โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์พุ่งต่อ! S&P–Nasdaq ทำนิวไฮ รับแรงหนุนผลประกอบการ แม้ตะวันออกกลางยังตึงเครียด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 เมษายน 2569 เวลา 14.13 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดการเงินโลกเคลื่อนไหวผสมผสานในวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ยุโรปและอังกฤษเผชิญแรงขายจากความกังวลเศรษฐกิจและสถานการณ์ตะวันออกกลาง ด้านราคาน้ำมันพุ่งแรงจากความเสี่ยงอุปทาน ส่วนทองคำฟื้นตัวจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยท่ามกลางความไม่แน่นอน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งต่อ ทำสถิติสูงสุดใหม่จากแรงหนุนหุ้นเทค

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันพุธ (22 เม.ย. 2569) โดยดัชนีหลักปรับตัวขึ้นและทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผลประกอบการที่ออกมาแข็งแกร่ง แม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุน

  • ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 49,490.03 จุด เพิ่มขึ้น 340.65 จุด (+0.69%)
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,137.90 จุด เพิ่มขึ้น 73.89 จุด (+1.05%)
  • ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 24,657.567 จุด เพิ่มขึ้น 397.603 จุด (+1.64%)

ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด โดยกว่า 80% ของบริษัทใน S&P 500 รายงานกำไรเหนือคาด ขณะที่สถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่านยังคงไม่แน่นอน แม้มีการขยายเวลาหยุดยิงออกไป

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ กังวลเศรษฐกิจ–เงินเฟ้อพุ่ง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงในวันเดียวกัน หลังนักลงทุนกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเยอรมนีที่ปรับลดคาดการณ์การเติบโตลง ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามและราคาพลังงานที่สูงขึ้น

  • ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 613.88 จุด ลดลง 2.15 จุด (-0.35%)
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,194.90 จุด ลดลง 75.97 จุด (-0.31%)
  • ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,156.43 จุด ลดลง 79.29 จุด (-0.96%)

แรงกดดันยังมาจากเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัว รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังคงส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและความเชื่อมั่นนักลงทุน

ตลาดหุ้นอังกฤษอ่อนตัว ตามทิศทางยุโรป

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพุธ โดยเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดยุโรป หลังนักลงทุนประเมินแรงกดดันจากเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง

  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,476.46 จุด ลดลง 21.63 จุด (-0.21%)

แม้จะมีสัญญาณบวกจากบางกลุ่มอุตสาหกรรม แต่ภาพรวมยังถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังไม่มีความชัดเจน

ราคาน้ำมันพุ่งแรง ทะลุ $100 กังวลอุปทานสะดุด

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง หลังอิหร่านยึดเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และสหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อม ส่งผลให้ตลาดกังวลต่ออุปทานพลังงานโลก

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนพฤษภาคม) ปิดที่ 92.96 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 3%
  • ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนมิถุนายน) ปิดที่ 101.91 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 3%

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางสำคัญของโลกชะลอตัว และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนอุปทาน

ราคาทองคำฟื้นตัว รับแรงซื้อเก็งกำไร–สินทรัพย์ปลอดภัย

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในวันพุธ หลังร่วงแรงก่อนหน้า โดยมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุนที่มองเป็นจังหวะเข้าซื้อ รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก

  • ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 4,735.65 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.5%
  • ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนมิถุนายน) ปิดที่ 4,753.00 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 0.7%

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะยาวยังถูกกดดันจากความกังวลเงินเฟ้อและโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูง

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อย ตลาดรอทิศทางดอกเบี้ย

ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามและแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) อยู่ที่ 98.44 เพิ่มขึ้น 0.06%
  • ยูโร/ดอลลาร์ อยู่ที่ 1.1731 ดอลลาร์
  • ดอลลาร์/เยน อยู่ที่ 159.26 เยน
  • ปอนด์/ดอลลาร์ อยู่ที่ 1.3507 ดอลลาร์

นักลงทุนยังคงจับตาท่าทีของธนาคารกลางหลักทั่วโลก ซึ่งมีแนวโน้ม “รอดูสถานการณ์” ท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง

อ้างอิง : CNBC, Reuters

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...