โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิธีซื้อตราสารหนี้อเมริกา ภาษี ค่าใช้จ่าย ความเสี่ยง

บล.หยวนต้า

อัพเดต 01 พ.ค. เวลา 02.31 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. เวลา 02.31 น.

ตราสารหนี้อเมริกาคือหลักทรัพย์หนี้ที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐหรือบริษัทในอเมริกา ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนไทยสามารถซื้อได้ 3 รูปแบบหลัก คือ US Treasury (รัฐบาล), Corporate Bond (บริษัท), และ Bond ETF (กองทุน) ผ่าน Yuanta Global Plusโดยมีผลตอบแทนปัจจุบันอยู่ที่ 4-4.7% ต่อปี

การลงทุนในตราสารหนี้อเมริกาช่วยกระจายความเสี่ยงจากหุ้นไทย ถือสินทรัพย์เป็นเงินดอลลาร์ และสร้างรายได้จากดอกเบี้ยที่แน่นอน บทความนี้จะอธิบายประเภทตราสาร ขั้นตอนการซื้อ ค่าใช้จ่าย ภาษี และความเสี่ยงที่ควรรู้

ตราสารหนี้อเมริกาคืออะไร ให้ผลตอบแทนอย่างไร

ตราสารหนี้อเมริกามี 3 ประเภทหลัก ได้แก่

1.US Treasury- พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่มีความมั่นคงสูงสุด ให้ผลตอบแทน 4.09-4.70% และไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากอเมริกา

2.Corporate Bond- พันธบัตรบริษัทเอกชนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีความเสี่ยงเครดิตเพิ่มขึ้น

3.Bond ETF- กองทุนรวมตราสารหนี้ที่กระจายความเสี่ยงและซื้อขายสะดวกเหมือนหุ้น นักลงทุนสามารถเลือกได้ตามระดับความเสี่ยงและวัตถุประสงค์การลงทุนของตนเอง

ตราสารหนี้อเมริกามีกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับใคร

1. US Treasury - ความมั่นคงสูงสุดจากรัฐบาลสหรัฐ

US Treasury เป็นพันธบัตรที่ออกโดยกระทรวงการคลังสหรัฐ มีหลายอายุให้เลือก ได้แก่

  • Treasury Bills อายุน้อยกว่า 1 ปี
  • Treasury Notes อายุ 2-10 ปี
  • Treasury Bonds อายุ 20-30 ปี

โดยข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 พันธบัตรอายุ 10 ปี ให้ผลตอบแทนประมาณ 4.09% และพันธบัตรอายุ 30 ปี ให้ผลตอบแทนสูงถึง 4.70% ข้อดีสำคัญคือไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากอเมริกาเลย เพราะรัฐบาลสหรัฐยกเว้นภาษีให้นักลงทุนต่างชาติ

ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้เกือบเป็นศูนย์เพราะมีรัฐบาลสหรัฐรับประกัน เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงสูงสุดและยอมรับผลตอบแทนที่ปานกลาง

2. Corporate Bond - ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีความเสี่ยงเพิ่ม

Corporate Bond คือพันธบัตรที่ออกโดยบริษัทเอกชนในอเมริกา ให้ผลตอบแทนสูงกว่า Treasury Bond เพราะมีความเสี่ยงเครดิตมากกว่า

หากบริษัทล้มละลายอาจไม่ได้รับเงินคืน นักลงทุนต่างชาติต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10-30% ขึ้นกับสนธิสัญญาภาษีระหว่างประเทศ

การลงทุนใน Corporate Bond ต้องศึกษาความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทผู้ออกตราสาร โดยดูจาก credit rating ที่ระดับ investment-grade หรือสูงกว่า เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงและยอมรับความเสี่ยงเครดิตได้

