โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

พ่อสอนการบ้านลูก : 5 ข้อดีที่ทำให้อยากยกหน้าที่นี้ให้คุณพ่อตลอดไป

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 02.47 น. • Features

หลายครอบครัวอาจคิดว่า คุณแม่คือคนที่เหมาะกับหน้าที่สอนการบ้านและดูแลลูกเรื่องเรียนได้ดีกว่าคุณพ่อเนื่องจากคุณแม่มีความละเอียด รอบคอบ และเข้าใจศักยภาพการเรียนรู้ของลูกได้ดีแต่ในทางกลับกัน งานวิจัยและประสบการณ์จริงจากหลายครอบครัวยืนยันว่า การให้ พ่อสอนการบ้านลูก ไม่ได้เป็นเพียงการช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านของคุณแม่เท่านั้น แต่สไตล์การสอนของผู้ชายที่มักเน้นความกระชับ เข้าใจง่าย และเน้นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ กลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เด็กๆ กล้าเผชิญหน้ากับโจทย์ที่ยากขึ้น โดยไม่กดดันหรือกลัวความผิดพลาดมากเกินไป ซึ่งบรรยากาศที่ผ่อนคลายนี้เองที่ส่งผลดีต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของลูกอย่างคาดไม่ถึงนอกจากเรื่องของวิชาการแล้ว การให้ พ่อสอนการบ้านลูก ยังเป็นช่วงเวลาทองของการสร้างความสัมพันธ์ (Bonding) ที่แน่นแฟ้น เพราะในขณะที่พ่อช่วยอธิบายบทเรียน ลูกจะได้เห็นมุมมองที่ใจเย็นและวิธีการให้กำลังใจในสไตล์ของคุณพ่อ ซึ่งสร้างความอบอุ่นใจให้ลูกได้เป็นอย่างดีและถ้าคุณแม่อยากมีเหตุผลดีๆ ไว้โน้มน้าวใจคุณพ่อให้ลองรับหน้าที่สอนการบ้านให้ลูกดูบ้าง ลองยกตัวอย่าง 5 ข้อดีที่ยืนยันว่าทำไมการสอนการบ้านลูกถึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อไม่ควรปฏิเสธเลยค่ะ1. เสริมทักษะการคิดวิเคราะห์

โดยธรรมชาติ ผู้ชายมักมีความสามารถในการใช้เหตุผลและแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้ดี ดังนั้น เมื่อสอนการบ้านลูก คุณพ่อมักจะสอดแทรกคำถามเชิงวิเคราะห์เพื่อให้ลูกได้คิดตามอยู่เสมอ และยังสามารถยกตัวอย่างหรือเชื่อมโยงโจทย์ในตำราเข้ากับเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ทำให้ลูกสนุกกับการค้นหาคำตอบ เข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีกว่าการท่องจำ2. ส่งเสริมทัศนคติแบบก้าวหน้า (Growth Mindset)

คุณพ่อมักให้คุณค่าและความสำคัญกับการลองผิดลองถูกมากกว่าความสมบูรณ์ตั้งแต่ครั้งแรก เมื่อคุณพ่อสอนการบ้านและเห็นว่าลูกทำผิดพลาด คุณพ่อส่วนใหญ่มักจะพูดชักชวนให้ลองใหม่ในทางอื่นมากกว่าการพูดกดดันแนวทางการสอนที่เน้นการสนับสนุนให้ลูกกล้าเผชิญกับอุปสรรคเช่นนี้ จะช่วยให้ลูกซึมซับทัศนคติแบบก้าวหน้า ที่มองว่าความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ทำให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนที่กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และไม่พ่ายแพ้ต่อความผิดพลาดง่ายๆ3. สร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นผ่านเวลาคุณภาพ

สำหรับคุณพ่อที่ต้องทำงานนอกบ้านเป็นหลัก การใช้เวลาสอนการบ้านลูกถือเป็นเวลาคุณภาพ (Quality Time) ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อและลูกได้พูดคุยและแก้ปัญหาร่วมกันอย่างแท้จริง การที่คุณพ่อได้เห็นความพยายามของลูก และการที่ลูกได้รับความอบอุ่นผ่านคำสอนของคุณพ่อ จะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงทางอารมณ์ให้กับลูกสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางการทำการบ้านจะกลายเป็นความทรงจำที่ดี และทำให้ลูกรู้สึกว่าไม่ว่าจะเจอเรื่องยากแค่ไหน จะมีคุณพ่อเป็นที่ปรึกษาและอยู่เคียงข้างเสมอ4. พัฒนาทักษะการสื่อสารและความอดทนของทั้งพ่อและลูก

ช่วงเวลาการสอนการบ้าน คือบทเรียนสำคัญของคุณพ่อในเรื่องการควบคุมอารมณ์และการสื่อสาร เพราะการอธิบายเรื่องที่ผู้ใหญ่เข้าใจให้เด็กเข้าใจโดยง่ายนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ช่วงเวลานี้จะช่วยฝึกให้คุณพ่อรู้จักการสังเกตอารมณ์ของลูก และหาวิธีสื่อสารที่ละมุนละม่อมที่สุด ในขณะเดียวกัน ลูกก็จะได้ฝึกการรับฟังและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งสามารถช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยในครอบครัวได้ในระยะยาว5. ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้าน

เมื่อคุณพ่อรับหน้าที่สอนการบ้านลูก คุณแม่จะมีช่วงเวลาสั้นๆ ได้หยุดพักจากการดูแลลูก และมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ช่วยลดความตึงเครียดสะสมของคุณแม่ ส่งผลให้บรรยากาศในบ้านมีความสุขและผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนี้ ลูกจะซึมซับบรรยากาศครอบครัวที่สนับสนุนกันและกัน ซึ่งเป็นต้นแบบที่ดีในการสร้างครอบครัวของเขาเองในอนาคตอ้างอิงEducationweek

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...