นินเทนโด ขึ้นราคา Switch 2 หลังต้นทุนชิปพุ่ง คาดยอดขายปีนี้ลดลง
นินเทนโด ส่งสัญญาณระมัดระวังต่ออนาคต Switch 2 คาดยอดขายปีนี้ลดลง เตรียมขึ้นราคาในหลายประเทศ หลังต้นทุนหน่วยความจำและภาษีนำเข้าพุ่ง นักวิเคราะห์เริ่มกังวลยุคทองของ Switch อาจผ่านจุดพีกแล้ว
วันที่ 8 พ.ค.2569 สำนักงานข่าว CNBC รายงานว่า นินเทนโด (Nintendo) บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยคาดการณ์ผลประกอบการล่าสุด โดยส่งสัญญาณระมัดระวังมากขึ้นต่อแนวโน้มธุรกิจเครื่องเล่นเกม “Nintendo Switch 2” แม้เครื่องรุ่นใหม่จะเปิดตัวได้อย่างร้อนแรงและมียอดขายสูงเป็นประวัติการณ์ก็ตาม
บริษัทคาดว่ายอดขายเครื่อง Switch 2 ในปีงบประมาณปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 16.5 ล้านเครื่อง ลดลงจากราว 19.9 ล้านเครื่องในปีก่อน สะท้อนความกังวลว่าความต้องการหลังช่วงเปิดตัวอาจเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐและยุโรปที่ผู้บริโภคเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพและราคาสินค้าเทคโนโลยีที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน นินเทนโดยังคาดว่ากำไรสุทธิและอัตรากำไรจากธุรกิจฮาร์ดแวร์จะเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง จากต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ “ชิปหน่วยความจำ” หรือ DRAM ซึ่งราคาพุ่งสูงจากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก
รายงานระบุว่า ผู้ผลิตชิปจำนวนมากเริ่มหันกำลังการผลิตไปยังหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูล AI มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปเริ่มตึงตัว และดันต้นทุนของเครื่องเกม คอมพิวเตอร์ และสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว นินเทนโดประกาศขึ้นราคา Switch 2 หลายประเทศ โดยในสหรัฐจะปรับขึ้นจาก 449.99 ดอลลาร์ เป็น 499.99 ดอลลาร์ เริ่มเดือนกันยายนนี้ ส่วนญี่ปุ่นจะปรับขึ้นจาก 49,980 เยน เป็น 59,980 เยน ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ขณะที่ตลาดยุโรปและแคนาดาก็มีแผนปรับราคาเช่นกัน
บริษัทระบุว่า การขึ้นราคาเป็นผลจาก “สภาวะตลาด” ต้นทุนชิ้นส่วน และภาระจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก
แม้จะมีแรงกดดันด้านต้นทุน แต่ Switch 2 ยังถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จครั้งใหญ่ของนินเทนโด โดยยอดขายช่วงเปิดตัวทำสถิติเป็นเครื่องเกมที่ขายเร็วที่สุดของบริษัท และมียอดขายเกือบ 20 ล้านเครื่องภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เริ่มตั้งคำถามว่า Switch 2 อาจเข้าสู่ช่วง “กำไรลดลง” เร็วกว่าที่คาด เพราะบริษัทตั้งราคาช่วงเปิดตัวค่อนข้างต่ำเพื่อเร่งฐานผู้ใช้ ส่งผลให้มาร์จินฮาร์ดแวร์ต่ำกว่าที่นักลงทุนคาดหวัง
นักวิเคราะห์บางรายระบุว่า เครื่อง Switch 2 อาจถูกขาย “ใกล้ต้นทุน” หรือแทบไม่มีกำไรในบางตลาด โดยเฉพาะหลังต้นทุนชิปและค่าขนส่งปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้นินเทนโดจำเป็นต้องขึ้นราคาเพื่อรักษากำไรในระยะยาว
อีกปัจจัยที่ถูกจับตาคือ การแข่งขันในตลาดเกมพกพาที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากเครื่องเกมพีซีพกพาอย่าง Steam Deck รวมถึงบริการเกมแบบคลาวด์ที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น
แม้นักลงทุนจะกังวลต่อยอดขายฮาร์ดแวร์ แต่บริษัทเชื่อว่ารายได้จาก“ซอฟต์แวร์เกม” จะยังช่วยพยุงผลประกอบการได้ โดยปีนี้นินเทนโดเตรียมเปิดตัวเกมแฟรนไชส์หลักหลายเรื่อง ทั้ง“Mario Kart”, “The Legend of Zelda” และ“Donkey Kong” ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายเกมและบริการออนไลน์ต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทกำลังเร่งขยายธุรกิจนอกเหนือจากเครื่องเกมมากขึ้น ทั้งสวนสนุก ภาพยนตร์ และธุรกิจลิขสิทธิ์ตัวละคร เพื่อกระจายแหล่งรายได้และลดการพึ่งพาวงจรยอดขายฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว
นักลงทุนจำนวนมากจึงกำลังจับตาว่า นินเทนโดจะสามารถรักษาความนิยมของ Switch 2 ให้ยาวนานเหมือน Switch รุ่นแรกได้หรือไม่ ท่ามกลางต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นและอุตสาหกรรมเกมที่แข่งขันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
อ้างอิง : cnbc.com