โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

XSpringAMวางธีมลงทุนQ2 ชู2กองทุนเด่นเน้นหุ้นสหรัฐ-ญี่ปุ่น

ทันหุ้น

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 10.27 น.

#XSpringAM #ทันหุ้น XSpringAMวางแผนพอร์ตลงทุนQ2ยังคงเน้นหุ้นสหรัฐและญี่ปุ่น โดยสหรัฐมาในธีม พลังงานนิวเคลียร์ ส่วนญี่ปุ่น ธีมเทคโนโลยี ขณะที่มองตลาดก้าวข้ามปัจจัยสงครามผ่านจุดต่ำสุดพร้อมเดินหน้าต่อ

นายพีรพล สุรัตนวนิช นักกลยุทธ์ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ XSpringAM ระบุว่า ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์โลกอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ตลาดอาจยังประเมินไม่เต็มที่ โดยเฉพาะการหยุดส่งออกก๊าซฮีเลียมจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง อาจกระทบต่อกำลังการผลิตสินค้าในกลุ่ม AI และอิเล็กทรอนิกส์ในระยะถัดไป

*2กองทุนเด่นQ2

ขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ได้เริ่มปรับลดคาดการณ์ GDP และปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อ สะท้อนความเสี่ยงต่อภาวะ Demand Disruption ที่อาจกดดันการบริโภคทั่วโลก ทั้งนี้ เอ็กซ์สปริงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบ Selective Investment โดยยังคงให้น้ำหนักตลาดสหรัฐและญี่ปุ่น ควบคู่กับธีมการลงทุนระยะยาว เช่น เทคโนโลยี พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมต้นน้ำ อาทิ พลังงานนิวเคลียร์ และห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมแนะนำกองทุน X-NUCTECH และ X-JPTOPTECH ซึ่งสอดรับกับเมกะเทรนด์ดังกล่าว

โดยกองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์และยูเรเนียม หรือ X-NUCTECH กองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ VanEck Uranium and Nuclear Technologies UCITS ETF (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) เพียงกองทุนเดียว กองทุนหลักมุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีMarketVectorTM Global Uranium and Nuclear Energy Infrastructure Index โดยดัชนีจะประกอบไปด้วยหุ้นของบริษัทที่จัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยูเรเนียม และพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงธุรกิจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการทางด้านพลังงานนิวเคลียร์และเหมืองแร่ยูเรเนียม

กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง หุ้นญี่ปุ่น ท็อปเทคโนโลยี หรือ X-JPTOPTECH กองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ Global X Japan Tech Top 20 ETF (กองทุนหลัก) กองทุนหลักมุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีFactSet Japan Tech Top 20 Index(ดัชนีอ้างอิง) โดยดัชนีอ้างอิงมีนโยบายเน้นการลงทุนในหุ้นของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ 20 บริษัท

*สงครามพ้นช่วงเลวร้ายสุด

ทางด้าน นายณัฐวุฒิ จันทนะจุลพงศ์ นักกลยุทธ์ลงทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) ประเมินว่า แม้ยังไม่สามารถระบุจุดสิ้นสุดของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างชัดเจน แต่ตลาดการเงินโลกเริ่มส่งสัญญาณผ่านพ้นช่วงเลวร้ายที่สุดไปแล้ว สะท้อนจากดัชนีความผันผวน (VIX) ที่เคยพุ่งขึ้นเหนือระดับ 30 จุดในช่วงต้นของเหตุการณ์ ก่อนจะทยอยปรับลดลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 20 จุดในปัจจุบัน ซึ่งบ่งชี้ถึงการกลับมาเปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุน (Risk-on) แม้สถานการณ์โดยรวมยังไม่ยุติลง

อย่างไรก็ตาม การยืดเยื้อของสงครามยังคงสร้างภาระต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดพันธบัตรที่เผชิญแรงขายจากนักลงทุน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสัดส่วนการเข้าประมูลพันธบัตรอายุ 30 ปีของนักลงทุนต่างชาติ (Indirect Bidder) ลดลงเหลือราว 63% กดดันให้ Primary yield ทรงตัวในระดับสูงบริเวณ 4.87% ซึ่งทำให้ต้นทุนทางการเงินของภาครัฐเพิ่มขึ้น โครงสร้างหนี้ที่เน้นการออกตราสารระยะสั้นมากขึ้น ยังทำให้สัดส่วนหนี้ที่ต้อง rollover ภายในหนึ่งปีขยับขึ้นแตะระดับประมาณ 30% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี

ขณะเดียวกันในฝั่งภาคเอกชน โดยเฉพาะตลาด Private Credit ที่พึ่งพาการกู้ยืมแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating rate) กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นสวนทางกับการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

*ข้อจำกัดในการรบ

ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนว่าสหรัฐ มีข้อจำกัดในการแบกรับต้นทุนของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือโครงสร้างเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีลักษณะ K-shaped โดยกลุ่มรายได้สูงยังได้รับแรงหนุนจาก Wealth Effect ขณะที่แรงงานส่วนใหญ่เผชิญแรงกดดันด้านรายได้ เมื่อผนวกกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านนโยบายการเงินจากการครบวาระของประธานธนาคารกลางสหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งมีโอกาสนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง แต่มีโอกาสที่สหรัฐจะเข้าสู่ภาวะ Negative Real Rate และกดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง

ทอง-เอเชียรับฟันด์โฟลว์

โดยประเมินกรอบดัชนีดอลลาร์ไว้ที่ระดับ 92.7– 93 ดอลลาร์สหรัฐ ฯ ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ฯ มีแนวโน้มกระตุ้นการปรับพอร์ตของนักลงทุนทั่วโลก โดยอาจเห็นการลดสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ และเพิ่มน้ำหนักไปยังสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ และตลาดในภูมิภาคเอเชีย

“แม้ราคาทองคำในระยะสั้นอาจเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่ในระยะถัดไปยังมีแรงหนุนจากแนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่าและ Real Rate ที่มีโอกาสลดลง ดังนั้น การอ่อนตัวของราคาในช่วงที่ความกังวลด้านสงครามยังคงอยู่ อาจเป็นจังหวะในการทยอยสะสม ขณะที่ภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มกลับมาโดดเด่น โดยเฉพาะประเทศที่สามารถรักษาเสถียรภาพด้านเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงได้” นายณัฐวุฒิ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...