สัมผัสคุณค่าความงามลึกซึ้ง ‘บัว’ ดอกไม้ในกระแสซ่อนพลังสร้างสรรค์
เทรนด์ถือดอกบัวถ่ายรูปที่กำลังมาแรง นอกจากให้ภาพถ่ายสวยๆ “บัว” พืชน้ำล้มลุกที่ได้รับฉายา "ราชินีแห่งไม้น้ำ" ยังมากด้วยเรื่องน่ารู้หลายมิติ ทั้งนี้พาสัมผัสคุณค่าความงาม ชวนค้นพลังสร้างสรรค์ที่ค้นได้จากบัว ดอกไม้ใกล้ตัวที่มีมนต์เสน่ห์ โดยผศ.ดร.ธนวิทย์ ลายิ้ม คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ และประธานหลักสูตรสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพให้ความรู้ในประเด็นนี้ว่า บัวเป็นดอกไม้ในวิถีไทยที่มีความพิเศษเกี่ยวกับข้องกับวิถีชีวิตเราหลายมิติ ทั้งเรื่องราวแห่งความศรัทธาเป็นดอกไม้บูชาพระ ความนัยความหมาย อีกทั้งลวดลายลักษณะบัวยังสื่อความเป็นไทย สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ฯลฯ
“บัว นำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย นับแต่ราก สายบัว จวบถึงดอก ใบ แม้กระทั่งเส้นใยบัว สามารถนำมาถักทอเป็นผืนผ้าที่มีเอกลักษณ์ ขณะที่ ฝักบัว แม้จะเป็นฝักแห้งก็ยังประโยชน์ สามารถนำมาสร้างสรรค์ ต่อยอดเป็นเครื่องประดับ นำมาตกแต่ง สร้างรายได้ สร้างอาชีพ อย่างการปลูกบัว เก็บดอกบัว ฝักบัว หรือการนำมาต่อยอดสร้างสรรค์ สร้างงานดีไซน์ งานฝีมือ อาหาร ฯลฯ ก็ล้วนแต่มีต้นทางที่มาจากบัว”
นอกจากนี้บัวยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำที่อยู่ใต้กอบัว ทั้งนี้ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับบัว นำดอกบัวมาทำอาหาร ซึ่งโดยทั่วไปจะเห็นการนำกลีบบัวนำมาทำเป็นเมี่ยงกลีบบัว โดยกินกับเครื่องต่างๆ ซึ่งให้รสจัดจ้านทั้งความหวาน เปรี้ยว ขณะที่กลีบบัวมีความขมเบาๆ เมื่อเคียวทานร่วมกันจะเป็นความลงตัว กินง่าย หรือแม้แต่ เกสรบัว นำมาใช้โรยหน้าตกแต่งอาหาร เพิ่มความพิเศษ ความโดดเด่นให้กับอาหาร
สำหรับงานวิจัยครั้งนั้น มองขยายกว้างออกไปและคำนึงถึงเรื่องอาหารยั่งยืน โดยนอกจากกลีบบัวที่กินได้ หากลองนำมาเป็นวัสดุทดแทนเนื้อมะพร้าวทึนทึก จะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร จึงทดลองนำกลีบบัวมาซอยเป็นเส้น ลวกน้ำเพื่อนำความขมออกไป จากนั้นนำเชื่อมกับน้ำตาลโตนด หรือน้ำตาลทราย และเมื่อลองชิมดู พบว่าความขมเบาบางลง
จากนั้นนำมาทำเป็นไส้ขนม ทำขนมสอดไส้ มะพร้าวแก้ว และทดลองนำมาบดเป็นผงใส่ในขนมซึ่งสามารถให้กากใยสูง โดยงานวิจัยครั้งนั้นมีจุดหมายเพื่อให้เห็นถึงประโยชน์การรับประทานบัว รวมถึงเรื่องความยั่งยืนอาหารในอนาคต โดยหากต้องเผชิญกับอากาศร้อน พืชผักขาดแคลน บัว จะเป็นทางเลือกหนึ่ง
ประธานหลักสูตรสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ ผศ.ดร.ธนวิทย์ อธิบายเพิ่มอีกว่า หากนำกลีบบัวมาหั่นซอยเป็นชิ้นๆ นำมาโรยลงในสลัด นอกจากให้ความสวยงามชวนรับประทานอาหารแล้วยังเพิ่มสีสันความสวยงามให้กับจานอาหาร สร้างวิธีการกินใหม่ๆ โดยบัวที่กล่าวมาเป็นบัวหลวง และบัวหลวงมีทั้งดอกสีขาวและสีชมพู สามารถเลือกนำใช้ได้ โดยในงานวิจัยครั้งนั้นศึกษาบัวในมิติอาหาร และได้สร้างสรรค์ขนมขึ้นอีกเมนูหนึ่งชื่อว่า ละมุนโกมล เป็นการรังสรรค์ดอกไม้คู่กับขนมฝอยทอง โดยเมื่อกินคู่กัน ฝอยทองกับกลีบบัวจะผสานกันลงตัวเกิดเป็นความละมุน เป็นมิติใหม่ให้กับขนมไทย
“จากเดิมจะเห็นกลีบบัวเป็นแค่การตกแต่ง แต่ขนมละมุนโกมลกินได้ทั้งหมด กินไปพร้อมกันซึ่งเป็นการนำคุณค่าของบัว นำมาสร้างสรรค์ต่อยอด เพิ่มมิติในด้านอาหาร จากที่กล่าวแทบทุกส่วนของบัวมีประโยชน์ หรือแม้แต่เมื่อเหี่ยวเฉาต้องทิ้งก็นำมาใช้ประโยชน์ได้โดยนำไปทำปุ๋ย ปัจจุบันการศึกษาการพัฒนาสายพันธุ์บัวของไทยก็มีความก้าวหน้า เติบโตและมีช่องทางความรู้ในเรื่องของบัวหลากหลายมากขึ้น รวมถึงใน มิติด้านอาหาร ก็มีการนำมาสร้างสรรค์ ทำอาหารเยอะขึ้น หลากหลายขึ้น”
ผศ.ดร.ธนวิทย์ เล่าเพิ่มอีกว่า บัวส่วนใหญ่จะใช้กลีบสดเป็นส่วนใหญ่ด้วยที่มีสีสันสวย แต่ปัจจุบันมีเครื่องอบแห้ง ใช้ความร้อนเบาๆ แม้สีจะหายไปบ้าง แต่ยังคงสีชมพูซึ่งในส่วนนี้สามารถนำมาตกแต่ง หรือสร้างงานประดิษฐ์ได้ สามารถนำมาตัด นำมาประกอบขึ้นรูปเป็นดอกบัวใหม่ หรือนำกลีบบัวมาพับ ซึ่งการพับก็ทำได้หลายรูปแบบ
ในมิติด้านอาหารยังต่อยอดไปในเรื่องการตกแต่ง จัดจาน โดยการตกแต่งจานสามารถดีไซน์ สร้างสรรค์ได้หลายรูปแบบ นำกลีบบัวมาใช้เป็นกลีบๆ หรือนำกลีบบัวมาซอยเป็นเส้นบางๆ โดยก่อนนำมาใช้ แช่ในน้ำสารส้มสักนิดเพื่อไม่ให้กลีบดำ ด้วยที่บัวมียางเวลาหั่นยางจะออกมา เมื่อถูกอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แต่หากจุ่มลงในน้ำสารส้มเล็กน้อยก็จะไม่ดำ และกลีบดอกจะไม่ค่อยเหี่ยว
นอกจากกลีบดอกบัวที่นำมาใช้ประโยชน์ ดีบัว ที่อยู่ในเม็ดบัว สามารถนำไปตากแห้งก็สามารถนำมาชงเป็นชา ฯลฯ จะเห็นว่าบัวดอกเดียวสามารถใช้ประโยชน์ได้มาก หรือในส่วนของ ใบบัว นำมาห่อข้าว ทำข้าวห่อใบบัว การห่อจะมีทั้งห่อใบสดและใบแห้ง โดยในส่วนใบแห้งจะนำใบบัวไปตากแดดซึ่งวิธีนี้จะเก็บไว้ใช้ได้ยาวนานขึ้น ส่วนเวลาที่จะนำมาใช้ ก็นำไปต้มให้มีความอ่อนนุ่มก่อนจึงจะนำมาห่อ เป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งที่จะเก็บใบบัวไว้ใช้ประโยชน์ ใช้ได้ตลอดปี
“ปัจจุบันใบแห้งของใบบัวยังนำมาใช้ห่อของขวัญ นำมาตกแต่งสร้างสรรค์ภาพทำเป็นกรอบรูป หรือใบสดนำมาตกแต่งเป็นฉากพร้อมกับดอกไม้อื่นๆ ใช้งานได้หลากหลายมิติมาก นอกจากนี้ ในด้านอาหาร รากบัว นอกจากนำมาเชื่อม สามารถนำมากวนเป็นไส้ขนม นำมาทำทับทิมกรอบให้ความกรุ๊บกรอบเหมือนแห้ว ส่วนก้าน นำเส้นใยที่อยู่ด้านใน มาใช้ประโยชน์ เป็นต้น”
