โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรารู้ได้อย่างไรว่าโลกกลม? ไขข้อข้องใจโดยผู้เชี่ยวชาญจาก NASA

SPACEMAN

อัพเดต 01 พ.ค. เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. เวลา 00.21 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

เคยสงสัยไหมว่า ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำและเรามีดาวเทียมโคจรอยู่รอบโลกนับพันดวง ทำไมถึงยังมีทฤษฎีสมคบคิดที่เชื่อว่า "โลกแบน" อยู่? แล้วในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เราจะเอาหลักฐานอะไรไปยืนยันได้บ้างว่าโลกของเราเป็นทรงกลมอย่างที่เรียนกันมาตั้งแต่เด็ก?

ดร.เจมส์ การ์วิน นักวิทยาศาสตร์ Earth and Planetary จาก NASA ได้มาช่วยไขคำตอบเรื่องนี้อย่างเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง

1. ปัญญาแห่งโลกยุคโบราณ เมื่อ "เงา" และ "ดวงดาว" บอกใบ้รูปทรงของโลก

ย้อนกลับไปในยุคของชาวกรีกและชาวอียิปต์โบราณ พวกเขาไม่ได้มีดาวเทียมหรือกล้องโทรทรรศน์อวกาศ แต่พวกเขามีทักษะ "การสังเกต" ขั้นสูง สิ่งที่จุดประกายความคิดเรื่องโลกกลมคือการเฝ้ามองการเคลื่อนที่ของดวงดาวบนท้องฟ้า และการสังเกต "การทอดเงาของดวงอาทิตย์"

พวกเขาพบว่า หากนำเสาไปปักไว้ในสถานที่สองแห่งที่มีละติจูดต่างกัน ในช่วงเวลาและวันเดียวกัน (เช่น ช่วงเที่ยงวันของวันครีษมายัน) เงาของเสาทั้งสองต้นจะมีความยาวและมุมที่ตกกระทบไม่เท่ากัน ปรากฏการณ์นี้ทางเรขาคณิตจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อพื้นผิวโลกมีความโค้งเท่านั้น

2. ยุคแห่งการเดินเรือ เส้นทางที่ไม่มีขอบให้ตก

องค์ความรู้จากยุคโบราณได้ถูกส่งต่อมาและได้รับการพิสูจน์เชิงประจักษ์ในยุคแห่งการสำรวจทางทะเล (Age of Discovery) นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ได้พิสูจน์ความจริงข้อนี้ด้วยการแล่นเรือรอบโลก (Circumnavigation)

พวกเขาค้นพบว่า หากล่องเรือข้ามมหาสมุทรไปเรื่อย ๆ ในทิศทางเดียวโดยไม่เปลี่ยนเข็มทิศ ในที่สุดพวกเขาจะสามารถวนกลับมายังจุดเริ่มต้นได้ ซึ่งในทางตรรกะแล้ว หากโลกแบนเป็นแผ่นกระดาษ เรือของพวกเขาก็คงจะแล่นตกขอบโลกไปนานแล้ว

3. รุ่งอรุณแห่งยุคอวกาศ "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น"

แม้จะมีหลักฐานทางคณิตศาสตร์และการเดินเรือมารองรับ แต่สิ่งที่ช่วยยืนยันและลบล้างข้อสงสัยได้อย่างหมดจดที่สุดเกิดขึ้นในยุคอวกาศ (Space Age) ช่วงปลายทศวรรษที่ 1950 และ 1960 เมื่อมนุษยชาติสามารถส่งยานอวกาศและมนุษย์ขึ้นไปเหนือชั้นบรรยากาศได้สำเร็จ

เมื่อมองกลับลงมา ภาพถ่ายแรก ๆ ของโลกจากอวกาศได้เผยให้เห็น "บ้าน" ของเราที่เป็นวัตถุทรงกลมที่สวยงาม (Sphere) สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ยืนยันรูปร่างของโลก แต่ยังทำให้เราตระหนักถึงบริบทของตัวเองในระบบสุริยะ (Solar System) ว่าเราอาศัยอยู่ท่ามกลางดวงอาทิตย์ดวงโต ดาวอังคาร และดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ที่ล้วนเป็นทรงกลมเช่นเดียวกัน

4. วิศวกรรมอวกาศและมาตรวิทยาในชีวิตประจำวัน

ปัจจุบัน ความรู้ที่ว่าโลกกลมไม่ได้เป็นเพียงแค่ทฤษฎีในหนังสือเรียน แต่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ผู้เชี่ยวชาญจาก NASA ระบุว่า เราใช้รูปทรงกลมของโลกเป็นฐานในการคำนวณทาง "มาตรวิทยาอวกาศ" (Space Geodesy) เพื่อหาพิกัดตำแหน่งและการนำทางผ่านดาวเทียม (เช่น ระบบ GPS) ทำให้เราสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้โดยไม่หลงทาง

นอกจากนี้ การเข้าใจความโค้งและสัณฐานที่แท้จริงของโลก ยังช่วยให้เราสามารถเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเล และการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก ราวกับการ "จับชีพจร" (Taking the pulse) ของดาวเคราะห์ดวงนี้เพื่ออนุรักษ์มันไว้ให้คนรุ่นหลัง

จากเงาของดวงอาทิตย์ในยุคโบราณ สู่ความกล้าหาญของนักเดินเรือ และภาพถ่ายอันน่าทึ่งจากห้วงอวกาศ ล้วนเป็นเครื่องยืนยันที่สอดคล้องกันว่า "โลกไม่แบน" การทำความเข้าใจรูปทรงของโลกเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้มนุษยชาติก้าวต่อไปข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เรากำลังเตรียมพร้อมส่งมนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งในโครงการอาร์ทิมิส (Artemis) และเตรียมปูทางไปสู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น

  • ข้อมูลอ้างอิง: NASA, "How Do We Know the Earth Isn’t Flat?
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...