โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบคาทัวร์เถื่อน! ตร.ท่องเที่ยวสนธิกำลังจับ บุณยนุชทราเวล ลอบจัดทัวร์นอกหลังถูกเพิกถอนใบอนุญาต

สยามนิวส์

เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 07.04 น. • ผู้สื่อข่าวนครบาล
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 1 ร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 บุกรวบขบวนการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย หลังพบพฤติกรรมโฆษณาขายแพ็กเกจทัวร์

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 1 ร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 บุกรวบขบวนการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย หลังพบพฤติกรรมโฆษณาขายแพ็กเกจทัวร์ต่างประเทศผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งที่ถูกยกเลิกใบอนุญาตไปแล้วกว่าหนึ่งปี

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังระหว่าง สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 1 และ ตำรวจท่องเที่ยว (กก.2 บก.ทท.3) หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการลักลอบจัดนำเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อทางการค้าว่า บุณยนุชทราเวล ซึ่งมีการโฆษณาหาลูกค้าผ่านทาง Facebook เชิญชวนท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ แบบ 5 วัน 4 คืน

จากการตรวจสอบฐานข้อมูลลึกของกรมการท่องเที่ยว พบว่า บุณยนุชทราเวล โดยมี นางสาวบุณยนุช วิธานธีรกุล เป็นผู้ดำเนินกิจการ เคยได้รับใบอนุญาตเลขที่ 42/00451 แต่สถานะปัจจุบันพบว่า ถูกยกเลิกใบอนุญาตไปตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2568 การออกรับลูกค้าและดำเนินกิจการในครั้งนี้จึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายชัดเจน

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้วางกำลังซุ่มรอจนกระทั่งถึงจุดนัดหมายสุดท้ายตามรายการนำเที่ยว บริเวณป้ายรถโดยสารสาธารณะ ศูนย์ราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนเข้าแสดงตัวขอตรวจสอบ พบกลุ่มนักท่องเที่ยวรวมจำนวน 23 คน พร้อมหลักฐานสำคัญประกอบด้วย

- บัญชีรายชื่อนักท่องเที่ยว (Passenger List)

- หลักฐานการโอนเงินชำระค่าบริการ

- โปรแกรมการเดินทางที่โฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาในความผิดฐาน ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 (มาตรา 15 ประกอบมาตรา 80) ซึ่งมีบทลงโทษระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังเสร็จสิ้นการบันทึกจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

กรมการท่องเที่ยวและตำรวจท่องเที่ยวฝากเตือนประชาชน ก่อนตัดสินใจซื้อทัวร์หรือโอนเงินชำระค่าบริการ ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวผ่านเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือการบริการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและทรัพย์สินระหว่างการเดินทางในต่างประเทศตำรวจทางหลวง ล่าข้ามจังหวัดกว่า 70 กม. สกัดจับกระบะลักลอบขน 6 ชาวจีนเข้ากรุง สารภาพได้ค่าจ้าง 5 พัน

กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ปฏิบัติการไล่ล่าระทึกข้ามจังหวัดกว่า 70 กิโลเมตร ก่อนสามารถสกัดจับกุมนายสุทัศน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี พร้อมพวกรวม 7 คน เป็นชายชาวจีน 6 ราย หลังขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโตโยต้า สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร พยายามหลบหนีการตรวจค้นจากพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนย้อนกลับเข้าสู่จังหวัดสระแก้ว เพื่อลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าพื้นที่ชั้นใน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 6 พ.ค. 69 ขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมออกตรวจบริเวณทางหลวงหมายเลข 359 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี พบรถยนต์ต้องสงสัยลักษณะตรงตามที่สายลับแจ้ง มีการติดฟิล์มทึบและบรรทุกน้ำหนักผิดปกติ เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณเรียกตรวจ คนขับกลับเร่งเครื่องหนีมุ่งหน้า อ.เขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนจะกลับรถวกกลับมายัง จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ต้องขับรถไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิดเป็นระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร กระทั่งสามารถสกัดจับรถคันดังกล่าวได้ที่บริเวณ กม.7-8 ต.ท่าเกษม อ.เมืองสระแก้ว

จากการตรวจสอบภายในรถพบคนขับคือชาวไทย 1 ราย และผู้โดยสารชาวจีนอีก 6 ราย ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เมื่อประสานล่ามตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ต้องหาชาวจีนรายที่ 1 มีการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง (Overstay) นานถึง 957 วัน ส่วนที่เหลืออีก 5 ราย ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนใดๆ โดยทั้งหมดรับสารภาพว่าเดินทางมาจากชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาหนักแก่ผู้ขับขี่ฐานซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม และดำเนินคดีกลุ่มชาวจีนตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง

ในชั้นสอบสวนเบื้องต้น นายสุทัศน์ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนเองได้ยืมรถยนต์จากเพื่อนมาโดยอ้างว่าจะนำไปทำงานรับจ้างทั่วไป แต่ความจริงได้แอบนำรถคันดังกล่าวไปรับกลุ่มชาวจีนจากพื้นที่ ต.หนองสังข์ อ.อรัญประเทศ เพื่อไปส่งยังกรุงเทพฯ โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 5,000 บาท ทว่ากลับถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและสกัดจับได้เสียก่อน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลถึงเครือข่ายขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองผิดกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...