NTT DOCOMO ผนึก ทรูวิชั่นส์ เปิดจักรวาลคอนเทนต์ญี่ปุ่นพรีเมียม
NTT DOCOMO และ ทรูวิชั่นส์ การประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้นโยบาย "New Cool Japan" ชูไทยเป็นศูนย์กลาง ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์และอุตสาหกรรมคอนเทนต์ญี่ปุ่น จาก "Lemino Japanese Collection" บนแพลตฟอร์ม TrueVisions NOW 25 มีนาคมนี้
วันที่ 20 มีนาคม 2569 - ท่ามกลางกระแสความนิยมในวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ยังคงครองใจผู้คนทั่วโลก อุตสาหกรรมสื่อและความบันเทิงได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์สำคัญที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมการเล่าเรื่อง
คอนเทนต์จากประเทศญี่ปุ่น หรือที่หลายคนอาจรู้จักกันในนาม "Cool Japan" นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่อะนิเมะหรือมังงะที่เป็นที่รู้จักกันดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงซีรีส์แนวดราม่าที่มีการผูกเรื่องอย่างประณีต (J-Drama) รายการวาไรตี้ที่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนสารคดีเชิงวัฒนธรรม อาหาร และการท่องเที่ยว ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและอัตลักษณ์อันทรงเสน่ห์ของญี่ปุ่น
ซึ่งในปัจจุบัน คอนเทนต์เหล่านี้กำลังถูกยกระดับภายใต้นโยบาย “New Cool Japan Strategy” เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมที่ไร้พรมแดนในยุคดิจิทัล อีกทั้งความชื่นชอบในคอนเทนต์ญี่ปุ่นของชาวไทยไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็น "ความผูกพันเชิงโครงสร้าง" ที่รากฐานลึกซึ้งกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค
แม้เกาหลีจะครองพื้นที่สื่อหลัก (Mainstream) ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่ญี่ปุ่นกำลังกลับมาทวงคืนพื้นที่ด้วยกลยุทธ์ "New Cool Japan" เนื่องด้วยเหตุผลดังนี้ :
- ความหลากหลายที่เหนือกว่า : ญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ซีรีส์รัก แต่มีคอนเทนต์เฉพาะทาง เช่น รายการพาทัวร์ท้องถิ่น (Local Tourism), รายการอาหารที่เจาะลึกถึงแหล่งผลิต หรือซีรีส์แนวอาชีพที่สมจริง ซึ่งตอบโจทย์ผู้ชมไทยที่เริ่มมองหา "เนื้อหาที่มีสาระและคุณภาพ" (Quality Content)
- Soft Power ที่จับต้องได้ : คอนเทนต์ญี่ปุ่นมักเชื่อมโยงกับสินค้าและการท่องเที่ยว เมื่อคนดูซีรีส์ญี่ปุ่น พวกเขามักจะอยากไปเที่ยวเมืองนั้นหรือซื้อสินค้านั้นจริงๆ ซึ่งไทยเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและในทางกลับกันด้วย
- ความเชื่อใจในแบรนด์ (Brand Trust) : ผู้ชมไทยให้ค่าคอนเทนต์ญี่ปุ่นในแง่ของ "มาตรฐานความประณีต" และ "ความสร้างสรรค์ที่คาดไม่ถึง"
เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ชื่นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่น เอ็นทีที โดโคโม (NTT DOCOMO) ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวกับ ทรูวิชั่นส์ (TrueVisions) ผู้นำด้านคอนเทนต์พรีเมียมในเครือ ทรู คอร์ปอเรชั่น
ความร่วมมือครั้งนี้ มีการลงนามในแถลงการณ์ "Japan Content Strategic Partnership Announcement & Joint Statement" เพื่อผลักดันทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และคอนเทนต์คุณภาพจากญี่ปุ่นสู่ผู้ชมชาวไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีแพลตฟอร์ม TrueVisions NOW เป็นช่องทางหลักในการนำเสนอ “Lemino Japanese Collection” ซึ่งรวบรวมสุดยอดความบันเทิงส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบถูกลิขสิทธิ์
นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ญี่ปุ่นมีต่อระบบนิเวศด้านคอนเทนต์และเครือข่ายอัจฉริยะของทรู และเป็นการตอกย้ำบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนซอฟต์พาวเวอร์ระดับภูมิภาค
นายทาเคชิ ไซโต้ รองประธานบริหาร บริษัท เอ็นทีที โดโคโม ระบุว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากศักยภาพของตลาดบันเทิงที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยความร่วมมือครั้งนี้มุ่งหวังที่จะสร้าง “ชุมชนคนรักญี่ปุ่น” ที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย ผ่านการมอบประสบการณ์พิเศษให้รับชมในช่วงเริ่มต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
นายองอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ผู้ชมชาวไทยจะได้พบกับความหลากหลายของคอนเทนต์จาก 76 พันธมิตรชั้นนำทั่วญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ในโตเกียว โอซาก้า และนาโกย่า โดยในช่วงเปิดตัวจะมีคอนเทนต์มากกว่า 125 เรื่อง อาทิ:
- Live-Action Broadcast Content: คอนเทนต์การแสดงสดที่ครบครัน
- J-Drama: ซีรีส์ญี่ปุ่นยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูงสุด
- Variety & Culture: รายการวาไรตี้และเนื้อหาด้านการท่องเที่ยว อาหาร และวัฒนธรรม
- Top 10 Hits: ผลงานยอดนิยม 10 อันดับแรกในญี่ปุ่น และคอนเทนต์ที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย
คอนเทนต์ญี่ปุ่นในไทย "ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม" แต่เป็นคอนเทนต์ที่มี "ความยั่งยืน" สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง การที่ทรูวิชั่นส์จับมือกับ NTT DOCOMO จึงเป็นการเติมเต็มช่องว่างในตลาดที่ผู้บริโภคไทยมีความต้องการอยู่แล้ว (Existing Demand) แต่ยังขาดแพลตฟอร์มที่รวบรวมไว้ให้เข้าถึงได้ง่ายและถูกลิขสิทธิ์ในที่เดียว