โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Honda e:N2 สายชิล...(น่าจะ) ถูกใจกับคันนี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. เวลา 01.10 น.

คอลัมน์ : เทสต์ คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง

“เราคาดหวังว่า Honda e:N2 นั้น เราเชื่อว่ายังมีลูกค้าที่รออยู่ โดยเฉพาะกลุ่มที่รอรถยนต์อีวีจากแบรนด์ญี่ปุ่น ลูกค้าที่รอในคุณภาพสินค้า คุณภาพงานบริการหลังการขายในแบบของฮอนด้า”

นี่คือคำบอกเล่าจาก “โคจิ อิวานามิ” ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

รถ Honda e:N2คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ฮอนด้าพัฒนาแคแร็กเตอร์ให้มีความชัดเจนมากที่สุด ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว เพื่อให้รถคันนี้ต่างจากรุ่น e:N1

Honda e:N2

ครั้งนี้ “คูนิฮิโร โคอิเกะ” หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา Honda e:N2 ยอมรับว่า “ความยาก” คือการได้รับความสนใจจากลูกค้า นั้นคือการดีไซน์ เพราะรถคันนี้มีจุดเปลี่ยนมากพอ และดีพอที่ลูกค้าจะรู้สึกว่ามีอะไรใหม่ ๆ เหมือนรถฮอนด้า แต่ไม่เหมือนรถยนต์ฮอนด้าในปัจจุบัน

รูปร่างหน้าตาของรถ Honda e:N2 ให้ความรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวที่แข็งแรงด้วยเส้นสายรอบคัน และความล้ำสมัย กลายเป็นรถสปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดมาในสไตล์ฟาสต์แบ็กส์ได้อย่างลงตัว

Honda e:N2

ไม่มากเกินไป แต่ก็ไม่เรียบจนดูไม่มีอะไร…

กระจังหน้าดีไซน์ Grille-less เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า สัญลักษณ์ H-Mark มากับไฟเรืองแสง ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน, ไฟเลี้ยวด้านหน้า-หลังเป็นไฟ LED เช่นเดียวกัน

Honda e:N2

ส่วนที่ชาร์จแบตเตอรี่ ฮอนด้าเลือกนำไปไว้ด้านข้าง เพื่อความสะดวกสบายเวลาใช้งาน แถมใส่ฟังก์ชั่นสัญลักษณ์ไฟสีต่าง ๆ เพื่อบ่งบอกสถานะการชาร์จไฟฟ้าให้กับรถคันนี้ด้วย ทำให้ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น

มือจับประตูคู่หน้าให้เป็นแบบซ่อน เรียบไปกับตัวถัง ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อใช้หลักอากาศพลศาสตร์เข้ามาช่วยลดแรงต้านของลม เพื่อความประหยัดแบตเตอรี่ในการขับขี่

Honda e:N2

ส่วนมือจับประตูคู่บานหลัง ออกแบบมาให้ซ่อนอยู่บริเวณเป็นช่องแบบซ้อน ที่มีขนาดเล็ก

จะว่าไป… ขนาดเล็กเกินไปใช้งานยากไปนิด สำหรับเรา

แต่จุดนี้ทีมออกแบบฮอนด้าบอกว่า ได้มีการทดลองให้พนักงานมาเปิด และใช้งาน ซึ่งมือเปิดประตูตรงนี้ไม่ได้เป็นปัญหา

Honda e:N2

ส่วนประตูบานฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ฮอนด้าเลือกใช้กระจกที่นั่งด้านหน้า-หลังแบบ Privacy ฮอนด้ายังใส่สปอยเลอร์หลังมาช่วยเรื่องแอโรไดนามิก เข้ามาเสริมทั้งความเท่ และความประหยัด

ห้องโดยสาร ออกแบบโดยยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง การออกแบบจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ เน้นให้ใช้งานได้ง่ายและปลอดภัยเน้นความสบายทุกมิติ ผ่านวัสดุ อุปกรณ์ โทนสีที่ใช้ แถมด้วยเส้นสายสีส้มมาตัดกับสีห้องโดยสารแบบทูโทนเทา/ดำ หลังคาซันรูฟ พร้อมม่านบังแดดมาให้พร้อมด้วยชุดน้ำหอมอะโรมาแบบแคปซูล

