โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศูนย์พิษวิทยา ม.มหิดล ร่อนเอกสารแจงการตรวจสารเคมีในขวดนมล่าช้า ปมคดีแม่บ้านเดทตอล

WeR NEWS

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 3 เมษายน 2569 ศูนย์พิษวิทยา ศูนย์เพื่อความเป็นเลิศ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ออกประกาศชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการตรวจสารเคมีในขวดนม โดยระบุว่า

“ตามที่มีคำถามเกี่ยวกับการทำงานของศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในสื่อสังคมเกี่ยวกับคดีที่ผู้ต้องหาผสมสารเคมีหรือผลิตภัณฑ์ลงในขวดนมที่นำไปให้กับเด็ก ซึ่งเป็นผลให้ผู้ต้องหาถูกปล่อยตัวนั้น ศูนย์พิษวิทยาตระหนักถึงความสงสัยในการทำงานว่าอาจเป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าของคดี จึงขอเรียนชี้แจงว่า

ศูนย์พิษวิทยาได้รับหนังสือจากทางตำรวจเจ้าของคดี เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นการขอคำปรึกษาเกี่ยวกับข้อมูลความเป็นพิษของสารต้องสงสัย 2 ชนิด และไม่ได้มีการส่งวัตถุพยานเพื่อมาให้ตรวจสอบ

การที่ต้องใช้เวลานาน เนื่องจากคำถามที่ทางตำรวจเจ้าของคดีสอบถามมานั้นเป็นคำถามเกี่ยวกับสารที่ตรวจพบจากวัตถุพยานโดยสถาบันอื่น ซึ่งมีทั้งสิ้น 2 ชนิด ในเบื้องต้นนั้น ข้อมูลความเป็นพิษของสารชนิดหนึ่งไม่พบอยู่ในฐานข้อมูลทางการแพทย์ด้านพิษวิทยาหลักในระดับสากล (International Poison Information Databases) ทั้ง 2 ฐานข้อมูลที่ศูนย์ฯมีอยู่ และพบว่ามีข้อมูลจากการสืบค้นเบื้องต้นน้อยมาก

ศูนย์ฯ ตระหนักดีว่าข้อมูลทางวิชาการนี้ ทางตำรวจเจ้าของคดีจะนำไปใช้เพื่อประกอบการพิจารณาคดีจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษว่าจะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในรูปคดี ศูนย์ฯ ได้แจ้งทางตำรวจเจ้าของคดีตั้งแต่แรกแล้วว่าจะขอเวลาในการสืบค้นเพิ่มเติมและตรวจสอบ ข้อมูลอย่างละเอียด โดยจะตอบคำถามที่สอบถามมากลับคืนให้ภายในต้นเดือนเมษายน 2569 ในระหว่างนี้ ทาง ศูนย์ฯ ได้ดำเนินการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่างๆอย่างละเอียด พบว่าข้อมูลมีน้อยมาก ส่วนที่พบนั้น อ้างอิงถึงรายงานทางการแพทย์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) ทางศูนย์ฯ จึงได้มีการรวบรวมข้อมูลที่สามารถหาได้และประชุมผู้เชียวชาญในรูปองค์คณะเป็นระยะเพื่อสรุปข้อมูล และพยายามตอบคำถามให้มากที่สุดบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากที่สุด

ในการทำงานของศูนย์ฯ นั้น ได้คำนึงถึงความเร่งด่วนของผู้ป่วยในแต่ละกรณี พร้อมกับคำนึงถึงความถูกต้องทางวิชาการมาโดยตลอด ศูนย์ฯ น้อมรับคำติชมในการทำงาน และยินดีทำงานร่วมกับกระบวนการยุติธรรมโดยยึดหลักความถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...