EV-ดิจิทัลหนุนยอดใช้ไฟจีนโตแรง ภาคบริการชาร์จแบตฯ พุ่ง 53% ดัน GDP ไตรมาสแรกแตะ 5%
NEA ระบุปริมาณการใช้ไฟฟ้าแตะ 2.51 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวแกร่ง ภาคบริการชาร์จแบตเตอรี่พุ่งแรง 53.8% สอดรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมไฮเทคขยายตัว 8.6% ดัน GDP ไตรมาสแรกโต 5% ตอกย้ำบทบาทเสาหลักเศรษฐกิจโลก
20 เมษายน 2569 - สำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติจีน (NEA) รายงานสถิติปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 โดยระบุว่ามียอดการใช้ไฟฟ้ารวมสูงถึง 2.51 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการของจีนอย่างมีนัยสำคัญ
อุตสาหกรรมยุคใหม่ ดันดีมานด์ไฟฟ้าภาคการผลิตและบริการพุ่ง
จากการจำแนกข้อมูลพบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมปฐมภูมิมีอัตราการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 7.1% คิดเป็นปริมาณ 3.36 หมื่นล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ขณะที่อุตสาหกรรมทุติยภูมิ ซึ่งเป็นภาคการผลิตหลัก มียอดการใช้ไฟฟ้ารวมประมาณ 1.6 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 4.7% โดยมีประเด็นสำคัญคืออุตสาหกรรมไฮเทคและการผลิตอุปกรณ์ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นถึง 8.6% สะท้อนถึงการยกระดับโครงสร้างการผลิตไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง
อุตสาหกรรมตติยภูมิหรือภาคบริการ มียอดการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 8.1% รวมทั้งสิ้น 4.833 แสนล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ภาคบริการชาร์จและสลับแบตเตอรี่ : มีการใช้ไฟฟ้า 3.76 หมื่นล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง พุ่งสูงขึ้นถึง 53.8%
- ภาคบริการข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต : มีการใช้ไฟฟ้า 2.29 หมื่นล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 44%
ตัวเลขการเติบโตในระดับสูงของทั้งสองภาคส่วนชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน
สัญญาณบวกจาก NEA: ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสะท้อน GDP ไตรมาสแรกโตเกินคาด
ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของจีนแตะระดับ 8.595 แสนล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ถึง 5% ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าการคาดการณ์ของสถาบันการเงินและองค์กรเศรษฐกิจระหว่างประเทศหลายแห่ง
สำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติจีน (NEA) ระบุถึงความสำคัญของตัวเลขนี้ว่า “ปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรก แตะที่ระดับกว่า 2.51 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ถือเป็นดัชนีชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ และเป็นการตอกย้ำบทบาทของจีนในฐานะพลังขับเคลื่อนที่สร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน”
New Economy : ภาคบริการดิจิทัลและ EV กลายเป็นเครื่องยนต์หลักตัวใหม่
การที่อุตสาหกรรมไฮเทคและการผลิตอุปกรณ์มีอัตราการเติบโตที่ 8.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภาคอุตสาหกรรมโดยรวม แสดงให้เห็นว่าเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ของจีนกำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในส่วนของการผลิตที่ซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศระยะยาว
นอกจากนี้ การพุ่งตัวของความต้องการไฟฟ้าในภาคบริการอินเทอร์เน็ตและสถานีชาร์จแบตเตอรี่ ยังเป็นเครื่องยืนยันว่าการใช้จ่ายในประเทศและความต้องการในอุตสาหกรรมยุคใหม่ยังคงมีความยืดหยุ่นสูง แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายจากภายนอก ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกของปี 2569 มีความมั่นคงและเป็นฐานรากสำคัญสำหรับการขยายตัวในช่วงที่เหลือของปี โดยไม่ต้องอาศัยการกระตุ้นจากภาครัฐในระดับที่รุนแรงเกินความจำเป็น