โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมชลฯ คาดโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบนแล้วเสร็จตามแผน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 24 ก.พ. 2566 เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 08.49 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 23 ก.พ.- อธิบดีกรมชลประทานเผย ได้เร่งรัดโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบนเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในระยะยาวเนื่องจากเป็นลุ่มน้ำสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลำน้ำชีมีความยาวมาก แต่ยังไม่มีอ่างเก็บน้ำ ย้ำต้องทำควบคู่กับการพัฒนาแหล่งน้ำตลอดสองฝั่งลำน้ำ โดยมีโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริซึ่งเป็น 1 ในอ่างเก็บน้ำสำคัญของโครงการ คาดจะแล้วเสร็จในปี 2567 นี้

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ได้เร่งรัดการดำเนินดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบนให้แล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้ ประกอบด้วยโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ 6 อ่างในจังหวัดชัยภูมิได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำลำเจียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำบ้านคลองเจริญ และอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร

default

ทั้งนี้ลุ่มน้ำชีตอนบนมีลำน้ำชีเป็นลำน้ำสายหลักซึ่งมีความยาวจากต้นน้ำถึงจุดบรรจบลำน้ำพอง 765 กิโลเมตร แต่ไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ มีเพียงการพัฒนาแหล่งน้ำและสระเก็บน้ำขนาดเล็กเท่านั้น ทำให้ในฤดูแล้งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค การเกษตร และกิจกรรมใช้น้ำอื่นๆ ขณะที่ฤดูฝนเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันมาอย่างต่อเนื่อง

default

นายประพิศกล่าวว่า อ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริหรืออ่างเก็บน้ำยางนาดีเดิม สร้างที่อ. บ้านเขว้าและหนองบัวระเหว จ. ชัยภูมิ วงเงินโครงการ 3,100 ล้านบาท มีความจุ 70.21 ล้านลบ.ม. หัวงานเป็นเขื่อนดินแบบแบ่งโซน สันเขื่อนกว้าง 9 เมตร ความยาว 1,580 เมตร สูง 24 เมตร อาคารระบายน้ำล้นชนิดบานระบายแบบบานโค้งขนาดกว้าง 12.5 เมตร สูง 7.5 เมตร จำนวน 6 ช่อง คาดว่า จะแล้วเสร็จในปี 2567 เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนสถานีสูบน้ำตามลำน้ำชีตั้งแต่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำตามลำน้ำชีในเขตจ. ชัยภูมิ นครราชสีมา และขอนแก่น มีพื้นที่เกษตรสองฝั่งลำน้ำชีได้รับประโยชน์ฤดูฝน 75,000 ไร่และในฤดูแล้ง 30,000 ไร่ ราษฎรได้รับประโยชน์ 27 หมู่บ้านกว่า 22,000 คน ในพื้นที่อ.หนองบัวระเหว อ.บ้านเขว้า และ อ.เมืองชัยภูมิ อีกทั้งสนับสนุนการใช้น้ำตามลำน้ำชีตอนบนให้มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดปี ช่วยชะลอน้ำไม่ให้ไหลลงด้านล่างเร็วเกินไป บรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนแหล่งน้ำเพื่อการทำประมง

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางความจุ 46.90 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทาน 40,000 ไร่ เขื่อนหัวงานก่อสร้างปิดกั้นลำสะพุงอยู่ในท้องที่ อ.หนองบัวแดง คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในปี 2567

โครงการอ่างเก็บน้ำลำเจียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีความจุ 45.17 ล้านลบ.ม พื้นที่รับประโยชน์ 30,000 ไร่ เขื่อนหัวงานสร้างปิดกั้นลำเจียงซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของลำน้ำชีในท้องที่ อ.ภักดีชุมพลและหนองบัวแดง.บรรจุเข้า คาดว่า จะแล้วเสร็จในปี 2568

นอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำบ้านคลองเจริญซึ่งจุดก่อสร้างอยู่ที่อ. หนองบัวแดง คาดว่า จะออกแบบจะแล้วเสร็จภายในปี 2567 และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2571

ส่วนอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชรซึ่งก่อสร้างที่อ. หนองบัวระเหวนั้น ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จแล้ว ใช้เป็นแหล่งน้ำช่วยเหลือการอุปโภคบริโภคของราษฎรในพื้นที่อ.หนองบัวระเหว อ.เทพสถิต อ.บ้านเขว้า อ.จัตุรัส อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ และ อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา จำนวน 6,344 ครัวเรือน

default

หากอ่างเก็บน้ำทั้ง 6 แห่งแล้วเสร็จ จะทำให้เก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น 246.20 ล้านลบ.ม. พื้นที่ได้รับประโยชน์รวม 192,000 ไร่

ทั้งนี้โครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบนจะทำควบคู่กับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสองฝั่งล้าน้ำชีตามแนวพระราชดำริที่มีถึง 89 โครงการและโครงการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็กที่มี 72 โครงการ สามารถเก็บกักน้ำได้รวม 430.3 ล้านลบ.ม. พื้นที่ได้รับประโยชน์ 343,150 ไร่ โดยเป็นการน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526 ความตอนหนึ่งว่า “…เขื่อนเก็บกักน้ำลำน้ำชีในเขตอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งกรมชลประทานวางโครงการจะก่อสร้างนั้น ปรากฏว่า มีปัญหาเรื่องที่ดินภายในอ่างเก็บน้ำมาก จึงควรพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหรือฝายทดน้ำบริเวณต้นน้ำลำน้ำชีและตามลำน้ำสาขาต่าง ๆ ของลำน้ำชี เพื่อจัดหาน้ำช่วยเหลือราษฎรหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ที่จะเป็นอ่างเก็บน้ำลำน้ำชีเดิม ให้สามารถมีน้ำทำการเพาะปลูกได้ทั้งในระยะฤดูฝน-ฤดูแล้ง และมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคตลอดปีด้วย…”

นายประพิศกล่าวย้ำว่า การพัฒนาแหล่งน้ำต้นในลุ่มน้ำชีตอนบนจะเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ราษฎร โดยกรมชลประทานจะพัฒนาและบริหารจัดการน้ำตลอดลุ่มน้ำชีเพื่อให้เพียงพอใช้ในทุกกิจกรรมตลอดทั้งปี แม้ฤดูแล้งก็ไม่ขาดแคลน ขณะที่ฤดูฝนจะสามารถบรรเทาอุทกภัยให้ประชาชนในพื้นที่ได้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...