“เอกนิติ” ย้ำฝืนอุดหนุนราคาน้ำมันไม่จำกัด ไทยเสี่ยงซ้ำรอย “วิกฤตเศรษฐกิจปี 40”
รมว.คลัง แจง แผนรับมือวิกฤตพลังงานโลก ย้ำต้องทยอยลดการอุดหนุนราคาน้ำมันเพื่อรักษาเสถียรภาพกองทุนน้ำมัน หากอุดหนุนไม่จำกัดเสี่ยงเกิดวิกฤตซ้ำรอยปี 40 จากการฝืนกลไกตลาดจนทุนสำรองหมด
28 มี.ค. 2569 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในเวที "Meet the Press" ภายใต้หัวข้อ "1 เดือนวิกฤตโลก :แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" ว่า วิกฤตพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นวิกฤตที่กระทบทั้งโลกและไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะจบอย่างไร ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือดูแลประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด ซึ่งกระทรวงต่างประทเศได้ทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มความสามารถ
ขณะที่สิ่งที่กระทบต่อมาคือด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และ ปัจจัยการผลิตที่ต้องผ่านมาทางช่องแคบฮอร์มุซ โดยประมาณ 1 ใน 5 ของน้ำมันทั่วโลกต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งถูกปิดกัน ทำให้ราคาพลังงานราคาสูงขึ้น ดังนั้นรัฐบาลต้องใช้เครื่องมือทุกอย่างภายใต้รัฐบาลที่อยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ผ่านการใช้กองทุนน้ำมันเป็นกลไกในการดูแลรักษาเสถียรภาพและดูแลผกระทบประชาชน
“นายกฯ จึงมีข้อสั่งการให้ใช้กองทุนน้ำมันในการดูแลประชาชนให้เต็มที่ในช่วง 15 วัน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”
อย่างไรก็ตามปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งผ่านไป 1 เดือน เป็นที่ชัดเจนว่าวิกฤตพลังงานไม่ได้จบลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกประเทศต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้นสิ่งรัฐบาลที่ต้องทำคือการชะลอผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุดบนเครื่องมือและเงินที่รัฐบาลมีซึ่งเป็นภาษีของประชาชนให้คุ้มค่าที่สุด
โดยทุกประเทศส่วนใหญ่จึงบริหารจัดการโดยการไม่ฝืนสภาพความเป็นจริง เช่น ในด้านราคาน้ำมันหลายประเทศได้ปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวตามตลาด แต่ประเทศไทยเลือกที่จะไม่ปล่อยตามกลไกตลาดทั้งหมด โดยใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพอย่างเต็มกำลัง โดยสิ่งที่รัฐบาลทำคือในช่วงแรกใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนอย่างเต็มที่โดยทำให้กองทุนน้ำมันขาดทุนมากที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกมากระทบประชาชนอย่างรุนแรงก่อนค่อยๆ ทยอยลดการอุดหนุนลงเพื่อไม่ให้กองทุนน้ำมันขาดทุนมากเกินไป
“ถ้าเราไม่ลดการอุดหนุน กองทุนน้ำมันจะขาดทุนโดยไม่จำกัดซึ่งจะทำให้เกิดวิกฤตอีกลูกนึงได้ คือ วิกฤตเศรษฐกิจเหมือนในปี 2540 ที่มาจากการแทรกแซงค่าเงินบาทไม่ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ทำให้เราสูญเสียทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบหมดจนเราต้องลอยตัวค่าเงินบาท ส่งผลกระทบเศรษฐกิจในวงกว้าง ประชาชนเดือดร้อนหนักขึ้น เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งเราปล่อยให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีกไม่ได้”
อย่างไรก็ตามปัจจุบันอุดหนุนราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ 19 บาท ซึ่งต่างจากประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่ปล่อยให้ลอยตัวไปแล้ว ซึ่งด้วยสาเหตุนี้ทำให้ราคาน้ำมันของประเทศไทยต่ำกว่าประเทศอื่นในอาเซียน
“ในชีวิตผมที่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นราคาน้ำมันในประเทศไทยราคาต่ำกว่ามาเลเซียเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยต่ำกว่ามาเลเซียเพราะเราใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนมาก อย่างไรก็ตามทุกคนต้องปรับตัว รัฐบาลต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ตอนนี้รัฐบาลก็ประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งการเดินทางดูงานต่างประเทศ การให้ work from home ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันเพราะเราไม่รู้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะนานเท่าไร เราต้องเตรียมพร้อมรับวิฤตที่จะเกิดขึ้น”
ดร. เอกนิติ เปิดเผยว่า สิ่งต่อมาที่จะเกิดขึ้นหลังจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นตามกลไกตลาด คือ การดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา กระทรวงพาณิชย์จึงมีการออกกฎหมายเพื่อควบคุม ขณะที่เมื่อราคาเริ่มส่งผ่านสิ่งที่จะมากระทบคนไทยคือต้นทุนค่าขนส่ง กระทรวงคมนาคมจึงใช้งบประมาณเพื่อดูแลไม่ให้กระทบมากจนเกินไป
“เราพยายามทำทุกอย่าง ไม่ใช่ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเลย แต่ต้องชะลอผลกระทบกับประชาชน”
ขณะที่ในสถานการณ์วิกฤตประชาชนมีความสามารถรับผลกระทบได้ไม่เท่ากัน กลุ่มรายได้สูงดูแลตัวเองได้มากกว่าคนที่ไม่มีรายได้มาก รัฐบาลจึงตัดสินใจใช้งบประมาณที่มีอย่างจำกัดในการดูแลกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อยผ่านกลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยวันจันทร์ที่ 30 มี.ค. 2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อใช้งบประมาณที่มีอย่างจำกัดในการดูแลกลุ่มนี้
“เราจะใช้เงินงบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชน และจะใช้ทุกเครื่องมือ ทุกกลไกที่สามารถทำได้ในการชะลอผลกระทบของวิกฤตครั้งนี้ แต่วิกฤตครั้งนี้เป็นวิกฤตโลกเราต้องช่วยกัน ทั้งรัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชน เราต้องร่วมมือกันเพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นายกฯ ขอโทษประชาชน ปมน้ำมันแพง ช่วงวิกฤตโลก สั่ง “คลัง-พลังงาน” ประคองผลกระทบ
- ‘อรรถพล’ ยันสต๊อกน้ำมันไทยมี 120 ล้านบาร์เรล เพียงพอรับช่วงสงกรานต์
- ‘สีหศักดิ์’ กางแผนทูตเชิงรุก เร่งหาพันธมิตรน้ำมัน เปิดทางเดินเรือไทยผ่านจุดเสี่ยง
- “ศุภจี” เดินหน้า “ไทยช่วยไทย” สินค้าลดราคาพิเศษ 25-50% เริ่ม 1 เม.ย. ผสาน กต. เคลียร์เรือปุ๋ย 5 ลำติดช่องแคบฮอร์มุซ