สงครามอิหร่านดันเงินเฟ้อญี่ปุ่นพุ่ง เป็น “เงินเฟ้อผิดแบบ” ที่โตเกียวไม่ต้องการ
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเสี่ยงผลักเงินเฟ้อญี่ปุ่นผ่านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ไม่ใช่การขึ้นราคาจากค่าแรงตามที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องการ ทำให้ต้องเผชิญทางเลือกยาก ระหว่างขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ หรือประคองเศรษฐกิจ
วันที่ 20 มี.ค.2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่าสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดกับอิหร่าน กำลังกลายเป็นปัจจัยใหม่ที่อาจเร่งเงินเฟ้อในญี่ปุ่น แต่ในทิศทางที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ไม่ต้องการ
BOJ พยายามผลักดันให้เงินเฟ้อเกิดจากการเติบโตของค่าแรงและอุปสงค์ภายในประเทศ หรือที่เรียกว่า “เงินเฟ้อจากอุปสงค์” เพื่อสร้างวงจรเศรษฐกิจที่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากสงครามอาจทำให้เกิด “เงินเฟ้อจากต้นทุน” ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยภายนอก และไม่ได้สะท้อนกำลังซื้อที่แท้จริง
“นักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอาจดันดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นราว 0.3%–0.7% และผลกระทบอาจขยายวงกว้างมากกว่านั้น เนื่องจากพลังงานเป็นต้นทุนสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าและบริการจำนวนมาก”
ญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเกือบทั้งหมด จึงเผชิญแรงกดดันโดยตรงจากราคาพลังงานโลก ขณะเดียวกัน อิหร่านยังขู่ยกระดับความตึงเครียดจนราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อค่าแรงในญี่ปุ่นยังอ่อนแอ โดยค่าจ้างที่แท้จริงลดลงต่อเนื่องตลอดปี 2025 ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยในต้นปี 2026 ทำให้เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นไม่ได้มาพร้อมกำลังซื้อของประชาชน
BOJ เคยย้ำว่าต้องการเห็นเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนด้วยค่าแรง เพื่อสร้าง“วงจรบวก” ระหว่างรายได้และการใช้จ่าย ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ต้องการให้เป้าหมายเงินเฟ้อเกิดจากการเติบโตของเศรษฐกิจ ไม่ใช่ต้นทุนวัตถุดิบที่แพงขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่า จะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับมาอยู่เหนือระดับ 2% อีกครั้ง
แม้ญี่ปุ่นจะมีคลังสำรองน้ำมันฉุกเฉินที่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศกว่า 250 วัน ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน แต่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงเพิ่มขึ้น
ภายใต้สถานการณ์นี้ BOJ อาจต้องเผชิญ“ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ทางนโยบาย หากขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ก็อาจกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่หากคงดอกเบี้ยไว้ ก็เสี่ยงปล่อยให้แรงกดดันด้านราคาขยายตัว
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า การขึ้นดอกเบี้ยอาจไม่ใช่เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจัดการเงินเฟ้อจากต้นทุน เนื่องจากมาตรการดังกล่าวมุ่งควบคุมอุปสงค์มากกว่าปัจจัยด้านอุปทาน ทำให้ BOJ มีแนวโน้มเลือก “รอดูสถานการณ์” มากกว่าปรับนโยบายอย่างเร่งรีบ
อ้างอิง : cnbc.com