“สหรัฐ” ทุ่ม 40,000 ล้านดอลลาร์ ค้ำประกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หวังเปิดเส้นทางน้ำมันโลก
"สหรัฐ" เพิ่มวงเงินค้ำประกันประกันภัยต่อเรือเป็น 40,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อจูงใจบริษัทเดินเรือกลับมาใช้ช่องแคบฮอร์มุซ แม้ยังเสี่ยงจากสงครามอิหร่าน
วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 22.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าสหรัฐอเมริกาประกาศเพิ่มวงเงินค้ำประกันประกันภัยต่อ (reinsurance) สำหรับเรือที่ยินดีเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็น 40,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิม 20,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีบริษัทประกันรายใหญ่ เช่น AIG และ Berkshire Hathaway เข้าร่วมโครงการ
มาตรการดังกล่าวประกาศเมื่อวันศุกร์ และถือเป็นความพยายามล่าสุดของสหรัฐในการลดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ และกระตุ้นให้การเดินเรือกลับมาดำเนินการอีกครั้ง แม้ว่าอิหร่านจะปิดกั้นช่องแคบโดยพฤตินัย และสงครามจะดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ห้าแล้วก็ตาม
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว US International Development Finance Corporation (DFC) ได้ประกาศโครงการประกันภัยต่อมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ และล่าสุดได้เพิ่มวงเงินอีก 20,000 ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทประกันที่จะเข้าร่วม ได้แก่ Travelers, Liberty Mutual Insurance, Berkshire Hathaway, AIG, Starr, CNA และ Chubb
นี่เป็นครั้งแรกที่ DFC เปิดเผยรายละเอียดสำคัญของโครงการประกันภัยต่อดังกล่าวต่อสาธารณะ นับตั้งแต่โครงการถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน
Ben Black ซีอีโอของ DFC ระบุว่า บริษัทประกันที่เข้าร่วมโครงการมีประสบการณ์ด้านประกันภัยทางทะเลและประกันภัยสงครามทางทะเล ซึ่งจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นในการค้าทางทะเล
ขณะเดียวกันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจที่ช่องแคบยังคงถูกปิด และพันธมิตรยังไม่สามารถช่วยเปิดเส้นทางได้ โดยเขาโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า
“ถ้าให้เวลาอีกนิด เราสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เอาน้ำมัน และทำเงินมหาศาลได้”
อย่างไรก็ตาม บริษัทเดินเรือยังคงลังเลที่จะกลับมาใช้เส้นทางนี้ แม้ทรัมป์จะให้คำมั่นว่าจะปกป้องเรือก็ตาม เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากการโจมตีด้วยโดรน ขีปนาวุธ และทุ่นระเบิดทางน้ำจากอิหร่าน
DFC ยังระบุว่า เรือที่จะเข้าร่วมโครงการประกันภัยต้องเปิดเผยข้อมูลหลายอย่าง เช่น ประเทศต้นทางและปลายทางของเรือ เจ้าของเรือ เจ้าของสินค้า แหล่งเงินกู้ที่ใช้ซื้อเรือ
การฟื้นความเชื่อมั่นของบริษัทเดินเรือให้กลับมาใช้ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่สุดของสหรัฐ เนื่องจากราคาพลังงานโลกกำลังปรับตัวสูงขึ้นจากการขาดแคลนเส้นทางขนส่งน้ำมัน โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักคือ อินเดีย ซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก
แม้การเพิ่มวงเงินประกันภัยจะช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน แต่โครงการนี้ยังไม่มีการรับประกันว่าจะมีเรือรบคุ้มกันเรือสินค้า ซึ่งอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เรือกลับมาเดินทางผ่านช่องแคบได้
นักวิเคราะห์พลังงานระบุว่า ค่าเบี้ยประกันและความเต็มใจของบริษัทเดินเรือจะกลับมาเพิ่มขึ้น ก็ต่อเมื่อความสามารถทางทหารของอิหร่านถูกลดทอนลงเท่านั้น
อ้างอิง : bloomberg.com