โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หรือเรากำลังอยู่ท่ามกลาง Longevity Scam กระแสข้อมูลที่บิดเบี้ยวที่มาพร้อมกับแนวคิดการมีอายุยืนยาว ซึ่งอาจสร้างภัยร้ายต่อสุขภาพได้มากกว่าเดิม

Mirror Thailand

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 08.51 น.
ภาพไฮไลต์

มนุษย์เสาะแสวงหาหนทางและเครื่องมือที่จะคงความอ่อนเยาว์ พร้อมกับการได้มีอายุที่ยืนยาวมาตั้งแต่นับพันปีที่แล้ว ทุกวันนี้การโหยหาเครื่องมือเหล่านั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และยิ่งดูจะเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นไปอีก เมื่อแนวคิดการมีอายุยืนยาว หรือ ‘Longevity’ เข้ามามีบทบาทกับผู้คนยุคนี้อย่างมาก แล้วมันก็ยิ่งเติบโตด้วยการเร่งเร้าของอิทธิพลจากบรรดาข้อมูลในโซเชียลฯ อินฟลูเอนเซอร์ ไปจนถึงสื่อโฆษณา ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในปี 2030 อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Longevity จะมีเม็ดเงินที่ผู้คนใช้จ่ายไปกับผลิตภัณฑ์และบริการต่อปีมากถึง 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว

หลังจากศตวรรษที่ 20 จนถึงตอนนี้ ทัศนคติของผู้คนเปลี่ยนไป จากการหาวิธีรักษาเยียวยาโรค มาเป็นการ ‘ป้องกันโรค’ ซึ่งไม่ได้มีแค่ทางการแพทย์ แต่ยังโฟกัสไปที่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ตั้งแต่อาหารการกิน การนอน การออกกำลังกาย รวมถึงการมีสุขภาพจิตที่ดีจากภายใน เพื่อนำไปสู่หนทางแห่งการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม และช่วยยืดอายุขัยของคนเราได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น

ในทางกลับกัน ยิ่งแนวคิด Longevity กลายเป็นเทรนด์ที่ได้ความนิยมมากขึ้นเท่าไร ย่อมมาพร้อมกับกระแสข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเราอยู่ท่ามกลางโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงถึงผลิตภัณฑ์และทรีตเมนต์ที่อาจยังไม่ได้รับการตรวจสอบยืนยัน หรือผ่านการรับรองว่าเห็นผลจริงในมนุษย์ ยิ่งกว่านั้นคือการรับรองความปลอดภัยของผู้บริโภคที่จำนวนไม่น้อยยังขาดความชัดเจน และนั่นคือ ‘Longevity Scam’ ที่อันตราย และทำให้ถูกเข้าใจว่ามันคือการนำเสนอ ‘ทางลัดสุขภาพ’ ซึ่งอาจพาเรามุ่งหน้าไปสู่วิกฤติสุขภาพในระยะยาว และยิ่งทำให้ ‘อายุสั้น’ ลงได้มากกว่า

Jordan D. Metzl แพทย์เวชศาสตร์การกีฬา ผู้เขียนบทความเรื่องนี้ในเว็บไซต์ The Atlantic เฝ้ามองการเติบโตของอุตสาหกรรม Longevity รวมถึงความคลั่งไคล้ในการบริโภคเทรนด์สุขภาพเหล่านี้ของผู้คน ตั้งข้อสังเกตว่า มีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่เข้ามาปรึกษาเขาด้วยความอยากรู้เรื่องเปปไทด์ เรื่อง Cold Plunge (การแช่น้ำเย็นจัดที่มีอุณหภูมิต่ำประมาณ 4–15 องศาเซลเซียส) หรือเรื่องการตรวจ Lab tests และอีกสารพัดนวัตกรรมที่พวกเขาได้ยินมาว่ามันจะช่วยให้คงความอ่อนเยาว์และอายุยืนยาวขึ้นได้ ซึ่งหลายๆ คำแนะนำที่พวกเขาได้ยินมานั้นส่วนใหญ่เป็นผลเสียมากกกว่าผลดี อย่างเช่น การโหลดโปรตีน (Protein Loading) เพราะเชื่อว่าการบริโภคโปรตีนจำนวนมากจะมีส่วนช่วยในการยืดอายุขัย ทั้งที่จริงแล้วหากทำไม่ถูกวิธีหรือไม่ได้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์-ผู้เชี่ยวชาญ นั่นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

หรืออย่างกระแสความนิยมของราปามัยซิน (Rapamycin) ตัวยาที่ปกติแล้วทางการเเพทย์ใช้ช่วยกดภูมิคุ้มกันสำหรับผู้ที่ผ่านการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ เพื่อลดการหดกลับของหลอดเลือด แต่ด้วยคุณสมบัติ ‘ย้อนแย้ง’ (Paradox) ของยาตัวนี้ ทำให้คนเชื่อว่ามีฤทธิ์ชะลอความชรา เพิ่มอายุขัย และในบางครั้งก็ส่งเสริมภูมิคุ้มกันได้เช่นกัน ซึ่งในช่วงหลังๆ อินฟลูฯ สายสุขภาพหลายคนพูดถึงข้อดีเกินจริงเหล่านี้โดยไม่มีข้อมูลมายืนยัน แต่ที่แน่ๆ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าผลข้างเคียงจากการใช้ยาราปามัยซินตัวนี้อาจทำให้ยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเกิดโรคต่างๆ ได้มากกว่า

