โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'สิริพงศ์' จ่อถกคลัง ดันแท็กซี่ 2.7 หมื่นคัน แลกรถใหม่อีวี-ไฮบริด หั่นภาษีล้อเลื่อน 80%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 00.51 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 07.50 น.

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังการตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายยกระดับการบริการและความปลอดภัยบนท้องถนน โดยประเด็นสำคัญคือการผลักดันการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสอดรับนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้จากการหารือร่วมกับกรมฯ เบื้องต้นเตรียมหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาข้อสรุปเรื่องงบประมาณและรูปแบบการช่วยเหลือที่เหมาะสมในโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ โดยการขยายผลไปยังกลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 27,000 คัน นอกเหนือจากกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคล ให้สามารถนำรถเก่ามาเทิร์นเป็นรถใหม่ที่เป็นรถอีวีหรือไฮบริดได้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายวันและค่าผ่อนรถให้แก่ผู้ประกอบการ

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอมาตรการลดภาษีล้อเลื่อน (ภาษีรถประจำปี) สำหรับรถใหม่ที่เป็นรถอีวี และกลุ่มรถไฮบริด เข้าไปด้วย เพื่อจูงใจให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้รถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

"ในเบื้องต้นเสนอให้ลดภาษีลง 80% หรืออาจพิจารณาให้ฟรี สำหรับรถใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนในช่วงเดือนมิถุนายนนี้" นายสิริพงศ์ กล่าว

สำหรับยอดจดทะเบียนรถไฟฟ้า ตาม พรบ.รถยนต์ สะสม ณ วันที่ 17 เม.ย. 69 ดังนี้ กรุงเทพ 282,374 คัน ภูมิภาค 153,256 คัน รวมทั่วประเทศ 435,630 คัน

ส่วนการแก้ปัญหารถยนต์รับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน ได้ตั้งเป้าหมายต้องมีข้อสรุปและยุติปัญหาให้ได้ภายใน 4 เดือน โดยจะมุ่งเน้นการจัดระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ในปัจจุบันมีผู้ขับขี่ที่แสดงความประสงค์เข้าสู่ระบบผ่านแอปพลิเคชัน เกือบ 40,000 ราย แต่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย (รย.17, รย.18) รวม 18,189 คัน ซึ่ง เป้าหมายคือ การดึงผู้ขับขี่ที่เหลืออีกประมาณ 38,443 ราย เข้าสู่ระบบทั้งหมด

อย่างไรก็ดีได้เน้นย้ำว่าผู้ขับขี่รถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะเท่านั้นและห้ามคนต่างชาติประกอบอาชีพขับขี่รถสาธารณะโดยเด็ดขาด เพื่อให้รัฐสามารถกำกับดูแลความปลอดภัยและลงโทษตามกฎหมายได้หากเกิดเหตุแก่ผู้โดยสาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...