Honda e:N2 สายชิล...(น่าจะ) ถูกใจกับคันนี้
คอลัมน์ : เทสต์ คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
“เราคาดหวังว่า Honda e:N2 นั้น เราเชื่อว่ายังมีลูกค้าที่รออยู่ โดยเฉพาะกลุ่มที่รอรถยนต์อีวีจากแบรนด์ญี่ปุ่น ลูกค้าที่รอในคุณภาพสินค้า คุณภาพงานบริการหลังการขายในแบบของฮอนด้า”
นี่คือคำบอกเล่าจาก “โคจิ อิวานามิ” ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
รถ Honda e:N2คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ฮอนด้าพัฒนาแคแร็กเตอร์ให้มีความชัดเจนมากที่สุด ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว เพื่อให้รถคันนี้ต่างจากรุ่น e:N1
ครั้งนี้ “คูนิฮิโร โคอิเกะ” หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา Honda e:N2 ยอมรับว่า “ความยาก” คือการได้รับความสนใจจากลูกค้า นั้นคือการดีไซน์ เพราะรถคันนี้มีจุดเปลี่ยนมากพอ และดีพอที่ลูกค้าจะรู้สึกว่ามีอะไรใหม่ ๆ เหมือนรถฮอนด้า แต่ไม่เหมือนรถยนต์ฮอนด้าในปัจจุบัน
รูปร่างหน้าตาของรถ Honda e:N2 ให้ความรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวที่แข็งแรงด้วยเส้นสายรอบคัน และความล้ำสมัย กลายเป็นรถสปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดมาในสไตล์ฟาสต์แบ็กส์ได้อย่างลงตัว
ไม่มากเกินไป แต่ก็ไม่เรียบจนดูไม่มีอะไร…
กระจังหน้าดีไซน์ Grille-less เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า สัญลักษณ์ H-Mark มากับไฟเรืองแสง ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน, ไฟเลี้ยวด้านหน้า-หลังเป็นไฟ LED เช่นเดียวกัน
ส่วนที่ชาร์จแบตเตอรี่ ฮอนด้าเลือกนำไปไว้ด้านข้าง เพื่อความสะดวกสบายเวลาใช้งาน แถมใส่ฟังก์ชั่นสัญลักษณ์ไฟสีต่าง ๆ เพื่อบ่งบอกสถานะการชาร์จไฟฟ้าให้กับรถคันนี้ด้วย ทำให้ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น
มือจับประตูคู่หน้าให้เป็นแบบซ่อน เรียบไปกับตัวถัง ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อใช้หลักอากาศพลศาสตร์เข้ามาช่วยลดแรงต้านของลม เพื่อความประหยัดแบตเตอรี่ในการขับขี่
ส่วนมือจับประตูคู่บานหลัง ออกแบบมาให้ซ่อนอยู่บริเวณเป็นช่องแบบซ้อน ที่มีขนาดเล็ก
จะว่าไป… ขนาดเล็กเกินไปใช้งานยากไปนิด สำหรับเรา
แต่จุดนี้ทีมออกแบบฮอนด้าบอกว่า ได้มีการทดลองให้พนักงานมาเปิด และใช้งาน ซึ่งมือเปิดประตูตรงนี้ไม่ได้เป็นปัญหา
ส่วนประตูบานฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
ฮอนด้าเลือกใช้กระจกที่นั่งด้านหน้า-หลังแบบ Privacy ฮอนด้ายังใส่สปอยเลอร์หลังมาช่วยเรื่องแอโรไดนามิก เข้ามาเสริมทั้งความเท่ และความประหยัด
ห้องโดยสาร ออกแบบโดยยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง การออกแบบจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ เน้นให้ใช้งานได้ง่ายและปลอดภัยเน้นความสบายทุกมิติ ผ่านวัสดุ อุปกรณ์ โทนสีที่ใช้ แถมด้วยเส้นสายสีส้มมาตัดกับสีห้องโดยสารแบบทูโทนเทา/ดำ หลังคาซันรูฟ พร้อมม่านบังแดดมาให้พร้อมด้วยชุดน้ำหอมอะโรมาแบบแคปซูล
