โทน บางแค เปิดใจครั้งสุดท้าย ยืนยันเช็คเด้งเป็นกิโลไม่ใช่ของผม ยันใช้หนี้ทุกบาทแม้ถูกดำเนินคดี
โทน บางแค เปิดใจครั้งสุดท้าย ยืนยันเช็คเด้งเป็นกิโลไม่ใช่ของผม ยันใช้หนี้ทุกบาทแม้ถูกดำเนินคดี แจงเป็นหนี้จริงกว่า 800 ล้าน ใช้หนี้ไปแล้ว 500 ล้าน เหลืออีก 300 ล้าน โดยทำสัญญาครบถ้วน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 พ.ค.2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความตำรวจสอบสวนกลาง นายโทนทอง สุขแก่น หรือโทน บางแค พร้อมนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อนำเอกสารและหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวและการกล่าวอ้างจากเจ้าหน้าที่ว่า มีขบวนการเซียนพระร่วมกันฉ้อโกงผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท
หลังเข้าแสดงความบริสุทธิ์ โทน บางแค เปิดใจยืนยันว่า ตนไม่ได้ร้อนตัวที่เข้ามาก่อน แต่เป็นการแสดงว่าไม่ได้หลบหนี และพร้อมเข้าสู่ขบวนการ หลังจากได้รับข้อมูลจากการแถลงข่าวของมาดามเก่ง และพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ว่าตนเองถูกดำเนินคดีเป็นรายที่ 3 จากการสอบถามพนักงานสอบสวน วันนี้แจ้งว่ายังไม่ยืนยันว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหากับตน เลยอยากบอกว่าตนพร้อมให้ความร่วมมือ หากมีการดำเนินคดี
"นอกจากนี้บุคคลที่ถูกเอ่ยชื่อตามสื่อต่างๆ ก็พร้อมเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เบื้องต้นมีมากกว่า 9 คน และยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนี้ ส่วนกรณีการชี้แจงของมาดามเก่ง ยอมรับมีบางส่วนที่ตรงกันและบางส่วนที่ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะตัวเลขหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้จริงกว่า 800 ล้านบาท ทำสัญญาอย่างถูกต้องจนถึงปี 2573 และได้จ่ายล่วงหน้าไปจนถึงปี 2570 แล้ว"
โทน บางแค เผยว่า ตั้งแต่ปี 2565 ที่ตนเริ่มรู้จักกับมาดามเก่งผ่านคนสนิทที่เป็นเซียนพระคนหนึ่ง เริ่มจากการที่มาดามเก่งเข้ามาเพื่อเสนอขายรถ และเซียนพระคนนี้อยู่ในทุกเหตุการณ์ โดยตรงมีการใช้หนี้ไปแล้วกว่า 500 ล้านบาท เหลือหนี้อีก 300 ล้านบาท และตนทำสัญญาครบถ้วน แต่ยอมรับว่าช่วงดังกล่าวมีเช็คเด้งจริง แต่เคลียร์กันจบแล้ว แต่ที่มาดามเก่งอ้างว่าเช็คเด้งเป็นกิโลไม่ใช่ของตน ตรวจสอบได้
โทน บางแค เผยว่า ส่วนที่บอกเอาทรัพย์สินค้ำประกันและมีมูลค่าต่ำกว่าเงินกู้ยืมนั้น ยืนยันตึกที่ใช้ค้ำประกันมีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท เพราะตนเป็นคนซื้อและตกแต่งเอง แต่คนประเมินได้ประเมินราคาต่ำกว่ามาตรฐาน หลังจากนั้นได้ไปปรับโครงสร้างหนี้จาก 100 ล้านบาท ขอเพิ่มอีก 20 ล้านบาท พร้อมเปลี่ยนจากการนำตึกไปค้ำประกัน เป็นสัญญาเป็นเช่าซื้อ โดยมีการผ่อนชำระกับมาดามเก่ง เรื่องนี้ตนไม่ได้กังวล เพราะเงินที่ยืมมาดามเก่งไป ก็เอาไปลงทุนในธุรกิจ
