โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สิ้นตำนาน เยอร์เกน ฮาเบอร์มาส นักปรัชญาเยอรมัน ทรงอิทธิพลในศตวรรษที่ 20

Thaiger

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 13.26 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 15.19 น. • Thaiger ข่าวไทย

สิ้นตำนานนักคิดแห่งยุค เยอร์เกน ฮาเบอร์มาส นักปรัชญาและนักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษที่ 20 ถึงแก่กรรมอย่างสงบ อายุรวม 96 ปี

ฮาเบอร์มาสเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาของเยอรมนียุคหลังสงครามได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางจากทฤษฎีการสร้างฉันทามติทางการเมือง (Political consensus-building) และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกำหนดทิศทางวาทกรรมว่าด้วยการรวมตัวของยุโรปและการก่อตั้งสหภาพยุโรป (EU)

แม้จะมีพื้นเพมาจากสำนักคิดนีโอ-มาร์กซิสต์แห่งแฟรงก์เฟิร์ต แต่อิทธิพลของเขากลับได้รับการยอมรับจากทุกขั้วการเมือง แม้แต่นายกรัฐมนตรีเยอรมนีคนปัจจุบัน ฟรีดริช แมร์ซ จากพรรคคริสเตียนเดโมแครต (CDU) ฝ่ายอนุรักษนิยม ได้กล่าวยกย่องฮาเบอร์มาสผ่านแถลงการณ์ว่า

“เขาคือหนึ่งในนักคิดที่สำคัญที่สุดแห่งยุคสมัยของเรา ความเฉียบแหลมในการวิเคราะห์ของเขาได้หล่อหลอมวาทกรรมประชาธิปไตยไปไกลโพ้นพรมแดนประเทศ และเป็นดั่งแสงสว่างนำทางในทะเลที่ปั่นป่วน เสียงของเขาจะเป็นที่คิดถึงตลอดไป”

ประวัติ ฮาเบอร์มาส เกิดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 1929 ในครอบครัวชนชั้นกลางเมืองดึสเซลดอร์ฟ เขาเกิดมาพร้อมภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ทำให้มีปัญหาด้านการพูด ซึ่งอุปสรรคนี้เองที่กลายมาเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เขาสนใจศึกษาเรื่อง “ความสำคัญของการสื่อสารและภาษา” ในเวลาต่อมา

ฮาเบอร์มาส เติบโตมาในยุคนาซีเรืองอำนาจ เคยเข้าร่วมกลุ่มยุวชนฮิตเลอร์ ในวัย 10 ขวบตามปกติของเด็กชายเยอรมันในยุคนั้น แต่การได้ประจักษ์ถึงความโหดร้ายของอาชญากรรมระดับชาติในภายหลัง คือจุดเปลี่ยนที่ผลักดันให้เขาหันมาทุ่มเทให้กับการศึกษาด้านปรัชญาและทฤษฎีทางสังคม

ในช่วงทศวรรษ 1980 เขาเป็นแกนนำในการโต้แย้งกับกลุ่มนักประวัติศาสตร์ฝ่ายอนุรักษนิยม ยืนหยัดว่าอาชญากรรมของยุคที่สาม เเป็นความโหดร้ายที่มีความเฉพาะตัว และการเผชิญหน้ายอมรับอดีตที่เลวร้ายถือเป็นหัวใจสำคัญของอัตลักษณ์ชาวเยอรมัน

ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษในวงการวิชาการ ฮาเบอร์มาสยังคงมีบทบาทสำคัญในการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ทว่าจุดยืนในช่วงหลังของเขากลับนำมาซึ่งข้อถกเถียงมากมาย เช่น ปี 2015 วิจารณ์อดีตนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล อย่างรุนแรง ว่าท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลในวิกฤตหนี้กรีซ เป็นการทำลายชื่อเสียงของเยอรมนี

ปี 2022 เขาวิพากษ์วิจารณ์ แอนนาเลนา แบร์บ็อค อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ว่ามีท่าทีที่ก้าวร้าวและแสดงความมั่นใจเกินเหตุต่อประเด็นสงครามยูเครน

ในช่วงสงครามกาซา เขาออกมาระบุว่าปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม “มีความชอบธรรมในหลักการ” ทำให้เขาเผชิญเสียงวิจารณ์และจดหมายประณามจากกลุ่มนักคิดรุ่นใหม่ในสายทฤษฎีวิพากษ์

ผลงานชิ้นสุดท้ายของฮาเบอร์มาส คือหนังสือที่มีชื่อว่า “Things Needed to Get Better” ตีพิมพ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

เนื้อหาเน้นย้ำถึงการปฏิเสธความพ่ายแพ้ และเชื่อมั่นว่ามนุษยชาติยังสามารถเผชิญหน้าและเอาชนะวิกฤตการณ์ในปัจจุบันได้ในท้ายที่สุด ฮาเบอร์มาสจากไปโดยทิ้งบุตร 2 คนไว้เบื้องหลัง (จากทั้งหมด 3 คน) ขณะที่ภรรยาของเขา อูเทอ (Ute) เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว

ภาพจาก: aktuelles.uni-frankfurt.de

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...