โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อินแกรม ไมโคร ประกาศวิสัยทัศน์ ‘Future Forward’ ชูศักยภาพการเข้าถึงประชากร 90% ทั่วโลก พร้อมโซลูชัน AI แบบ End-to-End และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) ในฐานะบริษัทแพลตฟอร์มกลุ่มธุรกิจ (B2B) สำหรับระบบนิเวศเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก ประกาศเสริมความแข็งแกร่งในบทบาทผู้ให้บริการโซลูชันด้านไอทีครบวงจรและนวัตกรรม AI Stack ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงระบบคลาวด์ที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากล มุ่งเน้นกลยุทธ์ที่เสริมสร้างศักยภาพของพันธมิตรและยกระดับมาตรฐานทั่วทั้งระบบนิเวศ B2B ภายใต้แนวคิด 'Future Forward-The Business Behind the World’s Brands' ในฐานะที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนความสำเร็จของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก

14 มี.ค. 2569 - นายศุภกิจ ติยะวัชรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “อินแกรม ไมโคร มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในระบบนิเวศเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก ด้วยขีดความสามารถในการเข้าถึงประชากรเกือบ 90% ของโลก เราจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นช่องทางหลัก ที่เชื่อมโยงนวัตกรรมและบริการจากผู้ผลิตเทคโนโลยีชั้นนำ สู่เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจแบบ B2B ที่มีความหลากหลายสูง ขอบเขตและศักยภาพระดับโลกนี้เองที่เป็นเครื่องยืนยันความพร้อมของ อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) ในการส่งมอบโซลูชันประสิทธิภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งในระดับองค์กรธุรกิจ

และการใช้งานส่วนบุคคลทั่วประเทศอย่างรอบด้าน ภายใต้แนวคิด “Future Forward-The Business Behind the World’s Brands” เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยความแข็งแกร่งจากการเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตเทคโนโลยีระดับโลกกว่า 80 แบรนด์ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พาร์ทเนอร์ร่วม 2,000 รายทั่วประเทศไทย เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีที่ตอบสนองทั้งภาคธุรกิจ และการใช้งานส่วนบุคคลได้อย่างไร้รอยต่อ ในขณะเดียวกัน เรายังมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกโดยหน่วยงานวิจัยระดับโลก อาทิ Gartner, IDC, Forrester และ WSTS อินแกรม ไมโคร ได้สรุปเทรนด์สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม ดังนี้

1. พลังแห่งการลงทุนไอทีและ AI (IT & AI Spending) ตลาดโลก และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก: ยอดใช้จ่ายไอทีทั่วโลกพุ่งแตะ $6.15 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (โต 10.8% YoY) โดยมีภูมิภาค APAC เป็นหัวหอกสำคัญด้วยมูลค่ากว่า $1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ

ประเทศไทย: ยอดใช้จ่ายในไทยมีแนวโน้มแตะระดับ 1.1 ล้านล้านบาท โดยกลุ่ม Data Center เพื่อรองรับ AI คาดว่าจะเติบโตสูงถึง 27.9% ขณะที่การลงทุนใน AI-Optimized Servers ในไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 38% สะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการประมวลผล AI ของภูมิภาค1

2. กลุ่มเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Key Growth Sectors): Cloud & AI Infrastructure Mastery: การย้าย Workload สู่ Sovereign Cloud และ AI-Ready Cloud พุ่งสูงขึ้น เพื่อรองรับการประมวลผล GenAI โดยมียอดใช้จ่ายทั่วโลกแตะ 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

AI-Enabled Devices (The Great Refresh): ปี 2569 คือปีแห่งการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่ในระดับโลก โดย AI PC, Workstation และ Tablet รุ่นที่รองรับ AI จะครองสัดส่วนถึง 40% ของยอดจำหน่ายใหม่ทั้งหมด สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่สูงถึง 18.2%3

Networking & AIDC: ตลาดโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายและระบบจัดเก็บและระบุข้อมูลอัตโนมัติ หรือ AIDC ในไทยเติบโตโดดเด่นที่ 15.5% จากความต้องการ Digital Transformation ในภาคโลจิสติกส์และคลังสินค้าอัจฉริยะ4

3. พฤติกรรมผู้ซื้อยุค “Digital-First & AI-Assisted”: โลกการซื้อขาย B2B เปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Self-Service อัจฉริยะ อย่างสมบูรณ์แบบ โดย 75% ของผู้ซื้อระดับองค์กร ต้องการประสบการณ์การซื้อแบบไม่ต้องผ่านพนักงานขาย และ 80% ของปฏิสัมพันธ์การขาย จะเกิดขึ้นบนช่องทางดิจิทัล ภายใต้อิทธิพลของกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่ใช้ Generative AI เป็นผู้ช่วยหลักในการตัดสินใจเลือกโซลูชัน5

อินแกรม ไมโคร โกลบอล วางกลยุทธ์สำคัญด้วยการผสาน "เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก" เข้ากับ "ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์" (Human Creativity) เพื่อทลายขีดจำกัดและช่วยให้คู่ค้าบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่ท้าทาย โดยมุ่งเน้นการสร้าง Digital Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านนวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Innovation) และการกำหนดนิยามใหม่ของ B2B Ecosystem เพื่อให้สอดรับกับความต้องการในอนาคต

กลยุทธ์เหล่านี้เป็นมาตรฐานการดำเนินงานเดียวกันสำหรับอินแกรม ไมโคร ซึ่งมีฐานปฎิบัติการใน 57 ประเทศ และมีการจัดจำหน่ายครอบคลุมร่วม 200 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย บนมาตรฐานการให้บริการระดับสากลที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มอัจฉริยะอย่าง Ingram Micro Xvantage™ ซึ่งเป็นต้นแบบความสำเร็จในการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลแบบไร้รอยต่อระดับโลก (ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทยอยเปิดใช้งานในแต่ละภูมิภาค) เพื่อส่งมอบบริการที่รวดเร็ว แม่นยำ และตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

"จากแนวโน้มของไอที และ AI เทรนด์ พร้อมกับกลยุทธ์ที่เน้นมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจระดับโลกนี้ ช่วยตอกย้ำบทบาทของ อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) ในฐานะ Solution Aggregator ที่ผสานรวม AI Stack ตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงซอฟต์แวร์แอปพลิเคชัน และอุปกรณ์ปลายทางอัจฉริยะ ซึ่งเป้าหมายของเรา คือการสนับสนุนให้องค์กรไทยสามารถนำเทรนด์เทคโนโลยีระดับโลก มาต่อยอดให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญระดับสากลและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในระบบนิเวศของตลาดประเทศไทย เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่คู่ค้าและสังคมไทย ภายใต้มาตรฐานเดียวกับสาขาอื่นใน 57 ประเทศทั่วโลก" นายศุภกิจ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...