพอร์ตลงทุนของWarren Buffett ในปีนี้ที่โดดเด่น เช่นCitigroup ที่เขาเข้าซื้อตอนต้นปี2565 ปัจจุบันราคาหุ้นถือว่าต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นที่75 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือGeneral Motors ปัจจุบันราคาหุ้นถือว่าต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นที่78 ดอลลาร์ต่อหุ้น
มองหาเงินปันผลที่ยั่งยืน
Warren Buffett เป็นแฟนตัวยงของบริษัทที่มีรายได้มั่นคง งบการเงินที่เต็มไปด้วยกระแสเงินสด รวมถึงเงินปันผล อย่างไรก็ตาม หากนับจำนวนหุ้นที่จ่ายเงินปันผลก็มีเต็มตลาด ดังนั้น การจะเลือกซื้อหุ้นปันผลก็ต้องให้แน่ใจว่าการจ่ายเงินปันผลมีความยั่งยืน พูดง่ายๆ ต้องจ่ายเงินปันผลทุกปีและตลอดไป เพราะนักลงทุนระยะยาว ไม่ต้องการหุ้นที่จ่ายเงินปันผลไม่มีความสม่ำเสมอ
การลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผล สามารถช่วยตัดประเด็นเป้าหมายการลงทุนระยะสั้นได้ง่ายขึ้น หรือไม่สนใจความผันผวนหุ้นในระหว่างทาง เพราะเป้าหมายหลัก คือ เงินปันผล
ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น นักลงทุนควรมองหาสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนคาดหวังและความเสี่ยงที่น่าดึงดูดกว่าและสามารถสร้างกระแสเงินสดล้อไปกับอัตราเงินเฟ้อได้ซึ่งหุ้นจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถสร้างผลตอบแทนได้เหนือว่าตลาดในระยะยาวและลดความเสี่ยงให้กับพอร์ตลงทุนได้ด้วย
ลงทุนกองทุนรวมดัชนี
กองทุนรวมดัชนี(Index Fund) เป็นกองทุนรวมที่มีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรับ(Passive Investment) เพื่อเลียนแบบดัชนีอ้างอิง(Benchmark) โดยเน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีที่ใช้อ้างอิง ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะดัชนีหุ้นเท่านั้น อาจจะเป็นดัชนีตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์อื่นๆ หากในตลาดหุ้นไทยที่ดัชนีอ้างอิงที่มักใช้กัน คือSET50 หรือSET100 Index หากเป็นระดับโลก เช่นS&P Index
ข้อดีของการลงทุนกองทุนรวมดัชนี ทำให้การเข้าซื้อขายหุ้นเกิดขึ้นไม่บ่อย จึงมีค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนและค่าใช้จ่ายต่ำมาก เมื่อเทียบกับกองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก(Active Investment) อีกทั้ง ยังเป็นทางเลือกที่ดีในการกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงรายตัวของบริษัท
ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของBerkshire Hathaway 2564 Warren Buffett บอกกับทุกคนว่าได้แนะนำกองทุนดัชนีS&P 500 ให้กับนักลงทุนมายาวนาน เพราะให้ผลตอบแทนประมาณ10% ต่อปีมาเป็นระยะเวลายาวนานถึงแม้จะไม่ได้รับประกันว่าผลตอบแทนระดับนี้จะยืนยาวขนาดไหน แต่ก็เป็นเลือกที่ดีในการลงทุนระยะยาว
ประเด็นที่Warren Buffett จะบอกคือ การลงทุนให้ประสบความสำเร็จควรลงทุนในสินทรัพย์หรือธุรกิจที่เข้าใจง่าย และเมื่อมั่นใจว่าเลือกถูกต้องแม่นยำก็ให้เวลาด้วยการลงทุนระยะยาว ที่สำคัญควรลงทุนแบบถัวเฉลี่ย(DCA)