โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลายปั๊ม กทม. แขวนป้ายดีเซลหมด ประชาชนต่อแถวเติมน้ำมันต่อเนื่อง

THE STANDARD

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 06.50 น. • thestandard.co
หลายปั๊ม กทม. แขวนป้ายดีเซลหมด ประชาชนต่อแถวเติมน้ำมันต่อเนื่อง

วันนี้ (17 มีนาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศสถานีบริการน้ำมันในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะย่านเพชรเกษม พบว่าสถานีบริการหลายแห่งต้องนำป้ายประกาศมาติดตั้งเพื่อแจ้งเตือนประชาชนด้วยข้อความ “น้ำมันหมดอยู่ระหว่างการขนส่ง” และ “น้ำมันชนิดดีเซลหมด” ในขณะที่บริเวณลานจอดมียานพาหนะของประชาชนที่มาเข้าคิวรอรับบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังเติมน้ำมันก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างราคาใหม่

ซึ่งในวันนี้ มีความคืบหน้าด้านสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ตลอดจนมาตรการรับมือของภาครัฐ ดังนี้

ในด้านมาตรการราคาและการอุดหนุน วันนี้ถือเป็นวันครบกำหนดมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลระยะเวลา 15 วัน ส่งผลให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาอย่างเร่งด่วนในการปรับเพดานการตรึงราคาน้ำมันดีเซล จากเดิม 29.94 บาทต่อลิตร ขยับขึ้นเป็น 33 บาทต่อลิตร

สาเหตุหลักมาจากภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปัจจุบันต้องจ่ายเงินอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลสูงถึง 20.36 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นอัตราการชดเชยที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อประคองราคาขายปลีกภายในประเทศไม่ให้พุ่งทะยานตามกลไกตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงคราม ทั้งนี้ มีรายงานแนวโน้มความเป็นไปได้สูงว่า ทั้งน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซินอาจมีการประกาศปรับขึ้นราคาพร้อมกันในวันพรุ่งนี้ (18 มีนาคม 2569)

สำหรับความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ที่ประชุมได้หยิบยกวาระเร่งด่วนเพื่อหารือถึงมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานและผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่บานปลาย ครอบคลุมไปถึงแผนการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เสี่ยงจะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนค่าขนส่ง

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงพลังงานได้เตรียมนำเสนอแผนรับมือวิกฤตการณ์น้ำมันต่อที่ประชุม ครม. ซึ่งรวมถึงแผนการบริหารจัดการสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปัจจุบันเผชิญภาวะตัวเลขติดลบกว่าหมื่นล้านบาทและกำลังอยู่ระหว่างการจัดการเพื่อชำระหนี้ตามกำหนด

ในมิติของการบริหารจัดการและปริมาณสำรอง กระทรวงพลังงานได้ออกมายืนยันเพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชนว่า ประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งาน พร้อมกันนี้ ภาครัฐได้เริ่มบังคับใช้มาตรการระงับการส่งออกน้ำมันสู่ต่างประเทศ เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศเป็นอันดับแรก

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนน้ำมันตามสถานีบริการและคลังน้ำมันต่างๆ ภายหลังปรากฏรายงานว่าน้ำมันดีเซลขาดแคลนในหลายพื้นที่ ประกอบกับพฤติกรรมของประชาชนที่ตื่นตระหนกและแห่พากันไปเข้าคิวเติมน้ำมันจนเกิดภาวะคอขวดก่อนการประกาศปรับขึ้นราคา

ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 1
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 2
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 3
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 4
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 5
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 6
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 7
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 8
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 9
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 10
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 11
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 12
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 13
ป้ายแจ้งน้ำมันดีเซลหมดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเทพฯ พร้อมรถยนต์ต่อคิวเติมน้ำมัน 14
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...