โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

YLG ชี้ทองคำดีมานด์ Q1/69 พุ่ง 1.93 แสนล้านดอลล์ ฟากนักวิเคราะห์โลกลุ้นทอง 8,000 ดอลล์ ใน 5 ปี

efinanceThai

เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 09.08 น.

YLG ชี้ทองคำดีมานด์ Q1/69 พุ่ง 1.93 แสนล้านดอลล์ ฟากนักวิเคราะห์โลกลุ้นทอง 8,000 ดอลล์ ใน 5 ปี

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 69 16:08 น.

YLG เผยความต้องการทองคำโลกไตรมาส 1/69 แตะ 1,231 ตัน มูลค่ากว่า 1.93 แสนล้านดอลล์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ราคาทองย่อตัว 16% จากจุดสูงสุด ขณะที่ PBOC ใช้จังหวะทองพักฐาน เร่งสะสมเพิ่มอีก 8.1 ตัน ดันแรงซื้อธนาคารกลางทั่วโลกต่อเนื่อง ฟากนักวิเคราะห์ระดับโลกยังมองทองคำขาขึ้นระยะยาว ลุ้นแตะ 8,000 ดอลลาร์ใน 5 ปีข้างหน้า

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปีนี้แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลง 16% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 5,595 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์เมื่อ 29 มกราคม 2026 แต่ข้อมูลจากสภาทองคำโลก หรือ World Gold Council กลับรายงานความต้องการทองคำโลกไตรมาส 1/2569 ที่พุ่งแตะระดับ 1,231 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 1.93 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 74% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

โดยปัจจัยสำคัญประกอบด้วย

1.การซื้อทองแท่งและทองเหรียญโดยนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นถึง 42% แตะระดับ 474 ตัน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกของปีนี้มียอดซื้อสุทธิรวม 244 ตัน เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน และนับเป็นการซื้อสุทธิติดต่อกันถึง 17 เดือน แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นกว่า 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ จีนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดทองคำโลก โดยเพียงประเทศเดียวมีการซื้อทองแท่งและทองเหรียญสูงถึง 207 ตัน เพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อน และทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสใหม่ ทิ้งห่างสถิติเดิมที่ 155 ตันในปี 2556 ขณะที่อินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ต่างเพิ่มสัดส่วนการลงทุนทองคำอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

2.แรงซื้อจากนักลงทุนฝั่งเอเชีย ถือสัญญาณที่น่าสนใจที่สุดในรอบปี นักลงทุนเอเชียยังเดินหน้าซื้อ Physical Gold อย่างต่อเนื่อง แม้ว่านักลงทุนในสหรัฐฯ เริ่มลดการถือครอง ETF ทองออกในเดือนมีนาคม จนมากกว่าเงินที่ไหลเข้าในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ทั้งหมด ภาพดังกล่าวสะท้อน Structural Turning Point ของตลาดทองคำโลก หลังเริ่มเห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่างพฤติกรรมของนักลงทุนฝั่งตะวันตกและเอเชีย คาดว่าเป็นสัญญาณถึงแนวโน้มระยะยาวของ gold price กำลังเปลี่ยนไป

เนื่องจากนักลงทุนฝั่งตะวันตกมีมุมมองด้านต้นทุนค่าเสียโอกาสการถือครองทองคำเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่นักลงทุนเอเชียมองต่างโดยสิ้นเชิงว่าทองคำไม่ได้ทำหน้าที่แค่ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ แต่เป็น safe haven สินทรัพย์ปลอดภัยและเครื่องมือกระจายความเสี่ยงจากค่าเงินและความผันผวนของตลาดการเงิน ซึ่งเป็นแนวคิดที่อยู่ในวัฒนธรรมเอเชียมาหลายร้อยปีและไม่ได้เปลี่ยนตามดอกเบี้ย

3.ทิศทางระยะยาวยังไปต่อ ราคาทองคำล่าสุด (วันที่ 8 พ.ค. 2569) พยายามทรงตัวอยู่บริเวณ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลายสถาบันการเงินระดับโลกยังคงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำระยะยาว โดย Goldman Sachs ประเมินราคาทองคำปีนี้ที่ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ JPMorgan และ BNP Paribas มองกรอบเป้าหมายบริเวณ 6,250-6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วน Deutsche Bank ประเมินว่าราคาทองคำอาจแตะระดับ 8,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายใน 5 ปีข้างหน้า จากกระแส de-dollarization และการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังดำเนินต่อเนื่อง

รายงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ราคาทองคำจะเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกและนักลงทุนในเอเชียยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะความต้องการซื้อทองแท่งและทองเหรียญ (Bar & Coin Demand) สะท้อนแนวโน้มการกระจายทุนสำรองระหว่างประเทศออกจากเงินดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก และแม้ว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกจะเริ่มผ่อนคลาย หรือธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเข้าสู่วัฏจักรลดดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า แต่แรงซื้อจากธนาคารกลางและนักลงทุนเอเชียยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว เรามองว่านี่ไม่ใช่เพียงแรงเก็งกำไรระยะสั้น แต่คือการสะสมทองคำ ซึ่งจะกลายเป็นฐานสำคัญที่สนับสนุนทิศทางราคาทองคำในระยะยาว นางพวรรณ์ กล่าว

สอดคล้องกับ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ที่ออกมาเปิดเผยว่า ได้อาศัยจังหวะที่ราคาทองตำปรับตัวลงในเดือนเมษายน เพิ่มทองคำเข้าทุนสำรองอีก 260,000 ออนซ์ หรือ 8.1 ตันซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการซื้อรายเดือนในช่วงเดือนต.ค. 2568 - ก.พ. 2569 ถึงประมาณ 8.67 เท่า และถือเป็นการถือทองคำสำรองเพิ่มเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...