โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤต “สงคราม” คุกคามสัตว์ในอ่าวเปอร์เซีย เสี่ยงกระทบระบบนิเวศจนยากฟื้นคืน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผลกระทบของสงครามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความสูญเสียของมนุษย์หรือความเสียหายทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายไปสู่ระบบนิเวศที่เปราะบางอย่าง “อ่าวเปอร์เซีย” ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันซ้ำซ้อนจากทั้งมลพิษและความรุนแรงของความขัดแย้ง กระทบต่อสัตว์ต่างๆ กว่า 500 ชนิด รวมถึงระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

อ่าวเปอร์เซียถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศทางทะเลที่มีความสำคัญของโลก แม้เป็นทะเลกึ่งปิดที่มีความลึกเฉลี่ยเพียง 50 เมตร และมีการหมุนเวียนของน้ำค่อนข้างช้า แต่กลับเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ทั้งพะยูน เต่าทะเล วาฬ ฉลามวาฬ ไปจนถึงปลากว่า 500 ชนิด และปะการังอีกนับร้อยสายพันธุ์ ระบบนิเวศเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับป่าชายเลนและทุ่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและฐานสำคัญของห่วงโซ่อาหาร แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญภัยคุกคามจากระเบิดและน้ำมันซึ่งเป็นผลจากสงครามในตะวันออกกลาง

เดิมทีภูมิภาคนี้เป็นที่อยู่อาศัยของพะยูน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลที่ได้รับการจัดให้อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งมีจำนวนมากเป็นอันดับ 2 ของโลก จากรายงานระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมีประชากรพะยูนอาศัยอยู่ประมาณ 5,000-7,500 ตัว นอกจากนี้ยังมีวาฬหลังค่อม ฉลามวาฬ และสัตว์ทะเลอีกมากมายกว่า 2,000 ชนิด รวมถึงเต่าทะเล 5 ชนิด และเต่ากระที่ใกล้สูญพันธุ์

ก่อนหน้าความตึงเครียดจากสงครามในตะวันออกกลาง ระบบนิเวศในอ่าวเปอร์เซียมีความเปราะบางจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเดินเรือที่หนาแน่น ประกอบกับการหมุนเวียนของน้ำค่อนข้างช้าทำให้มลพิษและคราบน้ำมันจากเรือกระจายตัวได้ยากเมื่อเกิดการรั่วไหล ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงรุนแรงและยาวนานกว่าปกติ

นับตั้งแต่ความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซปะทุขึ้น รายงานจาก Conflict and Environment Observatory (CEOBS) ระบุว่า มีรายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่า 300 ครั้ง รวมถึงการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางทะเลครั้งใหญ่ ขณะเดียวกัน องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมยังเตือนว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่ พร้อมบรรทุกน้ำมันรวมกันมหาศาล เปรียบเสมือน “ระเบิดเวลาทางนิเวศ” ที่อาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ

ย้อนกลับไปเมื่อเหตุเการณ์สงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1991 เคยก่อให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อมีการปล่อยน้ำมันจำนวนมหาศาลลงสู่ทะเล ส่งผลให้ชายฝั่งยาวหลายร้อยกิโลเมตรปนเปื้อน และคร่าชีวิตสัตว์ทะเลจำนวนมาก โดยเฉพาะนกทะเลที่ไม่สามารถป้องกันตัวจากคราบน้ำมันได้ แม้แนวปะการังอาจได้รับผลกระทบน้อยกว่า แต่พื้นที่ชายฝั่งอย่างป่าชายเลนหรือโคลนเลนกลับได้รับความเสียหายอย่างหนัก และต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัว

นอกเหนือจากมลพิษทางน้ำ เสียงจากระเบิดและกิจกรรมทางทหารยังเป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและนกอพยพ คลื่นเสียงใต้น้ำสามารถรบกวนการสื่อสารและการนำทางของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล ขณะที่ควันพิษและเสียงดังจากการสู้รบอาจรบกวนเส้นทางอพยพของนกในภูมิภาคที่ถือเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของโลกได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...