โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CU สุด ๆ ฉบับจุฬาฯ 5 Gen รวมพลังสะท้อนความผูกพัน “บ้านที่พร้อมกลับมาเสมอ”

สยามรัฐ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในงานแถลงข่าว "One Night Only คืนเหย้า 109 ปี CU ไม่รู้จบ" เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีช่วงหนึ่งที่พิเศษกว่าการแถลงข่าวทั่วไป นั่นคือช่วง CU All Gen Talk ที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ได้เชิญตัวแทนชาวจุฬาฯ 5 คน จาก 5 วัย ตั้งแต่รุ่น CU2505 ไปจนถึง CU2568 มานั่งคุยกันบนเวทีเดียว

ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าสะท้อนให้เห็นว่าประชาคมจุฬาฯ นั้นใหญ่และหลากหลายเพียงใด แม้จะเรียนจบออกมาแล้วกระจายตัวกันออกไปทำงานรับใช้สังคมกันคนละถิ่นที่ บางคนอยู่ในวงการบันเทิง บางคนอยู่ในแวดวงธุรกิจ บางคนอยู่ในวงการกีฬา บางคนอยู่ในแวดวงการศึกษา และบางคนยังเพิ่งเริ่มต้นชีวิตนิสิต แต่วันนั้นพวกเขามานั่งอยู่ด้วยกัน พูดถึงสิ่งเดียวกัน และกำลังจะกลับมาหลอมรวมกันอีกครั้งในงาน "One Night Only คืนเหย้า 109 ปี CU ไม่รู้จบ" วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 ณ สนามหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เราถามทั้ง 5 คนว่า "CU สุด ๆ" ในแบบของคุณคืออะไร”

คำตอบที่ได้กลับมาไม่เหมือนกันเลยสักคน แต่ทุกคำตอบกลับพูดถึงสิ่งเดียวกัน

คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน | รัฐศาสตร์ CU2505

"เราได้กลับมาใช้เวลาร่วมกัน"

ถ้าจะนิยาม CU สุด ๆ ในแบบของคุณหญิงผะอบทิพย์ คำตอบไม่ใช่รางวัล ไม่ใช่ตำแหน่ง แต่คือความรู้สึกที่ว่า "ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่สิบปี เราก็ยังรู้สึกว่าเราเป็นคนจุฬาฯ อยู่เสมอ"

นิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์รุ่น CU2505 เล่าว่าทุกครั้งที่ได้กลับมาที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ มีความรู้สึกบางอย่างที่กลับมาเหมือนเดิมทันที "เหมือนเรายังเป็นนิสิตอยู่ เหมือนเรายังอยู่ในครอบครัวเดียวกัน" และหนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนั้นมากที่สุดคือ Jazz Dance ของสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ที่เปิดให้สมาชิกได้กลับมาลงเรียนด้วยกันอีกครั้ง

"ตอนแรกที่เริ่มเรียนก็มีหลายคนแซวว่า รุ่นนี้แล้วยังจะมาเต้นกันอีกหรือ แต่พอได้มาเรียนจริง ๆ มันสนุกมากค่ะ พวกเราหลายคนเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือรุ่นใกล้ ๆ กัน บางคนไม่ได้เจอกันมานานหลายปี พอมาเจอกันในคลาสเต้น ทุกคนก็เหมือนได้กลับมาเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง บางวันเราก็เต้นผิดบ้าง ถูกบ้าง หัวเราะกันทั้งห้อง แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าใครเต้นเก่งหรือไม่เก่ง สิ่งสำคัญคือเราได้กลับมาใช้เวลาร่วมกัน"

และในงานคืนเหย้าปีนี้ คุณหญิงผะอบทิพย์จะขึ้นเวทีร้องเพลง Dancing Queen ร่วมกับเพื่อน ๆ รุ่นใหญ่ที่ขอมาเต้นด้วยกัน "พวกเรารุ่นนี้จะเป็น Dancing Queen ในแบบของเราได้ค่ะ"

ดร.วุฒิพงศ์ กิตติธเนศวร | วิศวกรรมศาสตร์ CU2527

"อาหารจะอร่อยที่สุดก็ต่อเมื่อเราได้กินมันกับเพื่อน ๆ ของเรา"

สำหรับนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ รุ่น CU2527 และประธานฝ่ายอาหารของงานคืนเหย้าปีนี้ คำว่า CU สุด ๆ มีคำตอบสั้น ๆ ว่า "ความเป็นพี่น้อง"

"ไม่ว่าพวกเราจะเรียนจบจากจุฬาฯ ไปกี่ปี อยู่คนละคณะ อยู่คนละอาชีพ แต่พอมีโอกาสกลับมาเจอกัน เราก็ยังรู้สึกว่าเราเป็นคนบ้านเดียวกัน เวลามีงานของสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ทีไร สิ่งที่รู้สึกทุกครั้งก็คือ เราไม่ได้มาแค่เจอกันเพื่อสังสรรค์ แต่เรามาช่วยกันทำงาน ช่วยกันสร้างอะไรบางอย่างให้กับจุฬาฯ และให้น้อง ๆ รุ่นต่อไป"

ในฐานะประธานฝ่ายอาหาร เขาตั้งโจทย์กับตัวเองไว้ชัดเจนว่าอาหารในงานคืนเหย้าปีนี้ต้องทำให้ "เกินจินตนาการ" รวบรวมกว่า 50 เมนูทั้งอาหารระดับพรีเมียมอย่างหูฉลาม เป๋าฮื้อ กุ้งเผา ไปจนถึงเมนูความทรงจำของชีวิตนิสิตอย่างข้าวหมูแดง หมูกรอบ ข้าวมันไก่ และหอยทอด "ถ้าท่านเดินรอบสนามหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล ท่านจะรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเทศกาลอาหารขนาดใหญ่ของชาวจุฬาฯ เลยทีเดียว"

แต่สิ่งที่เขาเน้นย้ำมากกว่าตัวเมนูคือบรรยากาศ "อาหารจะอร่อยที่สุดก็ต่อเมื่อเราได้กินมันกับเพื่อน ๆ ของเรา และงานคืนเหย้านี่แหละครับ คือโอกาสที่ดีที่สุดที่พี่น้องชาวจุฬาฯ จากหลายรุ่นจะได้กลับมานั่งกินข้าว นั่งคุยกัน หัวเราะกัน และเล่าเรื่องชีวิตของกันและกัน แค่ดูรายชื่ออาหาร ก็คุ้มแล้วครับ"

โปรทิพย์ สีอัมพรโรจน์ | พาณิชยศาสตร์และการบัญชี CU2546

"เราคือ Connector ที่เชื่อมเครือข่ายจุฬาฯ ให้ทำงานด้วยกันได้จริง"

รุ่น CU2546 อยู่ตรงกลางระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้องพอดี และนั่นทำให้โปรทิพย์ สีอัมพรโรจน์ นิสิตเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มองเห็นภาพของจุฬาฯ ในแบบที่ไม่เหมือนใคร

"CU สุด ๆ สำหรับทิพย์คือพลังของเครือข่าย เพราะสิ่งที่พิเศษมากของจุฬาฯ คือไม่ว่าเราจะเรียนจบไปกี่ปี เราก็ยังมีโอกาสกลับมาทำอะไรด้วยกันได้เสมอ"

การได้เข้ามาช่วยทีมจัดงานคืนเหย้าปีนี้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกนั้น "เราได้เห็นพี่ ๆ หลายรุ่นมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ บางคนช่วยเรื่องเวที บางคนช่วยเรื่องอาหาร บางคนช่วยเรื่องร้านค้า บางคนช่วยเรื่องศิลปิน และที่สำคัญคือทุกคนทำด้วยความรักในจุฬาฯ"

เธอเล่าถึงบรรยากาศการทำงานร่วมกันที่ทำให้รู้สึกภูมิใจที่สุดว่า "บางคนอาจจะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แต่พอได้มาทำงานด้วยกัน ทุกคนก็เหมือนกลับไปเป็นนิสิตอีกครั้ง เราคุยกันแบบพี่แบบน้อง ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ปัญหา แล้วก็หัวเราะกันตลอด นี่แหละค่ะที่ทำให้รู้สึกว่า CU สุด ๆ จริง ๆ เพราะมันไม่ได้เป็นแค่เครือข่ายในนามเท่านั้น แต่เป็นเครือข่ายที่ยังทำงานและสร้างสิ่งใหม่ ๆ ด้วยกันได้จริง"

