โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม?? สหรัฐฯ ยอมติดหล่มสงครามอิหร่าน ทั้งที่รู้ไม่มีวันชนะ?

TOJO NEWS

อัพเดต 05 เม.ย. เวลา 21.49 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. เวลา 23.30 น. • Admin Tojo

อ.ประพฤติ ไขเหตุ สหรัฐฯ "ถ้ารู้ว่าไม่ชนะ แล้วทำไมถึงไม่ถอย?"

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ และอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสเฟสบุ๊คแสดงความเห็นว่า

“เปิดหน้ากากยุทธศาสตร์พญาอินทรี ทำไมสหรัฐฯ ถึงยอมติดหล่มสงครามอิหร่าน ทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันชนะ?

วันนี้ผมในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ ขอพาเบื้องหลังม่านมายาของสมรภูมิตะวันออกกลางที่กำลังคุกรุ่น

สิ่งที่โลกกำลังตั้งคำถามอย่างหนักคือเหตุใดมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาจึงยังคงดันทุรังรักษาสถานะสงครามกับอิหร่านอย่างไม่ยอมลดละ ? ทั้งที่ในทางยุทธศาสตร์ทหารนั้นประจักษ์ชัดว่าการเผด็จศึกอิหร่านเปรียบเสมือนการเข็นครกขึ้นภูเขาที่ไม่มีวันถึงยอด

ก่อนอื่นผมขอวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้สหรัฐฯ ไม่อาจคว้าชัยชนะได้ซึ่งมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ภูมิศาสตร์อันโหดหินของอิหร่านซึ่งเต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน โดยเฉพาะเทือกเขาซากรอสและอัลโบร์ซที่ทอดยาวเป็นปราการธรรมชาติสูงชัน พื้นที่เหล่านี้ถูกแปรสภาพเป็นฐานทัพใต้ดินและคลังแสงขีปนาวุธที่ยากต่อการตรวจจับและทำลาย แม้เทคโนโลยีทางอากาศจะล้ำสมัยเพียงใดก็ไม่อาจเจาะทะลุหุบเขาลึกเหล่านี้ได้

ประการต่อมาคือเครือข่ายตัวแทนหรือ Proxy Forces ที่อิหร่านฝังรากลึกไว้ทั่วภูมิภาคพร้อมจะเปลี่ยนทุกตารางนิ้วให้กลายเป็นไฟลามทุ่งทันทีที่ถูกโจมตี ผนวกกับขีดความสามารถของโดรนและขีปนาวุธที่แม่นยำ การสนับสนุนลับจากมหาอำนาจขั้วตรงข้ามอย่างรัสเซียและจีน และพลังชาตินิยมที่เหนียวแน่นของชาวอิหร่านเอง ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้การบุกอิหร่านกลายเป็นฝันร้ายที่สหรัฐฯ ทราบดีว่าสู้ไปก็มีแต่พังกับพัง

แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ "ถ้ารู้ว่าไม่ชนะ แล้วทำไมถึงไม่ถอย?" คำตอบนั้นซ่อนอยู่ในเงื่อนงำของผลประโยชน์ทับซ้อนและโครงสร้างอำนาจที่กัดกินระบบการเมืองสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน ประการแรกคืออิทธิพลอันมหาศาลของ "รัฐพันลึก" (Deep State) ที่ทำงานสอดประสานกับกลุ่มทุนไซออนิสต์และอิสราเอลอย่างแนบแน่น

นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ถูกชี้นำโดยกลุ่มล็อบบี้ที่ต้องการใช้กองทัพอเมริกันเป็นเครื่องมือขจัดเสี้ยนหนามให้อิสราเอล โดยไม่สนว่าภาษีของประชาชนอเมริกันจะถูกละลายหายไปเท่าใด ประการที่สองคือการรักษาเสถียรภาพของ "สามเหลี่ยมเหล็ก" (Iron Triangle) ระหว่างนักการเมืองในสภาคองเกรส กองทัพ และบริษัทผู้ผลิตอาวุธยักษ์ใหญ่

สงครามอิหร่านคือ "บ่อเงินบ่อทอง" ที่ทำให้งบประมาณกลาโหมพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากโลกสงบสุข อุตสาหกรรมความมั่นคงเหล่านี้ย่อมขาดรายได้มหาศาล การมีศัตรูที่ดูน่าเกรงขามจึงเป็นความจำเป็นเชิงพาณิชย์มากกว่าการเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

ยิ่งไปกว่านั้น สงครามครั้งนี้ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือใน "เศรษฐศาสตร์แห่งการปั่น" เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่กลุ่มทุนใกล้ชิดและครอบครัวของผู้นำระดับสูงที่มีผลประโยชน์ในตลาดพลังงานและทองคำ ความตึงเครียดทุกครั้งส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินทรัพย์ปลอดภัยพุ่งสูงขึ้น เปิดช่องให้มีการเก็งกำไรในตลาดโลกอย่างมโหฬาร

ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยังใช้สถานการณ์นี้เป็นการ "ยื้อเวลาหาทางลง" เพื่อประคองภาพลักษณ์มหาอำนาจไม่ให้ดูพ่ายแพ้ยับเยินเหมือนสมรภูมิในอดีต

และสุดท้ายคือการใช้ภัยคุกคามภายนอกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากวิกฤตศรัทธาและปัญหาภายในประเทศของผู้นำเอง เช่นกรณีไฟล์เอปสตีน

สรุปได้ว่าการไม่ยอมถอยของสหรัฐฯ ในศึกนี้ จึงไม่ใช่เรื่องของชัยชนะทางการทหารหรือการปกป้องประชาธิปไตยตามที่กล่าวอ้าง แต่มันคือการรักษา "ท่อส่งผลประโยชน์" ของกลุ่มทุนและรัฐพันลึกที่เสวยสุขบนคราบเลือดของประชาชนและซากปรักหักพังของสันติภาพโลกนั่นเอง

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...