ด้วยข้อจำกัดด้านการออกแบบของรถยนต์สไตล์นี้ ฮอนด้าเลือกใส่กระจกมองหลังแบบกล้องเข้ามาช่วยเสริมเพื่อให้มองภาพได้ชัดเจนขณะใช้งาน
ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในห้องโดยสารมีมาให้ครบครัน ทั้งเบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทางส่วนคู่หน้าข้างคนขับปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง มีระบบระบายอากาศในเบาะคู่หน้า หน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย พร้อม Honda Connect พร้อมไวเลสชาร์จเจอร์ และช่องเชื่อมต่อ USB-C 4 ตำแหน่ง เครื่องเสียง BOSE 12 ตำแหน่ง
เส้นทางทดสอบจากนิคมอุตสาหกรรมบางชัน มุ่งตัดเมืองจากฝั่งตะวันออกผ่านมายังฝั่งตะวันตก ขึ้นทางด่วน M81 มุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี
เพื่อความสบายใจกดดูแบตเตอรี่ที่มีอยู่ และระยะทางที่สามารถขับขี่ได้ รถแจ้งว่ามีแบตฯ 99% วิ่งได้ 399 กม.
ถึงกับร้องโอ๊ก…
ไหนฮอนด้าเคลมระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้งวิ่งไกล 530 กม. ตามมาตรฐาน NEDC นี่ไฟหายไปแค่ 1% เท่านั้น
เอาเป็นว่าขับแบบประคองเท้า ทางตรง ๆ ยาว ๆ เลือกใช้โหมด Econเรียกว่าขับชิลไปเรื่อย
การเซตอัพช่วงล่างถือว่าฮอนด้าทำได้ดี บนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหน้า e:N Architecture F ทำให้รถคันนี้ขับขี่สนุกและถ่ายทอดความรู้สึกถึงความเป็นรถยนต์ฮอนด้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
พวงมาลัยคม ขณะที่ระบบเบรกต้องชม ทำออกมาได้เป็นธรรมชาติสุด แรงเหวี่ยงแรงโยนนั้นถูกทอนออกไป ทำให้ Honda e:N2 มีความแฟรนด์ลี่กับผู้ขับและผู้โดยสารมากขึ้น
การตอบสนองของมอเตอร์ ทำได้เร็วแต่ให้ความนุ่มนวล
การส่งกำลัง 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า ส่วนแรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตรถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งการขับซอกแซกในเมือง หรือการออกวิ่งในเส้นทางข้ามจังหวัด
โดยรวมถือว่าประทับใจเมื่อลองขับมาที่โหมด Sportเสียงสังเคราะห์ปลุกความเร้าใจมากขึ้น เช่นเดียวกับพละกำลัง และช่วงล่าง ทุกอย่างกระชับขึ้น
ส่วนระบบความปลอดภัยฮอนด้าส่งเต็มพิกัด พอเพียงกับการใช้งาน
เบ็ดเสร็จการทดสอบครั้งนี้วิ่งไปรวมระยะทาง 265 กิโลเมตร จากแบตเตอรี่ 99% เหลือไฟฟ้าอยู่ 20%คะเนคร่าว ๆ พิสัยของ Honda e:N2 คันนี้วิ่งใช้งานก็น่าจะราว ๆ กว่า 300 กม.
น่าจะเพียงพอสำหรับสายชิลขับไปใช้ในชีวิตประจำวันวิ่งในเส้นทางที่ชัดเจน หากจะออกนอกเส้นก็ต้องวางแผนการใช้งานนิดหน่อย
แต่ในเรื่องความสบายใจของการดูแลงานบริการหลังการขาย รับรองได้ว่ามาตรฐานของฮอนด้าเข้าไปทุกศูนย์บริการทั่วประเทศหายห่วงกับราคาค่าตัว 1.429 ล้านบาท
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Honda e:N2 สายชิล…(น่าจะ) ถูกใจกับคันนี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net