ปาร์ค ภาณุภัทร อโนมกิติ | พาณิชยศาสตร์และการบัญชี CU2554

"จุฬาฯ ไม่ได้ให้แค่ความรู้ แต่ยังให้โอกาสในชีวิตอีกหลายอย่าง"

นักแสดงและเจ้าของแบรนด์แฟชั่น Emile la boutique รุ่น CU2554 ให้คำนิยาม CU สุด ๆ ไว้ด้วยคำเดียวว่า "โอกาส"

"จุฬาฯ ไม่ได้ให้แค่ความรู้ตอนที่เราเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย แต่ยังให้โอกาสในชีวิตอีกหลายอย่างมาก หลายโอกาสในชีวิตก็เกิดขึ้นจากเครือข่ายของชาวจุฬาฯ นี่แหละครับ พี่ ๆ เพื่อน ๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่ช่วยแนะนำกัน สนับสนุนกัน และเปิดโอกาสให้กัน"

ในงานคืนเหย้าปีนี้ ปาร์คจะนำ Emile la boutique มาร่วมออกบูธใน Chula MarketPink ซึ่งเขามองว่าไม่ต่างจากการได้กลับบ้าน "ลูกค้าหลายคนที่มางานนี้ ก็อาจจะเป็นพี่ เป็นเพื่อน เป็นรุ่นน้องชาวจุฬาฯ เหมือนกัน แต่ละร้านไม่ได้มาแค่ขายของ แต่ตั้งใจมาสร้างบรรยากาศตลาดของคนจุฬาฯ"

และสำหรับเขา การได้กลับมามีส่วนร่วมในงานคืนเหย้าปีนี้มีความหมายมากกว่าแค่การออกร้าน "จุฬาฯ ให้โอกาสผมในชีวิตมามาก วันนี้ผมก็อยากกลับมาสนับสนุนกิจกรรมของมหาวิทยาลัย และกลับมาสร้างความสนุกให้กับพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวจุฬาฯ ด้วยกัน"

อลิศ ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน | ศิลปกรรมศาสตร์ CU2568

"พวกหนูยังอยู่ตรงนี้ และยังรอพี่ ๆ กลับมาที่จุฬาฯ เสมอ"

จากรุ่นใหญ่สุดมาถึงน้องเล็กสุดบนเวที อลิศ ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ รุ่น CU2568 ให้นิยาม CU สุด ๆ ว่าคือ "ความภูมิใจ"

"สำหรับหนู การได้เข้ามาเรียนที่จุฬาฯ เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ทุกอย่างยังใหม่มากสำหรับหนู แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ชัดมากตั้งแต่วันแรกก็คือ ความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ใหญ่มาก เวลาได้ยินเรื่องราวของพี่ ๆ นิสิตเก่าหลายรุ่น ได้เห็นว่าพี่ ๆ กระจายตัวไปทำงานในหลายวงการ และยังกลับมาช่วยมหาวิทยาลัย กลับมาช่วยน้อง ๆ อยู่เสมอ มันทำให้หนูรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมนี้"

ปีนี้เป็นปีแรกที่อลิศได้มีส่วนร่วมกับงานคืนเหย้า และเธอจะขึ้นเวทีร้องเพลงต้อนรับพี่ ๆ นิสิตเก่าในฐานะตัวแทนของนิสิตรุ่นปัจจุบัน "หนูรู้สึกเหมือนกำลังได้เป็นตัวแทนของนิสิตรุ่นใหม่ มาบอกพี่ ๆ ทุกคนว่า พวกหนูยังอยู่ตรงนี้ และยังรอพี่ ๆ กลับมาที่จุฬาฯ เสมอ"

ทั้ง 5 เจเนอเรชัน ต่างวัย ต่างอาชีพ ต่างถิ่นที่ แต่ทุกคำตอบสะท้อนสิ่งเดียวกัน นั่นคือ จุฬาฯ ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัย แต่คือบ้านที่ทุกคนพร้อมกลับมาเสมอ และในวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 นี้ พวกเขาจะกลับมาหลอมรวมกันอีกครั้ง ในงาน "One Night Only คืนเหย้า 109 ปี CU ไม่รู้จบ" ณ สนามหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...