หุ่นยนต์จีน ทุบสถิติฮาล์ฟมาราธอน: ‘ไลท์นิ่ง’ หุ่นยนต์จากประเทศจีน ทุบสถิติโลก ฮาล์ฟมาราธอน ด้วยเวลา 50 นาที 26 วินาที
การแข่งขันในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์กลายเป็นที่น่าจับตาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในประเทศจีน หลังจากปีที่แล้ว ปักกิ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ครั้งแรกของโลก ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาหุ่นยนต์ประเภทต่างๆ เช่น ฟุตบอล มวย ศิลปะการต่อสู้ และกีฬาอื่นๆ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (19 เมษายน 2026) ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน จัดการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอน โดยมีผู้ร่วมการแข่งขันกว่า 12,000 คน แบ่งเลนวิ่งแยกกับหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์อีกกว่า 300 ตัว ซึ่งผลการแข่งขันออกมาว่ามีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งนำโด่งเข้าเส้นชัยพร้อมทุบสถิติโลกของมนุษย์
หุ่นยนต์ตัวนั้นมีชื่อว่า‘ไลท์นิ่ง (Lightning)’ เป็นหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ มีแขนสั้นๆ สำหรับการทรงตัว และขาที่ยาวกว่า 90 เซนติเมตร ตามฉบับนักกีฬา ทำให้มันมีความสูงถึง 169 เซนติเมตร พัฒนาโดย Honor บริษัทผลิตสมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีจากประเทศจีน
วิศวกรของ Honor เปิดเผยว่า ข้อต่อของหุ่นยนต์ไลท์นิ่งติดตั้งระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่ดัดแปลงมาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เช่น สมาร์ทโฟน
ไลท์นิ่งวิ่งเข้าเส้นชัยในระยะทาง 21 กิโลเมตร ด้วยเวลา 50 นาที 26 วินาที ทุบสถิติโลกของ เจค็อบ คิปลิโม นักวิ่งชาวยูกันดา ที่เคยทำสถิติไว้ที่ 57 นาที 20 วินาที
ต่างจากปีที่แล้วซึ่งมีหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์เข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก ได้ทำเวลาที่ดีที่สุดนานกว่าไลท์นิ่งเกือบสามเท่า โดยเข้าเส้นชัยในเวลา 2 ชั่วโมง 40 นาที 42 วินาที
ชัยชนะของไลท์นิ่งถือเป็นก้าวสำคัญของจีนในการแข่งขันทางเทคโนโลยีกับสหรัฐอเมริกา โดยอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนเติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2015 เมื่อรัฐบาลได้กำหนดให้หุ่นยนต์เป็นหนึ่งใน 10 ภาคส่วนสำคัญในแผนแม่บทเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของจีนและลบล้างภาพลักษณ์ของการเป็นโรงงานแรงงานราคาถูกของโลก
ในเอกสารนโยบายของจีนในปี 2023 ระบุว่า หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ (Humanoid Robot) เป็น “พรมแดนใหม่ในการแข่งขันทางเทคโนโลยี” โดยตั้งเป้าหมายการผลิตสำหรับชิ้นส่วนหลักๆ ไว้ที่ปี 2025 และการพุ่งเป้าพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้อุตสาหกรรมดังกล่าวในอีก 5 ปีข้างหน้า ความทะเยอทะยานนี้ส่งผลให้เกิดความเฟื่องฟูของการผลิตหุ่นยนต์ทั่วประเทศจีนในช่วงปีที่ผ่านมา
แอลัน เฟิร์น (Alan Fern) ศาสตราจารย์ด้านหุ่นยนต์จากมหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตท สหรัฐอเมริกา ระบุว่า แม้นี่จะไม่ใช่การพัฒนาที่สำคัญในด้านปัญญาประดิษฐ์ แต่ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงสมรรถภาพการผลิตฮาร์ดแวร์หุ่นยนต์ในประเทศจีน ซึ่งต่างกับสหรัฐอเมริกาที่มีบริษัทผลิตหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์น้อยกว่ามาก และมีเพียงไม่กี่แห่งที่ดำเนินการผลิตระดับใหญ่
นักวิชาการด้านหุ่นยนต์กล่าวอีกว่า สิ่งน่าจะเกิดขึ้น คือ บริษัทผลิตหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์จำนวนมากในจีนอาจลงทุนด้านวิศวกรรมเพื่อให้ระบบเหล่านี้มีความแข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการแข่งขันในระยะยาว
นอกจากนั้น ข้อมูลจากสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติระบุว่า ปัจจุบัน ประเทศจีนมีหุ่นยนต์ทำงานมากกว่าของทั้งโลกรวมกันเสียอีก