โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ปชป.' ชง 'รัฐ' เก็บค่าธรรมเนียมลาภลอย จากโรงกลั่น หวังลดภาระปชช.

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คต่อข้อเสนอถึงรัฐบาลต่อการแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเป็นฝ่ายเดียวที่แบกรับ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีข้อเสนอเพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดภาระประชาชนในทันที คือ 1. ลดภาษีสรรพสามิตดีเซลลงลิตรละ 6 บาท

และ 2. เก็บค่าธรรมเนียมลาภลอย จากโรงกลั่นลิตรละ 3 บาท เพื่อนำเงินเข้าสนับสนุนกองทุนน้ำมัน

นายกรณ์ ระบุต่อว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายครัวเรือน และภาคธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่การใช้กองทุนน้ำมันเพื่อชดเชยราคา แม้ช่วยบรรเทาในระยะสั้น แต่สุดท้ายก็เป็นภาระที่ประชาชนต้องร่วมกันชำระในอนาคตอยู่ดี แต่ในความเป็นจริง วันนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลักอยู่ 3 ฝ่าย 1. ประชาชนผู้ใช้น้ำมัน 2. รัฐบาลในฐานะผู้จัดเก็บภาษี และ 3. โรงกลั่นซึ่งได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่นที่ปรับสูงขึ้นมาก

"ตอนนี้ชัดเจนว่า มีฝ่ายประชาชนฝ่ายเดียวที่เดือดร้อน และต้องแบกรับภาระราคานํ้ามันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในขณะที่ รัฐบาลยังเก็บภาษีในอัตราเท่าเดิม และโรงกลั่นนํ้ามันมีรายได้เพิ่มขึ้นมากจากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น และจากกำไรที่ได้จากต้นทุนนํ้ามันดิบที่ตํ่ากว่าราคาตลาดปัจจุบันแนวทางที่เราเสนอนี้จะช่วยลดภาระการชดเชยจากกองทุนน้ำมันลงได้มากกว่า 50% เหลือประมาณวันละ 700 ล้านบาท ทำให้กองทุนยังสามารถดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันได้ในช่วงวิกฤต รวมถึงช่วยให้ประชาชนผ่านช่วงเทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์ไปได้โดยไม่ต้องเผชิญต้นทุนที่สูงเกินไป" นายกรณ์ ระบุ

นายกรณ์ ระบุต่อว่าในอดีตเคยมีความพยายามเจรจากับโรงกลั่นในลักษณะคล้ายกัน แต่ไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ดังนั้นรอบนี้ควรดำเนินการอย่างโปร่งใส มีเหตุผล และคำนึงถึงความเป็นธรรมของทุกฝ่าย ซึ่งรัฐมีเครื่องมือและอำนาจในการกำกับดูแลอยู่แล้ว เช่น การควบคุมสินค้าจำเป็นผ่านกระทรวงพาณิชย์ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าทำได้หรือไม่ แต่คือจะดำเนินการเมื่อใด

"ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเปราะบาง สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่การโยนภาระให้กันไปมา แต่คือการตัดสินใจเชิงนโยบายที่กล้าหาญ มีเหตุผล และยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก หากทุกฝ่ายร่วมรับผิดชอบอย่างเป็นธรรม เราจะสามารถพาประเทศผ่านวิกฤติคไปได้" นายกรณ์ ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...