โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

NTT DOCOMO ผนึก ทรูวิชั่นส์ เปิดจักรวาลคอนเทนต์ญี่ปุ่นพรีเมียม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 17.06 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 10.06 น.

NTT DOCOMO และ ทรูวิชั่นส์ การประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้นโยบาย "New Cool Japan" ชูไทยเป็นศูนย์กลาง ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์และอุตสาหกรรมคอนเทนต์ญี่ปุ่น จาก "Lemino Japanese Collection" บนแพลตฟอร์ม TrueVisions NOW 25 มีนาคมนี้

วันที่ 20 มีนาคม 2569 - ท่ามกลางกระแสความนิยมในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ยังคงครองใจผู้คนทั่วโลก อุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิงได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์สำคัญที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมการเล่าเรื่อง

คอนเทนต์จากประเทศญี่ปุ่น หรือที่หลายคนอาจรู้จักกันในนาม "Cool Japan" นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่อะนิเมะหรือมังงะที่เป็นที่รู้จักกันดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงซีรีส์แนวดราม่าที่มีการผูกเรื่องอย่างประณีต (J-Drama) รายการวาไรตี้ที่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนสารคดีเชิงวัฒนธรรม อาหาร และการท่องเที่ยว ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและอัตลักษณ์อันทรงเสน่ห์ของญี่ปุ่น

ซึ่งในปัจจุบัน คอนเทนต์เหล่านี้กำลังถูกยกระดับภายใต้นโยบาย “New Cool Japan Strategy” เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมที่ไร้พรมแดนในยุคดิจิทัล อีกทั้งความชื่นชอบในคอนเทนต์ญี่ปุ่นของชาวไทยไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็น "ความผูกพันเชิงโครงสร้าง" ที่รากฐานลึกซึ้งกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค

แม้เกาหลีจะครองพื้นที่สื่อหลัก (Mainstream) ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่ญี่ปุ่นกำลังกลับมาทวงคืนพื้นที่ด้วยกลยุทธ์ "New Cool Japan" เนื่องด้วยเหตุผลดังนี้ :

  • ความหลากหลายที่เหนือกว่า : ญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ซีรีส์รัก แต่มีคอนเทนต์เฉพาะทาง เช่น รายการพาทัวร์ท้องถิ่น (Local Tourism), รายการอาหารที่เจาะลึกถึงแหล่งผลิต หรือซีรีส์แนวอาชีพที่สมจริง ซึ่งตอบโจทย์ผู้ชมไทยที่เริ่มมองหา "เนื้อหาที่มีสาระและคุณภาพ" (Quality Content)
  • Soft Power ที่จับต้องได้ : คอนเทนต์ญี่ปุ่นมักเชื่อมโยงกับสินค้าและการท่องเที่ยว เมื่อคนดูซีรีส์ญี่ปุ่น พวกเขามักจะอยากไปเที่ยวเมืองนั้นหรือซื้อสินค้านั้นจริงๆ ซึ่งไทยเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและในทางกลับกันด้วย
  • ความเชื่อใจในแบรนด์ (Brand Trust) : ผู้ชมไทยให้ค่าคอนเทนต์ญี่ปุ่นในแง่ของ "มาตรฐานความประณีต" และ "ความสร้างสรรค์ที่คาดไม่ถึง"

เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ชื่นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่น เอ็นทีที โดโคโม (NTT DOCOMO) ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวกับ ทรูวิชั่นส์ (TrueVisions) ผู้นำด้านคอนเทนต์พรีเมียมในเครือ ทรู คอร์ปอเรชั่น

ความร่วมมือครั้งนี้ มีการลงนามในแถลงการณ์ "Japan Content Strategic Partnership Announcement & Joint Statement" เพื่อผลักดันทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และคอนเทนต์คุณภาพจากญี่ปุ่นสู่ผู้ชมชาวไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีแพลตฟอร์ม TrueVisions NOW เป็นช่องทางหลักในการนำเสนอ “Lemino Japanese Collection” ซึ่งรวบรวมสุดยอดความบันเทิงส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบถูกลิขสิทธิ์

นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ญี่ปุ่นมีต่อระบบนิเวศด้านคอนเทนต์และเครือข่ายอัจฉริยะของทรู และเป็นการตอกย้ำบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนซอฟต์พาวเวอร์ระดับภูมิภาค

นายทาเคชิ ไซโต้ รองประธานบริหาร บริษัท เอ็นทีที โดโคโม ระบุว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากศักยภาพของตลาดบันเทิงที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยความร่วมมือครั้งนี้มุ่งหวังที่จะสร้าง “ชุมชนคนรักญี่ปุ่น” ที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย ผ่านการมอบประสบการณ์พิเศษให้รับชมในช่วงเริ่มต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นายองอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ผู้ชมชาวไทยจะได้พบกับความหลากหลายของคอนเทนต์จาก 76 พันธมิตรชั้นนำทั่วญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ในโตเกียว โอซาก้า และนาโกย่า โดยในช่วงเปิดตัวจะมีคอนเทนต์มากกว่า 125 เรื่อง อาทิ:

  • Live-Action Broadcast Content: คอนเทนต์การแสดงสดที่ครบครัน
  • J-Drama: ซีรีส์ญี่ปุ่นยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูงสุด
  • Variety & Culture: รายการวาไรตี้และเนื้อหาด้านการท่องเที่ยว อาหาร และวัฒนธรรม
  • Top 10 Hits: ผลงานยอดนิยม 10 อันดับแรกในญี่ปุ่น และคอนเทนต์ที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย

คอนเทนต์ญี่ปุ่นในไทย "ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม" แต่เป็นคอนเทนต์ที่มี "ความยั่งยืน" สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง การที่ทรูวิชั่นส์จับมือกับ NTT DOCOMO จึงเป็นการเติมเต็มช่องว่างในตลาดที่ผู้บริโภคไทยมีความต้องการอยู่แล้ว (Existing Demand) แต่ยังขาดแพลตฟอร์มที่รวบรวมไว้ให้เข้าถึงได้ง่ายและถูกลิขสิทธิ์ในที่เดียว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...