โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

คลังเตรียมเปิดลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” 25 พ.ค.นี้

ทันหุ้น

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 03.21 น.

#ทันหุ้น คลังเตรียมเปิดลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” 25 พ.ค.นี้ จ่ายเดือนละ 1 พันบาท 4 เดือน รวม 4 พันบาท ให้เท่าเทียมทั้งผู้ถือบัตรคนจนและประชาชนทั่วไปรวม 43.2 ล้านคนพร้อมผสาน AI สร้างความมั่งคั่งให้คนตัวเล็ก ตั้งเป้าดีเดย์เริ่มใช้ 1 มิ.ย.นี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานมันนี่เอ็กโป 2569 ว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (Thai Chuey Thai Plus) ซึ่งเป็นการต่อยอดและรวมสิทธิจากโครงการคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าด้วยกัน โดยมีกำหนดการเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ เพื่อเริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป

เขากล่าวว่า การรวมสิทธิและเกณฑ์การช่วยเหลือ โครงการไทยช่วยไทยพลัสถูกออกแบบมาเพื่อลดความซ้ำซ้อนโดยการรวมฐานข้อมูลร้านค้าจากทั้งโครงการคนละครึ่งและร้านธงฟ้าเดิมเข้าเป็นฐานเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมแล้วประมาณ 1.4 ถึง 1.5 ล้านร้านค้า

ทั้งนี้ ในส่วนของประชาชนสิทธิจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักรวม 43.2 ล้านคน เพื่อให้เข้าถึงความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ได้แก่ กลุ่มแรก กลุ่มผู้มีรายได้น้อย คือ กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.2 ล้านคน จะได้รับวงเงินช่วยเหลือโดยไม่ต้องสมทบเงิน (ไม่ต้องจ่าย 40/60) เนื่องจากเข้าใจถึงข้อจำกัดทางการเงิน โดยเบื้องต้นคาดการณ์วงเงินอยู่ที่ 1,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่ได้รับ 300 บาทต่อเดือน

กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มทั่วไปประมาณ 30 ล้านคน จะใช้รูปแบบการสมทบเงินเหมือนโครงการคนละครึ่งเดิมโดยหากใครที่เคยอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยแต่ปัจจุบันมีรายได้เพิ่มขึ้นเกินเกณฑ์ ก็สามารถโยกมาใช้สิทธิในกลุ่มนี้ได้ กลุ่มนี้จะได้รับเงิน 1,000 บาทต่อเดือน เมื่อใช้จ่ายรัฐจะออกให้ในสัดส่วน 60ประชาชนจ่าย 40

ทั้งนี้ รัฐบาลวางแผนจะจ่ายเงินให้คนสองกลุ่มนี้เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยแบ่งเป็น 2 เดือนแรก และ 2 เดือนหลัง โดยในช่วง 2 เดือนแรกจะใช้ฐานข้อมูลเดิมควบคู่ไปกับการเปิดลงทะเบียนใหม่เพื่อให้โอกาสกลุ่มที่ตกหล่นได้เข้าถึงสิทธิ

การแบ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ นี้เพื่อให้ AI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย สามารถตรวจสอบและทบทวนสิทธิรายได้ปัจจุบันของประชาชนได้อย่างรอบคอบ เนื่องจากไม่ได้มีการปรับปรุงฐานข้อมูลมานานหลายปี สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกยังคงอิงตามมติเดิมคือ รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และเกณฑ์ด้านสินทรัพย์อื่น

เขากล่าวด้วยว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสนี้ จะใช้AI เข้ามาช่วยเพิ่มความมั่งคั่งและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ถือเป็นสิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากเดิม คือ การนำ เทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในแอปพลิเคชันถุงเงินเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อย

โดย AIจะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ยอดขายและต้นทุน ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ว่าสินค้าชิ้นไหนขายดี รายรับรายจ่ายเป็นอย่างไร รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลราคาวัตถุดิบ (เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เพื่อให้ร้านค้าบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น

เมื่อ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ต้นทุนให้พ่อค้าแม่ค้า จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ เนื่องจาก รายได้ที่ถูกบันทึกและวิเคราะห์โดย AI จะถูกใช้เป็นหลักฐานทางการเงินเพื่อให้ร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกันสามารถนำไปขอเงินกู้กับธนาคารของรัฐได้ง่ายขึ้น ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงตามพฤติกรรมรายได้จริง ช่วยลดปัญหาการพึ่งพิงเงินกู้นอกระบบ

ขณะเดียวกัน ภาครัฐตั้งเป้าใช้โครงการนี้เป็นช่องทางในการสอนความรู้ด้าน AI ให้กับประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้นำไปต่อยอดในการสร้างรายได้และอาชีพในอนาคต

เขากล่าวด้วยว่า รัฐบาลไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่จะให้โครงการนี้เข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นโครงการที่จะเข้ามาบรรเทาค่าครองชีพท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน ซึ่งรัฐบาลคาดหวังว่าการนำAI เข้ามาขับเคลื่อนจะช่วยสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวให้กับคนตัวเล็กและธุรกิจรายย่อยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...