โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ประกันมะเร็ง” พอมั้ยกับค่ารักษายุคใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 18.33 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 11.33 น.

รู้หรือไม่…มะเร็งยังเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย อีกทั้ง ค่ารักษามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีการรักษายุคใหม่ ดังนั้น ประกันมะเร็งจึงไม่ใช่เพียง“ทางเลือก” แต่เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการเงินในยุคค่ารักษาแพงและสังคมสูงวัย

หากวางแผนตั้งแต่วันนี้ ค่าเบี้ยยังอยู่ในระดับเหมาะสม และช่วยปิดความเสี่ยงที่อาจกระทบเงินออมทั้งชีวิตในวันข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้วงเงินที่เลือก“เพียงพอ” ไม่ใช่แค่ “พอมี”

ประกันมะเร็งคือ?????

ประกันมะเร็ง คือ แบบประกันที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะโรคมะเร็ง โดยบริษัทประกันจะจ่ายผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น แบบจ่ายเงินก้อน (Lump Sum) แบบจ่ายตามค่ารักษาจริง แบบสัญญาเพิ่มเติมแนบกับประกันสุขภาพหลัก เป็นต้น

จากข้อมูลโดยทั่วไป พบว่า ประกันมะเร็งพบมากขึ้นในวัยทำงาน ค่ารักษาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนอาจกระทบรายได้ครอบครัว หากทำประกันมะเร็งก็จะช่วยบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ซึ่งจากการสำรวจค่ารักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันในโรงพยาบาลภาครัฐ หากต้องผ่าตัดค่ารักษาจะอยู่ระหว่าง หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท หากรักษาด้วยเคมีบำบัดจะอยู่ที่หลักหมื่นบาทต่อคอร์ส

ขณะที่หากเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน ค่าผ่าตัดจะอยู่ประมาณ 200,000 - 800,000 บาท เคมีบำบัด 100,000 - 300,000 บาทต่อคอร์ส หากรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัดอาจสูงถึงหลักล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว ปัจจุบันช่องทางในการเลือกซื้อประกันมะเร็ง มีทั้งผ่านตัวแทน นายหน้าประกันภัย ธนาคาร และออนไลน์

ประกันมะเร็ง “มือใหม่” ควรรู้

1. เลือกวงเงินให้สอดคล้องค่ารักษายุคใหม่

2. ตรวจสอบความคุ้มครองทุกระยะของโรค

3. พิจารณาแบบจ่ายเงินก้อนควบคู่ค่ารักษาจริง

4. อ่านข้อยกเว้นกรมธรรม์อย่างละเอียด

5. รู้ข้อควรระวัง เช่น โรคที่เป็นมาก่อนอาจไม่คุ้มครอง , บางแบบมีปรับเบี้ยตามอายุ , ตรวจสอบเงื่อนไขการต่ออายุ

6. ควรตรวจสอบเงื่อนไขระยะเวลารอคอย(Waiting Period) และระยะของการคุ้มครอง เช่น ทุกระยะ หรือ เฉพาะระยะลุกลาม อย่างละเอียด เพราะระยะเวลารอคอย จะเป็นช่วงเวลาที่บริษัทประกันยังไม่รับผิดชอบ หากตรวจเจอโรคมะเร็งในช่วง 60-120 วันแรก (แล้วแต่กรมธรรม์) หลังทำสัญญา จะเคลมไม่ได้

หากต้องการความคุ้มครองทันทีหรือเร็วที่สุด ควรตรวจสอบเงื่อนไข ว่ามี เจอ จ่าย จบ หรือไม่ เพราะ บางกรมธรรม์อาจมีระยะเวลารอคอยที่สั้นลง หรือเน้นการจ่ายเงินก้อนทันทีเมื่อตรวจพบหลังจากพ้นระยะเวลารอคอยแล้ว หากเคยเป็นมาก่อนและรักษาหายขาดแล้ว อาจทำประกันได้ แต่ต้องแจ้งบริษัทประกัน และอาจมีการยกเว้นความคุ้มครองโรคมะเร็งที่เคยเป็นมาก่อนด้วย

สำหรับมะเร็งที่ประกันมะเร็งโดยทั่วไปจะไม่คุ้มครอง มักยกเว้นมะเร็งผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรง (ยกเว้นมะเร็งผิวหนังชนิด Melanoma) และมะเร็งที่เกิดจากการติดเชื้อ HIV เป็นต้น โดยจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ด้วย

7. วงเงินขั้นต่ำสำหรับการทำประกันมะเร็ง ควรต้องมีวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำ 500,000 - 1,000,000 บาทขึ้นไป แต่หากต้องการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำ 2 - 5 ล้านบาทขึ้นไป

*ตัวอย่าง สำหรับช่วงอายุ 30 - 40 ปี หากต้องการทำประกันมะเร็ง ควรมีวงเงินความคุ้มครองอย่างน้อย 1 - 3 ล้านบาท และเน้นแบบมีเงินก้อนชดเชยรายได้ ส่วนอายุ 50 - 70 ปี ควรมีวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำ 2 - 5 ล้านบาท เน้นค่ารักษาจริง เป็นต้น*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...