โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอให้ทำใจตั้งแต่วันแรก! “ลิฟท์ สุพจน์” เผยบทเรียนชีวิต พ่อไม่เคยตรวจสุขภาพ สุดท้ายจากไปแบบไม่ทันตั้งตัว

มาดามเม้าท์

เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 09.04 น.

หมอให้ทำใจตั้งแต่วันแรก!“ลิฟท์ สุพจน์” เผยบทเรียนชีวิต พ่อไม่เคยตรวจสุขภาพ สุดท้ายจากไปแบบไม่ทันตั้งตัว

บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าหลังการจากไปของ “คุณพ่อสุพรรณ” คุณพ่อของ “ลิฟท์ สุพจน์” ที่เพิ่งเสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อช่วงเช้าวันก่อน โดยเจ้าตัวเปิดใจทั้งน้ำเสียงนิ่งแต่แฝงความสะเทือนใจว่า วันนี้เป็นวันสวดคืนแรก หลังคุณพ่อนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนานกว่า 10 วัน จากอาการลิ่มเลือดอุดตันที่ก้านสมอง ส่งผลให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้จนหมดสติและช็อกไปในที่สุด แม้ช่วงแรกแพทย์จะคาดว่าเป็นสโตรก แต่เมื่อสแกนไม่พบเลือดออก จึงเปลี่ยนไปตรวจหัวใจแทน กว่าจะแน่ชัดถึงสาเหตุแท้จริงก็ผ่านไปถึง 8-9 ชั่วโมง ซึ่งสมองได้รับความเสียหายไปแล้ว โดยแพทย์ได้แจ้งตั้งแต่แรกว่าโอกาสฟื้นกลับมาเป็นปกตินั้นแทบเป็นไปไม่ได้ ทำให้ครอบครัวต้องเริ่มทำใจตั้งแต่วันแรก

“ลิฟท์” เล่าต่อว่าการจากไปครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะคุณพ่อเป็นคนรักสุขภาพ ออกกำลังกายทุกวัน ไม่เคยเจ็บป่วย ไม่เคยเข้าโรงพยาบาล จนเกิดความมั่นใจว่าตัวเองแข็งแรงดี แม้จะมีอาการปวดหัวหรือเวียนหัวบ้างตามวัย ก็เพียงแค่กินยาแล้วพัก ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตและออกกำลังกายตามปกติ จนไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ให้ครอบครัวระวัง ทำให้ข่าวการจากไปสร้างความตกใจให้กับคนรอบตัวอย่างมาก

เจ้าตัวยังเผยถึงคำสอนของคุณพ่อที่ยึดถือมาตลอดว่าให้ “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ไม่ต้องกังวลอนาคต ซึ่งกลายเป็นหลักคิดสำคัญในชีวิตของเขา โดยคุณพ่อมีอายุ 76 ปี และกำลังจะก้าวเข้าสู่วัย 77 ปีในไม่ช้า ยิ่งทำให้ความทรงจำก่อนหน้ากลายเป็นเรื่องที่สะเทือนใจมากขึ้น

ในฐานะลูกชายคนเดียวที่เติบโตและใช้ชีวิตอยู่กับพ่อมาตลอด ลิฟท์ยอมรับว่าใกล้ชิดกันมาก และรู้สึกว่าตัวเองได้ทำหน้าที่ลูกอย่างเต็มที่แล้ว ขณะที่ลูกสาว “น้องพราว” แม้พยายามเข้มแข็ง แต่เมื่อถึงช่วงเวลาจริงก็ยังกลั้นความเสียใจไว้ไม่อยู่ เพราะกลัวว่าหากร้องไห้จะทำให้คุณปู่ไม่สงบ ด้านคุณแม่ซึ่งใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมากว่า 50 ปี ก็เป็นอีกคนที่เขาเป็นห่วงมากที่สุด เพราะต้องเผชิญกับความเหงาหลังจากนี้ แม้จะพยายามทำใจมาตลอดตั้งแต่วันที่ทราบอาการ

สำหรับพิธีศพจะมีการสวดอภิธรรม 3 คืน และฌาปนกิจในวันเสาร์ โดย “ลิฟท์” ทิ้งท้ายด้วยมุมมองที่ทั้งเศร้าและอบอุ่นว่า คนที่จากไปนั้นไปอย่างสงบแล้ว ส่วนคนที่ยังอยู่ก็ต้องดูแลกันต่อไปและใช้ชีวิตให้มีความสุข พร้อมย้ำว่าเขาไม่รู้สึกติดค้างอะไร เพราะเชื่อว่าตัวเองได้ทำดีที่สุดในฐานะลูกชายคนหนึ่งแล้ว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...