บัว ดอกไม้ในวิถีไทยที่คุ้นเคย ยังนำมาสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ได้อีกมากมายอย่าง การพับดอกบัว พับได้หลายรูปแบบซ่อนพลังสร้างสรรค์ กลีบบัวมีความงามในตัวเอง ทั้งมีสีสันสวย เมื่อนำมาพับ นำมาจับจีบ หรือนำมาม้วน หรือคลี่ให้ดอกบานขึ้น โดยดอกบัวสามารถดึงทักษะของผู้สร้างสรรค์ออกมาได้มากมาย
“ ถ้ามีดอกบัวสิบดอก แต่ละคนพับดอกบัวในแบบที่ต่างกันก็จะเกิดเป็นผลงาน เป็นดอกไม้ที่สวยงามไม่ซ้ำกัน ด้วยที่แต่ละคนมีไอเดียการพับไม่เหมือนกัน หรือ การจัดแจกัน ก็จัดได้หลายรูปแบบ แจกันที่มีขนาดใหญ่อาจเลือกพับดอกบัวให้มีความฟู ขยายกว้างขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ หรือหากจัดดอกไม้ในแจกันขนาดเล็ก พื้นที่ไม่มาก อาจไม่ต้องทำอะไรมากกับดอกบัว และในแจกันดอกบัวยังสามารถใช้ดอกไม้ชนิดอื่นๆนำมาจัดแจกันร่วมด้วยได้ ขึ้นอยู่กับการดีไซน์ สร้างสรรค์ของผู้จัด”
ส่วน การพับดอกบัว มีหลายรูปแบบตามความคิดสร้างสรรค์ของผู้พับ โดยสามารถพับได้อย่างเรียบง่ายหรือเพิ่มความซับซ้อน โดยแบบที่เรียบง่ายอาจพับโดยการนำปลายกลีบพับกดลงไป พับไปรอบๆซ้อนรอบดอกก็จะมีรูปทรงเหมือนดอกกุหลาบ หรือพับกลีบดอกเป็นสามเหลี่ยมซ้อนต่อกันก็จะได้รูปทรงที่กระชับขึ้น เผยให้เห็นความสวยงามของเกสรดอกบัวที่อยู่ด้านในที่ซ่อนอยู่ โดยหากเป็นธรรมชาติของบัว เมื่อถึงช่วงบานจะเผยความงามออกมาให้เห็น แต่การพับ จะทำให้เห็นทั้งกลีบและเกสรของดอกบัว ได้สัมผัสกลิ่นหอมที่มีเสน่ห์
นอกจากการพับยังมี การม้วนกลีบ ก็ให้ความสวยงาม สร้างเอกลักษณ์โดยแสดงถึงทักษะฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ผ่านดอกบัวของผู้พับ การพับดอกบัวยังต่อยอดนำกลีบบัวมาพับเป็นกลีบเล็กๆนำมาประดับกับพานพุ่มประดับกระทงนำมาเรียงซ้อนเป็นลวดลายสร้างสรรค์ความงาม ก็เป็นอีกหนึ่งงานฝีมือที่ต้องใช้ทักษะ ใช้ความประณีต สมาธิสร้างสรรค์
ในความสวยงามของบัวยังเชื่อมโยงการเรียนรู้อีกหลายมิติ การได้สัมผัสกลิ่น ได้พับอย่างอิสระเป็นรูปทรงยังช่วยฝึกสร้างสมาธิ ช่วยผ่อนคลาย เป็นกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุได้อย่างดี ทั้งนี้กลีบบัวมีเทคเจอร์ มีเส้นใย และไม่ได้มีความบอบบางจนเกินไป ไม่หลุดหักง่าย การได้จับสัมผัสดอกไม้ ได้ชื่นชมความงามของดอกบัวจึงให้ความสุขใจ
อีกมิติที่บอกเล่าคุณค่าความงามลึกซึ้งที่ค้นได้จากบัว ไม้น้ำที่ซ่อนพลังสร้างสรรค์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม
พงษ์พรรณ บุญเลิศ