ลุมพินี วิสดอมฯ แนะ 3 นวัตกรรมป้องกันฝุ่น PM2.5 งบไม่เกินหลักหมื่น
The Bangkok Insight
อัพเดต 07 มี.ค. 2566 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2566 เวลา 00.56 น. • The Bangkok Insightลุมพินี วิสดอมฯ แนะนำ 3 นวัตกรรมป้องกันฝุ่น PM2.5 ภายในที่อยู่อาศัย ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตเพื่อสุขอนามัยที่ดี ด้วยงบไม่เกินหลักหมื่นบาท
นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ บริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) กล่าววา ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ทวีความรุนแรงขึ้น และกลายเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม
จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป มีการเจ็บป่วยที่สูงกว่าคนในวัยอื่น ซึ่งเกิดจากการได้รับสัมผัสมลพิษทางอากาศมาเป็นเวลานาน ทำให้ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการพัฒนานวัตกรรมเพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5 เพื่อนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น โดยเฉพาะภายในที่อยู่อาศัย
ทั้งนี้ นวัตกรรมป้องกันฝุ่น PM 2.5 ภายในอาคารและที่อยู่อาศัย กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ถึงแม้ต้นทุนในการพัฒนาจะสูงขึ้น แต่จากสภาพแวดล้อมในปัจจุบันและแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นในอนาคต การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทุกคนต้องให้ความสำคัญ
แนะ 3 นวัตกรรมป้องกันฝุ่น PM2.5
จากแนวโน้มดังกล่าว ลุมพินี วิสดอมฯ ได้ศึกษา 3 นวัตกรรมป้องกันฝุ่น PM2.5 เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มคุณภาพอากาศที่ดีภายในที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย
สร้างพื้นที่สีเขียวภายในที่อยู่อาศัย (Passive Design)
ปัญหาฝุน PM2.5 เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ทั่วโลก จึงเกิดนวัตกรรมการขจัดมลภาวะและ PM 2.5 เกิดขึ้นทั่วโลก นวัตกรรมที่น่าสนใจและสามารถนำมาปรับใช้ภายในที่อยู่อาศัยในประเทศไทยได้ในแบบที่เป็น Passive Design คือ London City Trees หรือ แผงกรองมลพิษด้วยต้นมอสจากอังกฤษ เทียบเท่าต้นไม้ 275 ต้น
ระบบนี้เป็นการนำมอสสายพันธุ์ต่าง ๆ มาบรรจุอยู่ในหอคอยทรงสูง ซึ่งมอสจะผลิตออกซิเจน และช่วยดักจับฝุ่นละอองในอากาศได้เป็นอย่างดี
ผลการศึกษา London City Trees พบว่า มีคุณสมบัติช่วยเก็บความชื้น และมีคุณสมบัติเทียบเท่าต้นไม้กว่า 275 ต้น โดยใน City Trees มีระบบจัดการน้ำที่มีศักยภาพ ทำให้สามารถทนได้ในทุกสภาพอากาศ และยังทำหน้าที่เก็บข้อมูลสภาพอากาศโดยรอบ เพื่อนำไปวิเคราะห์และแก้ปัญหาสภาพอากาศได้อีกด้วย
ปัจจุบัน London City Trees ตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดิน Leytonstone ถนน High Road และถนน Crownfield ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งแนวทางดังกล่าวสามารถมาปรับใช้ในประเทศไทยได้ และสามารถปรับมาใช้ในที่พักอาศัยได้ โดยการปลูกต้นไม้ในพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อให้ช่วยในการดักจับฝุ่นละอองในอากาศ
จากรายงานเรื่อง Interior Landscape Plants for Indoor Air Pollution Abatement โดย องค์การนาซา (NASA) ร่วมกับ Associated Landscape Contractors of America (ALCA) ค้นพบว่า ไม้ประดับธรรมดาที่ปลูกในบ้านหรือที่ใช้ตกแต่งห้อง ต่าง ๆ ก็มีประสิทธิภาพในการดูดซับ และกำจัดสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ เช่น สารฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน เบนซิน และสารมลพิษอื่น ๆ ได้ และราคาไม่แพง เช่น เดหลี พลูด่าง กล้วยไม้ เยอบีร่า ว่านหางจระเข้ ลิ้นมังกร เป็นต้น