"การที่มาดามเก่งเอาเงินมาให้ เพราะหวังดอกเบี้ย เนื่องจากมาดามเก่งเป็นนักธุรกิจค้าดอกเบี้ย เรื่องนี้คนในวงการก็รู้อยู่แล้ว และที่มาดามเก่งบอกว่าผมเอารถ Bentley ไปใช้ ยืนยันว่าผมเป็นคนซื้อและมีการผ่อนชำระไปจนหมดแล้ว รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ที่เป็นแบรนด์เนมทุกอย่างด้วย" โทน บางแคกล่าว
โทน บางแค เผยว่า สำหรับยอดหนี้ 180 ล้าน ที่มีการนำพระเครื่องไปค้ำประกัน โดยอ้างมีมูลค่าสูงถึง 400-500 ล้านบาทนั้น ในวันนั้นมีเซียนพระเข้าไปประเมินมูลค่าด้วย ซึ่งตนมองว่า 2 คนนี้เป็นมากกว่าคนสนิทและเพื่อน เพราะวันเกิดเหตุเซียนพระคนนี้เป็นคนจดทุกอย่างว่าราคาเท่าไหร่ ตนมีหน้าที่เซ็นรับสภาพหนี้เท่านั้น
"นอกจากนี้นายทุนยังเล่าเหตุการณ์วันที่ 17 เม.ย. ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ตำรวจจะออกหมายจับเซียนพระ และเพื่อนของผมก็มาบอกว่า ผมคือหนึ่งในนั้น มองว่าไม่ต้องให้ตำรวจมาหา แต่จะเข้าไปหาตำรวจเอง จึงประสานป๋อง สุพรรณ ที่สนิทกับบิ๊กเต่า เพื่อขอพบแบบตัวต่อตัว แต่มีการประสานไปถึง 2 ครั้ง ไม่มีการตอบรับ จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงวันที่ 10 เม.ย. พี่ป๋อง สุพรรณโทรศัพท์มาหาพร้อมแจ้งว่า "ไอ้เต่าให้ไปพบที่สำนักงาน มีอะไรก็ไปคุยกับมัน เคลียร์ให้มันจบไป" ส่วนเหตุผลที่อยากเข้าพบบิ๊กเต่า เพราะอยากอธิบายในประเด็นหนี้สิน แต่ปรากฏว่าที่สำนักงานบิ๊กเต่า มีคู่กรณีอยู่ด้วย วันนั้นการเจรจาจึงล้มเหลว" โทน บางแคกล่าว
โทน บางแค เผยว่า ยืนยันการรู้จักกับมาดามเก่ง ไม่เคยคุยธุรกิจในวงเหล้า ทุกครั้งจะมีทนายความของมาดามเก่งอยู่ด้วย และทำร่างสัญญาให้ตลอด แต่ส่วนตัวยินดีชดใช้ทุกบาท ตนยอมรับว่าอั๋นโอกิเป็นน้องรัก และรู้จักกันในวงการพระ แต่ไม่เกี่ยวข้องหรือเป็นขบวนการเดียวกัน ต่างคนต่างทำมาหากิน
โทน บางแค เผยว่า การทำสัญญาของตนไม่ได้ใช้กลอุบายทางกฎหมายมาเล่นงานเจ้าหนี้ และยืนยันเป็นหนี้ก็ต้องใช้คืนทุกบาท นอกจากนี้อยากฝากถึงมาดามเก่งว่า ยังรักและเคารพ และจะใช้หนี้ให้หมดตามสัญญาอย่างแน่นอน พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า "เราไม่ควรมาเจอกันที่ชั้น 27 ในวันนั้น" พร้อมย้อนคำพูดมาดามเก่งว่า "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว" เช่นกัน
เมื่อถามว่าทราบหรือไม่ว่าวันนี้บิ๊กโจ๊กเดินทางเข้ามาให้ปากคำเช่นกัน ได้เดินสวนกันหรือได้เจอกันหรือไม่ นายโทน บอกว่า ไม่ได้เจอและไม่รู้จักกัน รวมถึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน
สุดท้ายนี้ โทน บอกว่า หลังจากนี้จะไม่ขอให้สัมภาษณ์อีก จะขอกลับไปประกอบอาชีพทำมาหากิน เพราะทุกวันนี้ก็เสียชื่อเสียงมามากแล้ว และจะขอให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังจากที่ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว
- แฉเส้นทางรู้จัก "มาดามเก่ง-โทน บางแค" เผยจุดเริ่มต้นดีสู่ปมขัดแย้งธุรกิจ
- มาดามเก่ง เปิดหมดเปลือก แฉขบวนการหนี้มหึมา เปิดตัว 9 เซียนพระดัง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โทน บางแค เปิดใจครั้งสุดท้าย ยืนยันเช็คเด้งเป็นกิโลไม่ใช่ของผม ยันใช้หนี้ทุกบาทแม้ถูกดำเนินคดี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th