โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทำได้’จะอยู่ในใจตลอดกาล!

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 22.30 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 17.03 น.

“ปัจจุบันที่ประชาธิปไตยของเราถูกบีบให้อ่อนแอ อํานาจของประชาชนมีความอ่อนล้า เสียงของประชาชนถูกบีบให้เบาลง”

นี่..คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ที่ลงแข่ง “ประธานสภาฯ” แต่แพ้ให้กับคุณโสภณ ซารัมย์ เป็นคนพูด ซึ่งผู้ที่ไม่ได้เป็น “ด้อมส้ม” ก็ย่อมจะขมวดคิ้วสงสัย..

มือใครที่ไหนกัน (วะ) ที่ “บีบ” ให้ประชาธิปไตยของไทยเราอ่อนแอ?

และแน่นะ-จริงหรือ? เพราะจากที่ประจักษ์ ปัจจุบัน ประชาธิปไตยเราดูจะแข็งแรงเสียจนแทบจะเรียกได้ว่า..

ใครมีปาก มีมือ ก็สามารถที่จะพูด-จะเขียนแสดงความคิดเห็นอะไร-แบบไหนก็ได้!

ส่วนอำนาจประชาชนมีความอ่อนล้านั้นก็เช่นกัน ไม่รู้คุณพริษฐ์จะหมายถึง “ประชาชนทั่วไป” หรือ “พรรคประชาชน” กันแน่?

เพราะถ้าเป็นประชาชน-คนไทย ก็มองไม่เห็นอีกล่ะว่าจะมีความอ่อนล้าตรงไหน-อย่างไร ตรงกันข้าม ปัจจุบัน “อำนาจ” ของประชาชนดูจะเข้มแข็ง-ยิ่งใหญ่เกินเบอร์..

สามารถที่จะบีบ-บังคับ หรือต่อกรกับ “อำนาจรัฐ” แบบไม่หวั่นและเกรงกลัวใดๆ!

สอดรับ..ว่า “เสียงประชาชน” ไม่ได้ถูกบีบให้เบาลง มีแต่จะดังขึ้น-หนักขึ้น จนสังคมอื้ออึง ไม่รู้เสียงใครเป็นเสียงใคร!

แต่..ถ้าคุณพริษฐ์จะหมายถึง “เสียงของพรรคประชาชน” อันนี้ก็ต้องบอกว่า “เบาลง” จริงๆ ด้วยแหละ และไม่ได้ถูกบีบจากมือ (ลึกลับ) ที่ไหนดอก..

หาก.. “สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน” ทำให้เสียงที่เคยดังหนักแน่น ได้ค่อยๆ แผ่วลงๆ จนเวลานี้ก็อย่างที่คุณพริษฐ์รู้สึก..

มันเบาหวิวเสียกระทั่งด้อมส้มเองก็แทบจะไม่ได้ยิน!

เออ..ส่วนนั่นคงได้ยินเต็ม 2 หูแล้ว ก็ที่ สส. คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้เสนอกลางที่ประชุมสภาเมื่อวันก่อนนั่นแหละ

หรือหากเป็นจังหวะที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ลุกเดินเข้าห้องน้ำ อาจได้ยินไม่ถนัด ผมก็ใคร่ขออนุญาตคัด (บางช่วงตอน) จากข้อความที่ รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล โพสต์นำมาย้ำ..

“ในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยใช้จ่ายเงินเกินตัว กล่าวคือ มีการขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เช่น ปีงบประมาณ 2568

มีวงเงินงบประมาณการใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ที่จัดเก็บได้ถึง 865,700 ล้านบาท และ 860,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2569

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องประหยัดงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีอากรของประชาชน

เพื่อให้ประเทศมีงบประมาณเหลือในการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว

โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด

จึงควรนำเรื่องการลดค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น ให้เป็นนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภา ได้แก่

การลดจำนวนผู้ช่วยงานส่วนตัวของสมาชิกรัฐสภาให้เหลือไม่เกิน 3 คนต่อสมาชิกรัฐสภา 1 คน ตัดค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารว่าง

และยกเลิกเบี้ยประชุมของกรรมาธิการฯ ที่มาจากสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนมีเงินเดือนและเงินเพิ่มรวมเป็นเงินในแต่ละเดือนมากกว่า 110,000 บาท

ทั้งนี้ ไม่นับรวมค่าเดินทางมาประชุมสภา/กรรมาธิการ ที่สามารถเบิกได้เต็มจำนวน..

การปฏิรูปนี้จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด ว่าจะตัดสินใจนำพาประเทศจากยุคนักการเมืองไร้สปิริต

สู่ยุคใหม่ที่นักการเมืองเป็นความหวังของประชาชน ด้วยการเสียสละยกเลิกสิทธิประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง

ในสถานการณ์ที่ประเทศเข้าใกล้วิกฤต ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า…หรือไม่ เช่นใด!?”

ครับ..เป็นนโยบายง่ายๆ สบายๆ แต่ถ้าทำได้ จะประทับอยู่ในใจประชาชนไม่แพ้..

30 บาทรักษาทุกโรคเลยนะ..จะบอกให้!.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...