นวัตกรรมวัสดุดักจับและฟอกอากาศ (AIR ION)
ปัจจุบันผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างหลาย ๆ ค่าย มีการนำนวัตกรรมดักจับฝุ่นและฟอกอกาศ เข้าไปใส่ในวัสดก่อสร้างเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน
ตัวอย่างเช่น การพัฒนานวัตกรรมกระเบื้องฟอกอากาศ (AIR ION) ที่สามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สามารถดักจับฝุ่น PM 2.5 ได้ถึง 89% พร้อมเพิ่มมวลอากาศสดชื่นภายในบ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กระเบื้องฟอกอากาศ คือ นวัตกรรมกระเบื้อง ที่ผสมจากแร่ธาตุธรรมชาติ Tourmaline บนผิวหน้ากระเบื้อง ปล่อยประจุไอออนลบในระดับ 3,000 ions/cm3 เพื่อเข้าดักจับฝุ่น โดยฝุ่นลดลงไปถึง 89% ภายในระยะเวลา 30 นาที
กระเบื้องดังกล่าว สามารถติดตั้งโดยปูได้ทั้งพื้นและกรุผนัง แต่ถ้าให้ดีที่สุด ควรติดตั้งบริเวณผนัง เพื่อการดักจับฝุ่นที่ลอยในอากาศ ซึ่งอยู่ในระยะการหายใจของมนุษย์ และเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการช่วยดักจับฝุ่น ควรติดตั้งประมาณ 40% ของพื้นที่ภายในห้อง ซึ่งเทียบเท่ากับ ผนัง 2 ด้าน หรือ พื้น+ผนัง 1 ด้าน จะช่วยลดฝุ่นภายในบ้านได้มาก
นวัตกรรมการฟอกอากาศ-ระบบแรงดันบวก (Positive Air Pressure)
การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศัย และการปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัย โดยการนำระบบแรงดันบวก (Positive Air Pressure) เป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง และ PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันเครื่องปรับอากาศหลายยี่ห้อมีการติดตั้งระบบฟอกอากาศเข้าไปในระบบปรับอากาศด้วย
นอกจากเครื่องฟอกอากาศแล้ว ปัจจุบันได้มีการนำนวัตกรรมแรงดันบวก หรือ Positive Air Pressure เข้ามาติดตั้งในที่อยู่อาศัยทุกประเภท โดยหลักการของระบบดังกล่าวคือ ติดตั้งพัดลมอัดอากาศที่มี Filter กรองฝุ่นและเชื้อโรค โดยเจาะผนังอาคารเป็นช่องนำอากาศเข้า
นอกจากกรองฝุ่นและเชื้อโรคแล้ว ยังเป็นการเติมก๊าซอ๊อกซิเจน (O2) เข้ามาภายในบ้านด้วย ฝุ่นและเชื้อโรคต่างๆรวมถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(Co2) ก็จะถูกผลักผ่านการรั่วซึมตามรอยต่อประตูหน้าต่างนั่นเอง
จากรายงานของ Xiaomi ระบุว่า การติดตั้งระบบ Positive Air Pressure สำหรับห้องขนาด 50 ตารางเมตรอยู่ที่ ประมาณ 9,500 บาท และอยู่ที่ 1.1 หมื่นบาท สำหรับพื้นที่ขนาด 80 ตารางเมตร
จากการศึกษาของ ลุมพินี วิสดอม พบว่า การปรับสภาพที่อยู่อาศัย เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยที่ปลอดจากฝุ่น PM2.5 มีตั้งแต่ค่าใช้จ่ายหลักร้อย ไปจนถึงหลักหมื่นต้น ๆ ขึ้นอยู่กับการเลือกและขนาดของห้อง
หากเทียบกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นผลจาก PM 2.5 แล้ว การลงทุนเพื่อปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัยให้ปลอดจากฝุ่น PM 2.5 ไม่แพงและคุ้มค่าสำหรับการลงทุน
เชื่อว่าต่อไปการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ที่มาพร้อมนวัตกรรมป้องกันฝุ่น PM2.5 จะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยทุกประเภท ที่ไม่ใช่อุปกรณ์เสริมอีกต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มติม