เช่นเดียวกับคำแนะนำเรื่องการฉีดหรือการกลืนเปปไทด์ที่ชื่อว่า ‘Wolverine’ เปปไทด์สังเคราะห์ (ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ BPC-157) ที่ใช้ในทางการแพทย์ทางเลือกเพื่อเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เช่น กล้ามเนื้อ เอ็น กระดูก และข้อต่อ จนได้รับฉายาตามตัวละคร X-Men เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่นในการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและลดการอักเสบ แล้วหลังจากนั้นมันก็ถูกเคลมว่าสามารถช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจล ช่วยทำให้เส้นเอ็น กล้ามเนื้อแข็งแรงและฟื้นฟูดีขึ้น แถมคนทั่วไปยังซื้อหาเปปไทด์ Wolverine นี้มาใช้เองได้เพียงแค่กดสั่งออนไลน์อย่างง่ายดาย ทั้งที่จริงแล้วมันยังไม่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยาแต่อย่างใด

นอกจากนั้น ไม่เพียงแค่ความนิยมของการใช้สารหรือตัวยาต่างๆ การตรวจเช็คที่เรียกว่า ‘Health score’ ที่นำมาประเมิน Biological age หรืออายุที่แท้จริงของร่างกายในทางชีวภาพ ตามความเสื่อมสภาพของเซลล์ อวัยวะ และลึกลงไปในระดับโมเลกุล ผ่านอุปกรณ์แกดเจ็ดเพื่อหาค่าต่างๆ ก็ยังได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น การอัตราการเต้นของหัวใจ คุณภาพการนอนหลับ สัดส่วนมวลร่างกาย ไปจนถึงตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือด แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว แพทย์เวชศาสตร์การกีฬา มองว่าค่าเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดอายุขัยของมนุษย์แต่อย่างใด ทำได้เพียงแค่การบันทึกสภาวะของร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมการใช้ชีวิตเท่านั้น

และเช่นเดียวกับทรีตเมนต์สุดฮิตอย่างการเเช่น้ำเย็นจัด หรือ Red Light Therapy ทรีตเมนต์ที่ใช้แสงสีแดงความยาวคลื่นต่ำกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูเซลล์ผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอย รอยแผลเป็น สิว อีกทางเลือกที่กำลังมาแรงในการทำให้ผิวคนเรายกกระชับ ดูอ่อนเยาว์ลง ที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าในปัจจุบันยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงน้อยนิดที่มาสนับสนุนยืนยันว่ามันเป็นเครื่องมือที่มีส่วนช่วยยืดอายุขัยของมนุษย์ได้จริงๆ ขนาดนั้น

อีกเครื่องมือหนึ่งที่ยังคงถูกถกเถียงกันในวงการแพทย์กึงผลดีผลร้ายของมัน คือการแสกน MRI แบบ Full-body ที่บรรดาคลินิกซึ่งเคลมเรื่อง Longevity มักนำมาใช้เป็นหนึ่งในโปรแกรม เสมือนเป็นเครื่องมือตรวจจับตั้งแต่เนิ่นๆ หากเกิดโรคร้ายขึ้นในร่างกายของเรา อาจฟังดูเหมือนเป็นเครื่องมือที่ดี แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจ MRI นั้น บ่อยครั้งมันที่แทรกเเซงทางการแพทย์ เมื่อการแสกน MRI โดยปกติแล้วจะแสดงผลของการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเวลาที่คนเรามีอายุมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยที่พบว่าคนจำนวนมากในวัยผู้ใหญ่จนถึงเข้าสู่วัยกลางคน มักจะพบร่องรอยฉีกขาด มีความเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนบริเวณหัวเข่า หรือมีความบาดเจ็บที่เส้นเอ็นหัวไหล่ เช่นเดียวกับที่โดยเฉพาะวัย 50 มักจะมีภาวะถุงน้ำในตับและไต ที่มักจะเเสดงให้เห็นในการแสกน MRI ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญทางสุขภาพ แต่บ่อยครั้งเมื่อผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงตามวัยของร่างกายเหล่านี้ตวรจพบ ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการผ่าตัดโดยไม่จำเป็น อย่างการเจาะชิ้นเนื้อตับเพื่อนำไปตรวจ ที่อาจสร้างความเสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อนในคนวัยกลางคนได้มากถึง 2.4%

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมองว่า ทั้งหมดนี้อาจเป็น ‘Overwhelmed’ ของข้อมูลที่มาพร้อมกับเทรนด์ Longevity ซึ่งทำให้เรายิ่งต้องระวังและกลับไปศึกษาที่มาที่ไปของมันมากขึ้น เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่ส่งผลเสียให้ร่างกายแย่ลงกว่าเดิม

เพราะสิ่งสำคัญคือการไม่ลืมว่า Longevity ไม่ได้แค่หมายถึงการมีชีวิตยืนยาว แต่ยังต้องยืนยาว ‘อย่างมีคุณภาพ’ และ ‘ยั่งยืน’ ที่ไม่ได้ได้มาโดยง่าย และไม่ได้มีทางลัด

อ้างอิง

https://www.theatlantic.com/health/2026/02/longevity-medicine-profit-oversold/686049/

บทความต้นฉบับได้ที่ : หรือเรากำลังอยู่ท่ามกลาง Longevity Scam กระแสข้อมูลที่บิดเบี้ยวที่มาพร้อมกับแนวคิดการมีอายุยืนยาว ซึ่งอาจสร้างภัยร้ายต่อสุขภาพได้มากกว่าเดิม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...