เดือดต่อเนื่อง! "อิหร่าน" เตือนโจมตีโครงสร้างพลังงาน หาก สหรัฐฯ-อิสราเอล กดดันเพิ่ม
เดือดต่อเนื่อง! "อิหร่าน" เตือนโจมตีโครงสร้างพลังงาน หาก สหรัฐฯ-อิสราเอล กดดันเพิ่ม
วันที่ 5 เม.ย. 2569 อิบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการคาทัม อัล-อันบิยา ของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม เตือนว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางอาจ “ลุกเป็นไฟดุจนรก” หาก สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล ยังคงเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
โฆษกอิหร่านยังอ้างว่า โดรนและขีปนาวุธของอิหร่านได้โจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลหลายแห่งในภูมิภาค
ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า เส้นตายในการบรรลุข้อตกลงยุติสงครามใกล้สิ้นสุดลง หลังจากขยายเวลาเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ออกไปอีก 10 วัน เป็นวันที่ 6 เมษายน พร้อมขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ เตหะราน หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยอมรับข้อตกลงสันติภาพ
ทรัมป์ยังโพสต์ผ่าน Truth Social ระบุว่า เหลือเวลาอีกเพียง 48 ชั่วโมงก่อนที่สถานการณ์จะทวีความรุนแรง พร้อมแชร์วิดีโอที่อ้างว่าเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ในเตหะราน ซึ่งต่อมามีรายงานจากหลายสื่อว่าเป็นคลิปเก่า
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานกว่า 1 เดือนยังคงตึงเครียด โดยมีรายงานว่า อิหร่าน ยิงขีปนาวุธไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึง อิรัก และอิสราเอล
ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมของอิหร่าน รวมถึง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชฮร์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวที่ใช้งานอยู่ของประเทศ และถูกโจมตีเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เริ่มสงคราม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย