“ตลาดหุ้นยุโรป” เปิดบวก รับข่าวสหรัฐขยายหยุดยิงอิหร่าน
"ตลาดหุ้นยุโรป" เปิดบวก รับข่าวสหรัฐขยายหยุดยิงอิหร่าน ช่วยคลายแรงกดดันราคาน้ำมัน แต่การคงมาตรการปิดล้อมและเงินเฟ้อพลังงานในยุโรปที่เริ่มเร่งตัว
วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 14.53 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรป เปิดบวกในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนประเมินผลจากการขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมถึงความเป็นไปได้ของการกลับมาเจรจาสันติภาพเพิ่มเติม
ดัชนี Stoxx 600 ของยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 0.2% ณ เวลา 08:50 น. ตามเวลาลอนดอน โดยหุ้นส่วนใหญ่ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและตลาดหลักของภูมิภาคเคลื่อนไหวในแดนบวก
แรงหนุนสำคัญมาจากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอีก 2 สัปดาห์ โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลเตหะรานยังอยู่ในภาวะแตกแยกอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องมีเวลามากขึ้นในการจัดทำข้อเสนอร่วมเพื่อยุติสงคราม
ทรัมป์ระบุว่า การหยุดยิงซึ่งเดิมจะสิ้นสุดในวันพุธ จะยังคงมีผลต่อไปจนกว่าอิหร่านจะสามารถยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพต่อสหรัฐและอิสราเอลได้ อย่างไรก็ตาม ความพยายามทางการทูตยังเผชิญอุปสรรค หลังมีรายงานว่าการเดินทางของรองประธานาธิบดีสหรัฐไปยังปากีสถานเพื่อเจรจารอบใหม่ถูกเลื่อนออกไป ขณะที่สื่อทางการอิหร่านรายงานว่าฝ่ายเจรจาอิหร่านจะไม่เข้าร่วมการหารือเพิ่มเติมในเวลานี้
แม้การขยายเวลาหยุดยิงช่วยให้ราคาน้ำมันปรับลดลง แต่บรรยากาศการลงทุนยังคงถูกกดดันจากการที่สหรัฐยังคงมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน โดยทรัมป์ย้ำผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสหรัฐได้ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ และเตือนว่าการยกเลิกมาตรการดังกล่าวอาจทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใด ๆ กับอิหร่านได้
ในฝั่งยุโรป ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญคืออัตราเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นตัวเลขแรกที่สะท้อนผลกระทบจากสงครามอิหร่าน โดยอัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคมอยู่ที่ 3.3% เพิ่มขึ้นจาก 3% ในเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ โดยปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น
นักวิเคราะห์มองว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจยังไม่สิ้นสุด โดย Suren Thiru หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Institute of Chartered Accountants in England and Wales ระบุว่า แม้จะมีการขยายเวลาหยุดยิง แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นได้ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งเกิน 4% ภายในฤดูใบไม้ร่วง จากต้นทุนพลังงานและอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น
ในตลาดการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 10 ปีปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ประมาณ 4.87% ขณะที่ค่าเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นราว 0.1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ระดับประมาณ 1.35 ดอลลาร์
ทั้งนี้นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ในยุโรป เช่น L'Oréal รวมถึงบริษัทอื่น ๆ อย่าง ABB, EssilorLuxottica และ Danone ซึ่งจะรายงานผลประกอบการหลังตลาดปิด
อ้างอิง : cnbc.com