ด้วยข้อจำกัดด้านการออกแบบของรถยนต์สไตล์นี้ ฮอนด้าเลือกใส่กระจกมองหลังแบบกล้องเข้ามาช่วยเสริมเพื่อให้มองภาพได้ชัดเจนขณะใช้งาน

Honda e:N2

ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในห้องโดยสารมีมาให้ครบครัน ทั้งเบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทางส่วนคู่หน้าข้างคนขับปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง มีระบบระบายอากาศในเบาะคู่หน้า หน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย พร้อม Honda Connect พร้อมไวเลสชาร์จเจอร์ และช่องเชื่อมต่อ USB-C 4 ตำแหน่ง เครื่องเสียง BOSE 12 ตำแหน่ง

เส้นทางทดสอบจากนิคมอุตสาหกรรมบางชัน มุ่งตัดเมืองจากฝั่งตะวันออกผ่านมายังฝั่งตะวันตก ขึ้นทางด่วน M81 มุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี

เพื่อความสบายใจกดดูแบตเตอรี่ที่มีอยู่ และระยะทางที่สามารถขับขี่ได้ รถแจ้งว่ามีแบตฯ 99% วิ่งได้ 399 กม.

ถึงกับร้องโอ๊ก…

ไหนฮอนด้าเคลมระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้งวิ่งไกล 530 กม. ตามมาตรฐาน NEDC นี่ไฟหายไปแค่ 1% เท่านั้น

เอาเป็นว่าขับแบบประคองเท้า ทางตรง ๆ ยาว ๆ เลือกใช้โหมด Econเรียกว่าขับชิลไปเรื่อย

การเซตอัพช่วงล่างถือว่าฮอนด้าทำได้ดี บนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหน้า e:N Architecture F ทำให้รถคันนี้ขับขี่สนุกและถ่ายทอดความรู้สึกถึงความเป็นรถยนต์ฮอนด้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พวงมาลัยคม ขณะที่ระบบเบรกต้องชม ทำออกมาได้เป็นธรรมชาติสุด แรงเหวี่ยงแรงโยนนั้นถูกทอนออกไป ทำให้ Honda e:N2 มีความแฟรนด์ลี่กับผู้ขับและผู้โดยสารมากขึ้น

การตอบสนองของมอเตอร์ ทำได้เร็วแต่ให้ความนุ่มนวล

การส่งกำลัง 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า ส่วนแรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตรถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งการขับซอกแซกในเมือง หรือการออกวิ่งในเส้นทางข้ามจังหวัด

โดยรวมถือว่าประทับใจเมื่อลองขับมาที่โหมด Sportเสียงสังเคราะห์ปลุกความเร้าใจมากขึ้น เช่นเดียวกับพละกำลัง และช่วงล่าง ทุกอย่างกระชับขึ้น

ส่วนระบบความปลอดภัยฮอนด้าส่งเต็มพิกัด พอเพียงกับการใช้งาน

เบ็ดเสร็จการทดสอบครั้งนี้วิ่งไปรวมระยะทาง 265 กิโลเมตร จากแบตเตอรี่ 99% เหลือไฟฟ้าอยู่ 20%คะเนคร่าว ๆ พิสัยของ Honda e:N2 คันนี้วิ่งใช้งานก็น่าจะราว ๆ กว่า 300 กม.

น่าจะเพียงพอสำหรับสายชิลขับไปใช้ในชีวิตประจำวันวิ่งในเส้นทางที่ชัดเจน หากจะออกนอกเส้นก็ต้องวางแผนการใช้งานนิดหน่อย

แต่ในเรื่องความสบายใจของการดูแลงานบริการหลังการขาย รับรองได้ว่ามาตรฐานของฮอนด้าเข้าไปทุกศูนย์บริการทั่วประเทศหายห่วงกับราคาค่าตัว 1.429 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Honda e:N2 สายชิล…(น่าจะ) ถูกใจกับคันนี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...