‘ประธานสภาผู้แทนราษฎร’ ทำบุญสงกรานต์ หวังพาประเทศฝ่าวิกฤติ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธี “งานบุญสงกรานต์รัฐสภา สืบสานประเพณี งดงามวิถีไทย” พร้อมด้วย น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง และ นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งข้าราชการสำนักงานสภา ซึ่งจัดที่บริเวณห้องโถงพิธี ชั้น 11 เป็นครั้งแรก เนื่องจากปกติจะใช้ในโอกาสพิธีเปิดประชุมรัฐสภา
โดยภายในงานมีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล มีการนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาทำพิธี โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้นนายโสภณได้นำข้าราชการสภา ร่วมสรงน้ำพระ เนื่องในวันสงกรานต์
หลังเสร็จสิ้นพิธีการ นายโสภณ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้รัฐสภาได้จัดพิธีทำบุญวันสงกรานต์เพื่อสืบสานประเพณี ได้มีการสรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ และได้มีการเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับอาคารรัฐสภาและบ้านเมือง
"ในสมัยพุทธกาลมีเมืองไพศาลี ก็เกิดอุบัติภัยแบบนี้ข้าวยากหมากแพง พระพุทธเจ้าก็ได้ไปเจริญพระปริตร ซึ่งเป็นบทสวดเดียวกับที่ทำพิธีวันนี้ และได้มีการประพรมน้ำพระพุทธมนต์บ้านเมืองก็อยู่เย็นเป็นสุข เราซึ่งเป็นศาสนิกชนก็ศรัทธาในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าพระปริตรมงคล จะนำความร่มเย็นความเป็นสิริมงคล มาให้แก่ประเทศนี้และคนในสังคมไทย" นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ กล่าวต่อว่า การทำบุญครั้งนี้ถือว่าเป็นการทำบุญให้กับประเทศด้วย เพราะรัฐสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ และวันนี้ถือเป็นวันมงคล ก็ถือโอกาสเปิดร้านอาหารบริเวณชั้น 2 ที่จะให้ สส. เข้ามารับประทาน แต่ให้สมาชิกเป็นผู้จ่ายเงินเอง เชื่อว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการประชุมสภา เพราะได้เตรียมการไว้พร้อมแล้ว เพียงแต่เพิ่มขั้นตอนที่ สส. ต้องจ่ายเงินเอง
“วันนี้ถือว่าเป็นวันดี เริ่มเรื่องดีๆ ใหม่ๆ ให้กับสังคม บ้านเมืองและหน่วยงาน” นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ ยังได้อวยพรให้ประชาชนคนไทยเนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ ว่า อยากให้ยึดหลักคำสอนตามหลักพระพุทธศาสนา ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง และอยากให้ทุกคนร่วมกันฝ่าวิกฤติภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเพื่อฟันฝ่าอุปสรรค หน่วยงานต่าง ๆ ก็จะได้อำนวยความสะดวกทำภารกิจช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤติอย่างเต็มที่ ในฐานะที่ตนเป็นประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ปวารณาตนแล้วว่า สิ่งใดที่จะเกิดประโยชน์กับบ้านเมืองนี้ก็จะทำเต็มที่ เพื่อให้บ้านเมืองผ่านวิกฤติ และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังต่อสู้อยู่
จากนั้นนายโสภณ ได้พาคณะสื่อมวลชนเดินเยี่ยมชมและสำรวจพื้นที่ห้องอาหารที่จัดไว้ให้เฉพาะ สส. ในวันประชุมสภา ที่ตั้งอยู่ชั้น 2 ข้างห้องประชุมสุริยัน ที่นำร้านอาหารภายนอกมาทดสอบระบบการเปิดให้บริการด้วยการจำหน่าย ก่อนที่จะเปิดให้ สส.ได้ใช้บริการในวันประชุมสภา ช่วงวันที่ 22-23 เม.ย. นี้ โดยพบว่ามีการนำร้านอาหารที่ปกติจำหน่ายอยู่บริเวณชั้น B2 มาให้บริการทั้งสิ้น 18 ร้าน อาทิ ข้าวซอยไก่ ข้าวมันไก่ ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวหลอด น้ำดื่ม ขนมเบื้อง เป็นต้น
โดยนายโสภณ กล่าวระหว่างเยี่ยมชม ว่า ในพื้นที่จะมีเคาน์เตอร์ให้บริการรับแลกคูปอง หรือบัตรเติมเงิน ตามจำนวนที่ สส. ต้องการ เช่น 100-500 บาท จากนั้นจะให้นำคูปอง หรือบัตรที่เติมเงินแล้ว ไปซื้ออาหารรับประทาน พร้อมกับนำเงิน 100 บาทแลกซื้อคูปองเพื่อใช้ซื้ออาหารไปรับประทาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโสภณ ได้เดินเลือกซื้ออาหารเพื่อรับประทาน ระหว่างนั้นได้ขอให้ผู้ค้าช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกใส่อาหาร พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐสภาเตรียมที่จะทำโครงการลดโลกร้อน ด้วยการลดการใช้ถุงพลาสติกและใช้ภาชนะอื่นทดแทน ทั้งนี้ไม่ปิดกั้นที่ สส. หรือบุคคลจะนำปิ่นโต หรือกล่องอาหารมาใส่อาหารเพื่อนำไปรับประทานเอง รวมถึงใช้ถุงผ้าเพื่อใส่อาหาร ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยกันลดโลกร้อน.