3. Bond ETF - สะดวกและกระจายความเสี่ยง

Bond ETF เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้หลายตัว ซื้อขายได้ง่ายในตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้นทั่วไป ETF ยอดนิยมได้แก่ AGG และ BND ที่ลงทุนกระจายในตราสารหนี้อเมริกาหลากหลายประเภท ให้ผลตอบแทนประมาณ 3.2-4% หรือ TLT ที่เน้นพันธบัตรระยะยาว 20 ปีขึ้นไป

ข้อดีคือกระจายความเสี่ยงอัตโนมัติและไม่ต้องเลือกตราสารเอง แต่ข้อเสียคือดอกเบี้ยที่ได้รับจาก ETF จะถูกจัดเป็น dividend ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10-30% ไม่ได้รับการยกเว้นเหมือน Treasury ที่ซื้อโดยตรง เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการความสะดวกและไม่อยากศึกษารายละเอียดตราสารแต่ละตัว

5 ขั้นตอนซื้อตราสารหนี้อเมริกาผ่าน Yuanta Global Plus

1. เปิดบัญชี Global Trading- ลูกค้าเดิมของ Yuanta สามารถ request เปิดบัญชีผ่าน E-Service ลูกค้าใหม่กรอกแบบฟอร์มเปิดบัญชีและเอกสาร W-8BEN เพื่อยืนยันสถานะเป็นนักลงทุนต่างชาติดูขั้นตอนละเอียดได้ที่นี่

2. ฝากเงินบาทและแลกเป็นดอลลาร์- แจ้งจำนวนเงินบาทที่ต้องการแลกเป็นดอลลาร์ในวัน T-1 บริษัทจะจองอัตราแลกเปลี่ยนให้และโอนเงินออกในวัน T โดยปกติเงินดอลลาร์จะเข้าพอร์ตภายใน 1-3 วันทำการ ค่าธรรมเนียมการโอนเงินไม่เกิน 700 บาทต่อครั้ง แล้วค่าธรรมเนียมปกติเท่าไหร่

3. เลือกตราสารที่ต้องการลงทุน- ศึกษาและเลือกว่าจะลงทุนใน US Treasury, Corporate Bond หรือ Bond ETF ตัวไหน โดยพิจารณาจากอายุตราสาร ผลตอบแทนที่ต้องการ และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ สำหรับ Bond ETF สามารถดู ticker symbol เช่น AGG BND หรือ TLT

4. ส่งคำสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์ม- ตลาดหลักทรัพย์อเมริกาเปิดทำการเวลา 21:30-04:00 น. ตามเวลาไทย ระบุชื่อตราสารและจำนวนที่ต้องการซื้อ การซื้อขายจะ settle ภายใน T+2

5. รับดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน- US Treasury จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน Bond ETF จ่ายเป็น dividend รายเดือนหรือรายไตรมาส เงินจะเข้าบัญชีเป็นดอลลาร์และสามารถถอนกลับเป็นบาทได้ตามต้องการ

ค่าใช้จ่ายและภาษีที่ต้องรู้

ค่าคอมมิชชั่นการซื้อขายผ่าน Yuanta Global Plusคิดที่ 0.05 เซนต์ต่อหุ้น ขั้นต่ำ 8 ดอลลาร์ต่อรายการ มีค่า SEC Fee เพิ่มเติม 0.0008% สำหรับรายการขายเท่านั้น ค่าธรรมเนียมการโอนเงินไปต่างประเทศไม่เกิน 700 บาทต่อครั้ง และค่าถอนเงินกลับประเทศไทยอีกไม่เกิน 700 บาท

เรื่องภาษีมีความสำคัญมาก US Treasury ที่ซื้อโดยตรงไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากอเมริกาเลย เป็นข้อได้เปรียบสำคัญ ส่วน Corporate Bond และ Bond ETF ต้องเสียภาษี 10-30% ตามสนธิสัญญาภาษีไทย-อเมริกา นักลงทุนไทยยังต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยสำหรับดอกเบี้ยและกำไรจากการขายตามเกณฑ์ปกติ รวมถึงกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

ความเสี่ยงที่ต้องระวังมี 2 ประการหลัก คือความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงจากค่าเงิน เมื่อธนาคารกลางสหรัฐขึ้นอัตราดอกเบี้ย ราคาตราสารหนี้ที่ถืออยู่จะลดลง โดยตราสารหนี้ระยะยาวอย่าง TLT จะผันผวนมากกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น ส่วนความเสี่ยงค่าเงินเกิดจากการที่ดอลลาร์อาจอ่อนค่าเมื่อเทียบกับบาท ทำให้ผลตอบแทนลดลงเมื่อคำนวณเป็นเงินบาท

คำถามที่พบบ่อย

Q: ตราสารหนี้อเมริกามีความเสี่ยงอย่างไร?

A: มี 2 ความเสี่ยงหลัก คือความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงค่าเงิน อัตราดอกเบี้ยขึ้น 1% ราคาตราสารหนี้จะลง 6-17% ขึ้นกับ duration ของตราสาร ส่วนความเสี่ยงค่าเงินเกิดจากการที่ดอลลาร์อาจผันผวนเมื่อเทียบกับบาท

ปัจจุบัน US Treasury ให้ผลตอบแทน 4.09-4.70% ซึ่งสูงกว่าเงินฝากไทย แต่ต้องพิจารณาปัจจัยค่าเงินร่วมด้วย Yuanta มีทีมที่ปรึกษาการลงทุนช่วยวิเคราะห์จังหวะที่เหมาะสม

Q: ต้องเสียภาษีอย่างไร?

A: US Treasury ที่ซื้อโดยตรงไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากอเมริกา แต่ Corporate Bond และ Bond ETF ต้องเสียภาษี 10-30% นักลงทุนไทยต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยสำหรับดอกเบี้ยและกำไรจากการขายตามอัตราก้าวหน้า ต้องกรอกแบบ W-8BEN เพื่อยืนยันสถานะเป็นนักลงทุนต่างชาติกับโบรกเกอร์ ควรปรึกษาที่ปรึกษาภาษีเพื่อวางแผนภาษีที่เหมาะสม

Q: เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน?

A: เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากหุ้นไทย ถือสินทรัพย์เป็นดอลลาร์ และรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ 4% ขึ้นไป โดยไม่ต้องเก็งกำไร US Treasury เหมาะกับนักลงทุนระมัดระวังที่ต้องการความมั่นคง ขณะที่ Bond ETF สะดวกกว่าสำหรับมือใหม่ ควรมีระยะเวลาลงทุนอย่างน้อย 1 ปี และยอมรับความผันผวนจากอัตราดอกเบี้ยและค่าเงิน ไม่เหมาะกับเงินฉุกเฉินที่ต้องใช้ในระยะสั้น

สร้างความมั่นคงให้พอร์ต ด้วยสินทรัพย์ระดับโลก

ตราสารหนี้อเมริกาเป็นทางเลือกการลงทุนที่มอบความมั่นคงจากเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยผลตอบแทน 4% ขึ้นไปและความยืดหยุ่นในการเลือกประเภทตราสาร สามารถเป็นส่วนสำคัญของพอร์ตการลงทุนที่สมดุล ช่วยลดความเสี่ยงจากหุ้นและกระจายสกุลเงิน ความเข้าใจเรื่องภาษีและความเสี่ยงจะช่วยให้ตัดสินใจได้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของแต่ละบุคคล การเลือกระหว่าง US Treasury Corporate Bond และ Bond ETF ขึ้นกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และความต้องการผลตอบแทน

พร้อมสร้างพอร์ตการลงทุนที่มั่นคงด้วยตราสารหนี้อเมริกาแล้วหรือยัง Yuanta Securitiesพร้อมเป็นพันธมิตรการลงทุนของคุณด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปีใบอนุญาต ก.ล.ต. โบรกเกอร์หมายเลข 19และทีมที่ปรึกษาการลงทุนมืออาชีพ เริ่มต้นง่ายๆ ที่https://www.yuanta.co.th/

subscibe yuanta

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...